ความอัปลักษณ์ในรัฐธรรมนูญ
ลำดับที่ 308 • 9 February 2008 - 18:36
ยกมือไว้ที่บรรทัดแรกนี้ว่าผมไม่ได้ออกไปรับหรือไม่รับร่าง ไม่ได้นอนหลับทับอะไรซักอย่าง นั่งๆ นอนๆ และใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ ที่ไม่ไปไม่ได้มีเหตุผลอะไรสลับซับซ้อน เพียงแค่ว่าไม่อยากมีส่วนร่วม ง่ายๆ คือ ไม่เอาด้วย
ผมไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจว่าทหารเข้ามายึดอำนาจ เป็นรัฐธรรมนูญจากปลายปืนหรืออะไรหรอกครับ พูดแบบนั้นก็เปลืองน้ำลายและเสียเวลาจะฟัง เพราะถ้าพูดให้ถึงที่สุดแล้วอำนาจประชาธิปไตยที่ได้มาตั้งแต่ต้น รัฐธรรมนูญฉบับแรกก็ได้มาด้วยปลายกระบอกปืน ประวัติศาสตร์มันเป็นมาอย่างนั้น ๗๕ ปีหรือกี่ปีผมจำไม่ได้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยสำหรับประชาธิปไตย คือ เรื่อง “บ้ารัฐธรรมนูญ” กับ “บ้าพาน”
ลองไปหาสิ่งก่อสร้างสมัยคณะราษฎร์ดูนะครับ ที่ผมว่า “บ้าพาน” นั้นหมายถึงอะไร
ที่เปลี่ยนไปหน่อยนึง คือ ถ้าพูดถึงประชาธิปไตย เราก็นึกได้แค่ “เลือกตั้ง” กับ “เลือกตั้ง” ซึ่งไม่ได้มีความหมายอะไรนอกจากเป็นองค์ประกอบเล็กๆ เป็น “กระพี้” ไม่ใช่ “แก่น” แต่คนไทยก็แปลก เอากระพี้ (ปีกไม้) มาทำเสาบ้าน
วานนี้นายสมัคร สุนทรเวชออกมาแถลงไปบ่นไปเรื่องรัฐธรรมนูญกับกฎหมาย ๗ ชั่วโคตร เนื้อความตัดมาตามนี้
เพราะว่ามีเรื่องที่ไม่น่าคาดคิดเลย คือเรื่องรัฐธรรมนญที่เขาทำไว้ ซึ่ง ป.ป.ช. มาชี้แจงกลายเป็นเรื่องใหญ่เลย เป็นปัญหาไม่น่าเชื่อเลยไปเขียนไว้ทำลายครอบครัวเขา ครอบครัวเขาอยู่กันมาดี ๆ ก็เสียหายหมด เขาทำกันมาดีๆ เขาทำไม่ได้เลย หมายความว่า คนเราจะเลือกอาชีพที่ตั้งใจไม่ได้ เพราะอย่างนี้ เพราะความเกลียดแค้น ชิงชัง ไม่ชอบ มันอยู่ในรัฐธรรมนูญหมด แต่ก่อนเป็นระเบียบนั้น ระเบียบนี้ นี่เป็นรัฐธรรมนูญเลย มันเป็นอันตรายมากเลย แล้วเบื้องต้นก็มีปัญหา
ฟังสมัครว่าก็เข้าใจได้ว่าลำบาก หาคนมาทำงานด้วยลำบาก คนที่มาก็ขยับตัวยาก แต่ก็ทำให้ผมอดนึงถึงคำสอนที่มีถึงผมเป็นการส่วนตัวของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ ม.อ. ปัตตานีไม่ได้ว่า “ถ้าจะเข้าเล่นในบทบาทไหนก็ตามแต่ คุณต้องยอมรับในกติกาที่มีอยู่” คือ ถ้าปฏิเสธกติกา ก็อย่าไปยุ่ง ไม่ต้องเข้าไปรับบทบาท อาจารย์ท่านนั้นชี้แนะผมเพิ่มเติมว่า ถ้าต้องการชนะก็ต้องชนะภายใต้กติกาที่เขากำหนด อย่ากำหนดกติกาเอง
ผมได้จะเจาะจงลงลึกว่ามีมาตราใดบ้างที่ทำให้รัฐธรรมนูญมีความอัปลักษณ์ โดยส่วนตัวรับรู้มาแต่ต้น เพราะนั่งฟัง สสร. ถ่ายทอดสดบ่อย ว่า ฉบับ ๕๐ มันออกแนวพืชจีเอ็มโอ หรือไม่ก็แฟรงกิ้นสไตน์ ตัดส่วนโน่นนี่มาปะติด-ปะต่อ แล้วเอาไฟฟ้ามาช็อตให้มีชีวิตด้วยการลงประชามติ
ความอัปลักษณ์นี้ผมไม่รู้ว่าถ้าจะเทียบวัดกับ “คอรอหมัก” ของนายสมัคร อย่างไหนจะขี้เหร่กว่ากัน แต่เอาเถอะ มี “ความจริง” อยู่อย่างหนึ่งว่า สิ่งใดๆ เกิดขึ้นย่อมมีเหตุ เหตุของความอัปลักษณ์ในรัฐธรรมนูญมาจากความอัปลักษณ์ของคนเป็นปฐม และคนที่เป็นปฐมนั้นได้สร้างรอยอัปลักษณ์ไว้ในการเมือง คือ การซอกหุ้น ซุกหุ้น ไว้ที่คนใช้บ้าง คนขับรถบ้าง ซุกที่เกาะโน้นเกาะนี้ ซุกที่ลูกบ้าง ญาติตนญาติเมียบ้าง ส่วนตัวก็ซุกชายกระโปรงเมีย ปฐมเหตุนี้ทำให้คนร่างพยายามอุดพยายามแก้ เอาโน่นนี่มาปะ จนรัฐธรรมนูญขี้เหร่อย่างที่เป็น
ความเกลียดแค้น ชิงชัง มีเกิดได้กับทั่วทุกตัวคน แต่ความเกลียดแค้นย่อมมีที่มา ไม่ได้เกลียดเพราะโชคช่วยแหละเหตุบังเอิญ หรือได้มาเพราะถูกหวย แต่เป็นผลสืบจากการกระทำ
และถ้านายสมัครเห็นและเข้าใจในเหตุแล้ว วานโทรไปด่าไอ้คนทุเรศคนนั้นหน่อยเถิด ชี้หน้าด่ามันเลยครับ แล้วถามมันด้วยว่าเสพเมถุนกับใครหรือเปล่าช่วงที่เมียไม่อยู่
เรื่องมันก็แค่นั้นแหละครับ ผมไม่ได้จะเอากับนายสมัคร แต่ก็ไม่ได้จะเอาด้วยกับรัฐธรรมนูญ เพราะมีสาระสำคัญใหญ่อย่างหนึ่งที่อย่างไรผมก็ไม่รับ คือ การแปลงสิทธิเป็นหน้าที่ ความคิดแบบนี้เก็บไว้ใช้ที่โรงเรียนอนุบาลเถอะครับ สำหรับคนอายุเลย ๗ ขวบแล้วอย่าเอามาใช้
และถ้าใครจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมก็ขอฝากเรื่องนี้ไปด้วยหนึ่งเรื่อง รับทำเสียจะขอบคุณมาก แล้วเลิกคิดเสียทีเรื่องสถาบันพัฒนาการเมือง เห็นแล้วก็รำคาญ เลยอยากไหว้วานว่า ช่วยมีความคิดที่ “โต” กว่านี้หน่อย ฝากถึงนักวิชาการผู้หลักผู้ใหญ่ว่าอย่าตื้นเขินจนน่าขันขนาดนี้เลย
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














9 February 2008 เมื่อ 19:38
สังเกตไหมว่า ไม่มี คุณธรรม กับ จริยธรรม น่าจะเป็น นามธรรม แต่เห็น หน้า คณะรัฐมนตรีแล้ว
เพราะหน้ามันออกโกงทุกตัว 
หน้ามันแต่ละคนบอกได้เลยว่า เป็นรูปธรรม
9 February 2008 เมื่อ 20:24
^ กร๊ากกก

แหม จริงๆก็ไม่อยากตัดสินคนจากภายนอกหรอกน้า
11 February 2008 เมื่อ 10:41
คงต้องดูกันไปก่อนสักพัก แล้วอะไรๆก็จะกลับมาเหมือนเดิม