ห่มเหลือง

หมู่นี้ได้ฟังข่าวเกี่ยวกับบรรดาเรื่องฉาว ๆ ของพวก “ห่มเหลือง” ไม่ว่ากรณี “เจ๊ดาว” กรณีพระตุ๊ดพระแต๋ว พระควงสีกา พระจีวรแดง พระชักดิ้นชักงอกรณีภาพวาด นิพานเป็นอัตตานะจ๊ะ หรือความบัดซบของเส้นสายวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งระดับชั้น ชวนให้สังเวช ชวนนึกถึงวันเก่า ๆ

ตักบาตร

ผมเป็นเด็กชนบท สมัยที่ยังเล็กเช้าไหนที่ไม่ได้ตัดยาง แม่จะตื่นมาทำกับข้าวแต่เช้าเพื่อใส่บาตร ผมนึกถึงบรรยากาศในครัวที่เต็มไปด้วยไอกรุ่นของข้าวสวยร้อน ๆ แกงร้อนๆ พอกับข้าวสุกจะต้องตักช้อนแรกใส่จานไว้ใส่บาตร แม่ห้ามเป็นเด็ดขาดว่าอย่าแตะก่อนตักถวายพระ ทุกเช้าผมต้องออกดูที่หน้าบ้านว่าพระมาหรือยัง บางทีวิ่งกระวีกระวาดมาบอกแม่เวลาที่เห็นพระห่มจีวรเหลือง ๆ มาแต่ไกลกลางหมอกยามเช้า

ด้วยความเป็นเด็กที่ยังไม่รับรู้อะไรมากหรืออาจเพราะพระสมัยนั้นไม่เหลวแหลกเท่าปัจจุบันก็ไม่ทราบ หรือเพราะสมัยนั้นมีพระผู้เฒ่าที่มีรีตปฏิบัติดีที่ชาวบ้านกราบไหว้นับถือได้เป็นส่วนมาก

วัดบ้านผมเป็นวัดใหญ่ ไม่ได้ใหญ่ด้วยอาณาบริเวณ ไม่ได้ใหญ่ด้วยสิ่งก่อสร้าง ไม่ได้ใหญ่ด้วยวรรณะของวัด แต่ใหญ่ด้วยประวัติศาสตร์ร่วมกับชุมนุม

เป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีเจ้าอาวาสนับเนื่องได้หลายสิบ ที่คนรุ่นผมรู้จักก็เพียงชื่อเสียส่วนใหญ่ ที่บอกว่าเป็นประวัติศาสตร์ร่วมกับชุมชนก็เพราะว่ามีความผูกพันเกี่ยวเนื่องกับคนตาย ธรรมดาของคนสมัยก่อนที่ถ้าคนเฒ่าคนแก่เสียชีวิตลงจะต้องพาไปเผาที่วัดเดียวกับบรรพบุรุษ และจะมีประเพณีต่อเนื่องหลังตายที่ลูกหลานยึดถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการบังสกุลช่วงเดือนเมษา งานสงกรานต์ และที่สำคัญคืองานเดือนสิบ

จวบผมโตเป็นหนุ่มดูเหมือนว่าอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป พระแก่ ๆ ที่มีอยู่ก็เป็นประเภทไม่เข้าท่าเสียเป็นส่วนใหญ่ บางคนบวช ๆ สึก ๆ อยู่เรื่อย ๆ อยู่บ้านทะเลาะกับเมียก็มาบวช บวชนานวันเข้าก็สึกกลับไปอยู่บ้าน บ้างก็บวชอาศัยชาวบ้านกินแต่คร้านในกิจสงฆ์ บ้างก็ได้เสียกับสีกาหน้าวัดจนต้องสึกไปอยู่กิน

กระทั่งเจ้าอาวาสรูปเดิมที่ผมเห็นมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ มรณภาพ เจ้าอาวาสหนุ่มขึ้นเป็นแทนดูเหมือนว่าวัดจะคึกคักขึ้น แต่ในทิศทางที่เปลี่ยนไป จากวัดที่เคยมีความสงบเรียบง่ายและร่มเย็นด้วยร่มไม้ใหญ่เปลี่ยนเป็นวัดที่หาทุนเร่งสร้างสิ่งปลูกสร้าง มีอาคารมีกำแพงใหม่ๆ ถมที่กว้างใหญ่ ส่วนกุฏิเก่า ๆ อายุหลายสิบปีถูกละเลยไม่ใส่ใจซ่อมแซม

กุฏิเก่าที่ผมพักสมัยบวช

ตอนผมบวชเมื่อราวสิบกว่าปีก่อนเลือกที่จะพำนักในกุฏิไม้เก่า ๆ ไกลผู้คน แต่ไม่วายพระหนุ่มพระแก่วนเวียนมาหา ส่วนใหญ่ก็เรื่องน้ำขิง กาแฟและหมากพลู หมากพลูที่ผมอร่อยสุดโยมเขาทราบว่าผมกินหมากก็จัดหาจากต้นที่อร่อยสุดมาให้และนำมาถวายเรื่อย ๆ บ้างก็ชอบแวะเวียนมาสนทนา ทั้งที่ส่วนใหญ่ผมพยายามปลีกตัวไม่ซ่องสุม บ่อยครั้งที่หลบวิเวกไปอ่านตำราในป่าไผ่ริมคลองข้างวัด  พระแก่ก็เสียไปเรื่องหนึ่ง พระหนุ่มก็ไปอีกเรื่องนึง แล้วก็ไม่ค่อยกินเส้นกัน พระแก่อยู่กับเจ้าอาวาส พระหนุ่มอยู่กับรองเจ้าอาวาส ปัญหาหลัก ๆ ก็ทะเลาะกันเรื่องรับกิจนิมนต์ โดยเฉพาะช่วงไหนที่มีงานน้อย เรื่องของเรื่องก็คือเป็นหนี้หวย ทุกสิบห้าวันมีบริการมาขายหวยถึงกุฏิและให้แทงลมไว้ได้ไม่ต้องจ่ายเงินสด หลังหวยออกก็ต้องเร่งรับกิจมาใช้หนี้ ช่วงไหนงานน้อยก็กะพร่องกะแพร่งจิกตีกัน

พระไม่ทำวัตร ไม่ทำกิจของสงฆ์ แต่ชอบทำเอาหน้าตอนวันพระแล้วขอตังค์ชาวบ้านจ่ายค่าไฟ เพื่อพระจะได้ดูวีซีดีที่ไปเช่าหนังจีนหนังฝรั่งมาจากตัวตลาด

ก็เหลือผมที่เป็นพระพรรษาน้อยสุด บวชสั้น ๆ แค่ ๓๓ วัน ทำวัตร แรก ๆ ก็ลากพระแก่มาได้บ้างเพราะเจ้าอาวาสท่านกำชับให้มาดูแลผม ไม่กี่วันพอผมคล่องพระแก่ก็หนีหาย ซ้ำโยนนักบวชที่มาเตรียมตัวก่อนบวชมาอยู่ในความดูแลของผมอีกต่างหาก ฉะนั้น งานในโบสถ์จึงเป็นกิจของผม งานสอนนักบวชก็อยู่ที่ผม ทำวัตรผมก็ต้องนำทั้งชีทั้งนักบวชอยู่ร่ำไป

เย็นก่อนวันพระ รองเจ้าอาวาสและพระหนุ่มจะทำความสะอาดกวาดลานวัด เปิดเพลงเสียงดังประกอบการทำวัตรของผมอีกต่างหาก

รองเจ้าอาวาสก็รักใคร่ชอบพอกับสีกาของห้างขายแว่น แวะเวียนไปมาหาสู่กันอยู่เนือง ๆ บิณฑบาตไม่เคยออก เช้าตื่นมาใช้เด็กไปซื้อน้ำชาปาท่องโก๋ เป็นอย่างนี้ตลอดช่วงที่ผมบวช พระหนุ่มบางรูปมีข่าวเอาเด็กผู้ชายเข้ากุฏิซึ่งคงไม่ต้องขยายว่าเรื่องอะไร บางรูปก็หุงข้าวกินมื้อเย็นกันเป็นกิจลักษณะ

เมื่อเจ้าอาวาสท่านสิ้น รองเจ้าอาวาสก็ขึ้นแทน ด้วยเสียงสวดอันเสนาะ ด้วยความรู้ระดับชั้นมหา ด้วยความขยันหาเงินพัฒนาวัด ด้วยความเก่งกาจผูกดวงแก้ดวง ก็เป็นที่นับหน้าถือตา ทั้งมีเส้นสายระดับเจ้าคณะอำเภอ แต่วินัยสงฆ์ในวัดก็ยังเละเทะเหมือนเดิม สุดท้ายเจ้าอาวาสรูปใหม่ก็ไปไม่รอดด้วย “อาบัติปาราชิก” ถูกจับได้ว่าขับรถเก๋งปลอมตัวเป็นฆราวาสควงสาว  ลุกลามบานปลายจนอยู่วัดไม่ได้ ขนทรัพย์สินหนีไปอยู่ที่อื่น สึกแล้วก็บวชใหม่ เรื่องนี้เป็นข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์หลายวันติดต่อกันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เพิ่งทราบข่าวว่า พระหนุ่มอีกรูปที่ผมก็รู้จักดีขึ้นรักษาการแทน และรู้ข่าวอย่างอื่นมาด้วยพร้อมกัน พระหนุ่มรูปนี้รับฟังมาว่าติดยาแก้ไอ ติดกัญชา และนิสัยแย่ (กว่าที่เคยรู้จัก) ขณะเป็นมือขวาเจ้าอาวาสหนุ่มได้รับมอบหมายให้ดูแลเก็บค่าเช่าที่ดินวัด ครั้นไปหาแล้วไม่ได้ตังค์ก็ด่าทอชาวบ้านด้วยภาษาสัตว์เลื้อนคลาน และมีเรื่องตลกกว่านั้น คือ ใช้นิสัยเดียวกับเจ้าอาวาสหนุ่มประพฤติกับชาวบ้านที่ไม่มักคุ้น

เรื่องมีอยู่ว่า พ่อของเพื่อนผมไปวัดเพื่อยืมธรรมาสสำหรับใช้ในงาน เจ้าอาวาสหนุ่มก็บอกให้ไปหาเอากับพระหนุ่มรูปนี้ ครั้นไปเรียกที่หน้ากุฏิก็ไม่ยอมออกมา เคาะประตูเรียกอยู่ครู่หนึ่งพระหนุ่มก็เปิดประตูพร้อมเสียง “โธ่โว้ย!” แล้วปิดประตูปัง!! เป็นอันว่าของที่จะไปยืมวัดก็ไม่ได้ กลับบ้านมาเล่าให้เมียฟัง ลูกชายนอนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเข้าก็ลุกไปวัด บอกให้เจ้าอาวาสจัดการก็เงียบ หนุ่มคนนั้นเลยบอกว่า “ไม่จัดการ ผมจัดการเอง” ว่าแล้วก็ตรงไปกุฏิพระหนุ่ม พระหนุ่มลอยหน้าลอยตาว่าไม่ได้ตวาดอะไรก็แค่บอกว่าโธ่โว้ย ก็เลยโดนจับคอชกหน้าตบหัวไม่นับหมัดไม่นับผ่ามือจนปากจมูกแตกหัวแดงเถือก ร้อนชีร้องห้ามจ้าละหวั่น

พระหนุ่มนั่นใช้นิสัยเดียวกับเจ้าอาวาสหนุ่ม เป็นเรื่องลักษณะเดียวกันที่ผมโดนมาก่อนตอนงานศพปู่ แต่ตอนนั้นผมเห็นแก่ผู้ใหญ่เลยไม่ทำอะไร

เรื่องลามปามเจ้าอาวาสหนุ่มไปฟ้องเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะอำเภอโทรไปฟ้องปลัด แต่เรื่องก็จบตรงที่คนบนอำเภอบอกปลัดว่าหลานผมเอง!

ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่าก็ด้วยรู้สึกว่า หมู่นี้มีข่าวไม่เข้าท่าของพวก “ห่มเหลือง” เกิดขึ้นบ่อย เหล่านี้จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ แต่เป็นสนิมที่กัดกินจากข้างใน ที่จะนำพาพุทธศาสนาไปสู่ความเสื่อม ไม่ได้เสื่อมในธรรม ไม่ได้เสื่อมในศรัทธา แต่เสื่อมในสงฆ์ อันเป็นบุตรโดยธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า จะยกมือกราบไหว้ให้ข้าวให้น้ำได้อย่างไรเมื่อผ้าเหลืองไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะผู้นุ่งห่มไม่รักษาไว้ซึ่งศีล ไม่รักษาไว้ซึ่งธรรม

Posted in ทัศนะ, เรื่องเล่า and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: CYBERMONDAY2010 for 50% OFF

4 Responses to ห่มเหลือง

  1. iannnnn says:

    สนิมเกิดแต่เนื้อในตน :ม่ายๆ:

  2. Patriot says:

    In every daily fresh food market (taradsod) in the morning, you will see some monks standing and waiting for the food donation for 1 – 2 hours everyday. This is not right for the monks to do that way. They should walk on the street and donator will wait in front oif their houses to donate their food to the monks. It’s remind me like Pratunam’s monk that conspires with food merchants to trick the donator. It’s too bad and sad.

  3. iNhumBa says:

    ตอนบวช ผมก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง
    ซึ่งส่วนมากจะไม่ดีซะด้วยสิ
    ถามเพื่อนๆที่บวชที่วัดอื่นก็เป็นเหมือนกัน
    เฮ้อ … :ฮือ:

  4. ลูกสาว PAD says:

    ครั้งที่แล้ว มีโอกาสกลับไปทำธุระที่บ้าน ที่ชุมพร เจอช่วงแม่กำลังป่วยกระเสาะกระแสะ พาไปหาหมอที่โรงบาล นอนรักษาตัวอยู่อาทิตย์หนึ่ง ดีขึ้นแต่ไม่หายขาด หมออาศัยรักษาไปตามอาการ ด้วยวิเคราะห์ไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร มีญาติไปเยี่ยม บอกข่าวเรื่องพระรักษาโรคชื่อดังที่อำเภอสิชล นครศรีให้ฟัง แม่ทั้งเชื่อและชอบเรื่องพวกนี้เป็นทุนเดิม รบเร้าให้พาไป ทั้งๆที่ไม่ค่อยศรัทธาเรื่องพวกนี้นัก แต่ก็พาไป ด้วยเชื่อว่า แม่อาจจะหาย ใจนำกาย ใจสบาย กายก็ดีขึ้น
    ไปถึง พระวัยกลางคน มีคิวยาว นั่งรอเป็นชั่วโมง พอเข้าไปในกุฏิ เออเว้ย กุฏิหรืออะไรหว่า หยั่งกะสำนักทรง รกรุงรังไปด้วยด้ายสายสิญจน์ เทียนธูป แถมมีรูปถ่ายของพระรูปนั้น ใหญ่หราอยู่กลางกุฏิ มีทองคำเปลวติดอยู่หนาทึบ ยกเว้นบริเวณใบหน้า เออแน่ะ

    บอกแม่ไม่สบาย ไม่เห็นสอบถามอาการ ถามแต่วันเดือนปีเกิด ขีดๆเขียนๆ แล้วเอากระดาษมายื่นให้ บอกไปหาตัวยามา แล้วเอากลับมาให้เสกตามวันที่นัด ตลอดเวลา ที่นั่งอยู่นั่น แทบอดทนฟังคำที่พ่นออกมาไม่ไหว คำที่ใช้แต่ละคำ หยาบที่สุด แม้แต่คนทั่วไปยังละอายใจที่จะใช้คำพวกนั้น ไม่ใช่มึงกู แต่เป็นศัพท์ที่วนเวียนอยู่เรื่องในหว่างขา แล้วเอาแต่แซวคนสวยๆอย่างเรา แทบอดปากย้อนกลับไม่ไหว ดีที่เราเกรงใจพ่อ ไม่งั้นจะย้อนให้หงายหลังตึง พ่อยังอดทักไม่ได้ ทั้งๆที่ท่านพูดน้อย ไม่เคยจะบ่นว่าใคร ยังอดไม่ได้ว่า พระอะไร พูดหยาบ

    แต่เชื่อไหม วันๆคนรอรักษาเป็นสิบ ไม่เรียกเงิน แต่เป็นที่รู้กันว่า มาตรฐานการถวายเงินอยู่ที่เท่าไหร่

    รอบนั้น พระรูปนี้ฟันจากแม่ไปห้าพัน ไม่รวมค่านำมันรถกะคนขับ ตอนที่มาทำพิธีให้ที่บ้านที่ชุมพรด้วย

    เออแน่ะ ทำไมพระรูปนี้ไม่ลาสิกขามาเปิดสำนักซะให้รู้แล้วรู้รอด

    แต่เนาะ เป็นพระ อยู่ในผ้าเหลือง คงหาลูกค้าได้ง่ายกว่ากันเยอะ

    รู้ว่าเขียนซะยาว แต่อยากเล่าสู่กันฟัง :ขยิบ: