๑ วันในมาเลย์

Date February 12, 2008

เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่ปัญหาความขัดแย้งใน ๓ จังหวัดภาคใต้กำลังเริ่มร้อนแรงใหม่ๆ ซึ่งผมจะย้ำบ่อยๆ ว่าเกิดจากความ “บรมโง่” โง่โคตรๆ ของสัตว์หน้าเหลี่ยม ผมกลับไปทำงานวิจัยที่ปัตตานีตามปกติ เข้านอกออกในหมู่บ้านต่างๆ แบบเดียวกับก่อนเกิดเรื่อง และช่วงหนึ่งมีโอกาสไปมาเลเซียทางรถยนต์เพื่อผ่านเข้าไปทำธุระที่สิงคโปร์ ทั้งหมดของการเดินทาง ๓-๔ วันผมนอนที่มาเลย์ แต่อาจจะต่างรัฐไปในแต่ละวัน วันที่จะเดินทางกลับผมจำเป็นต้องแวะหมู่บ้านหนึ่งทางฝั่งตะวันตก เพราะต้องแวะเก็บตัวอย่างที่จะทำวิจัย ในคณะมีคนพูดภาษามาเลย์ได้อยู่คนนึง ส่วนผมงูๆ ปลาๆ หมู่บ้านนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ครับ บ้านช่องของคนแถวนั้นก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าหมู่บ้านตามต่างจังหวัด ร้านค้าแทบจะไม่มีมีร้านชำที่ขายของหวานและอาหารตามสั่งเล็กๆ คล้ายๆ ห้องแถวหลังคาสังกะสีแหละครับ แต่อะไรรู้มั๊ยครับ สองสามบ้านตรงนั้น โดยเฉพาะร้านค้าเป็นคน “นายู” คือ คนมุสลิมจากปัตตานีนี่แหละครับที่อพยพไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น ไปอยู่นั่นเป็นสิบปีเห็นจะได้ คนบอกว่าเขาเป็น “คนไทย” เจอกันครั้งแรกในฐานะคนแปลกหน้า มาจากไหนไม่รู้ แต่พอเราบอกมาจากประเทศไทย เข้าดีใจใหญ่ กุลีกุจอบอกเขาก็คนไทย ยิ่งรู้ว่าเรามาจากปัตตานีเขายิ่งดีใจ ชวนสนทนบอกเล่าว่าบ้านเดิมเขาอยู่แถบไหน เขากับคนนายูที่ไปกับเราพูดภาษานายู (มลายูท้องถิ่นของสามจังหวัด) กัน และคุยกับผมเป็นภาษาไทยบ้างประปราย

แยกดินแดนไม่ใช่เรื่องแปลกตราบที่..

Date September 15, 2007

ว่าจะเล่าเรื่องไปแอ่วเมืองเหนือ เจียงฮายให้ฟัง ไปนอนที่แม่สายมาสองคืน แต่ก็ขี้เกียจๆ อยู่ประกอบกับโดนสะกิดเรื่องแยกดินแดนที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขารวบยอดความเห็นถึงโจรแบ่งแยกดินแดนว่า “ไอ้พวกบ้า” จริงๆ มันก็บ้ากันหลายจำพวกนะครับ ถ้าแบบโจรนั่นเรียกพวกบ้า คือ คลั่งชาติ คลั่งชาติพันธุ์ ผมก็มีตัวอย่างพวกบ้าทำนองนั้นอีกเยอะ ไม่นับรวมพวกบ้าไอ้หน้าเหลี่ยมนะครับ (พวกนี้ปล่อยให้ง่าวต่อไป วันไหน ฯพณฯ กลับมาสู่ที่อันเคยสถิตย์ พวกบ้าที่ว่านี้อาจมีวาสนาถึงขั้นได้เดินนำหน้า’พระยาแรกนา’ ก็เป็นได้ แต่รับรองผมไม่อิจฉา) อาการบ้า ที่หมายถึงคลั่งที่ผมพูดถึงมันมีกันหลายระดับนะครับ อย่างย่อมๆ ก็คลั่งสถาบัน ก่อนนี้ก็เป็นข่าวอยู่ครึกๆ ตีกัน ยิงกัน คนไม่เกี่ยวตาย หรืออีกพวกพอถึงฤดูรับน้องใหม่เป็นต้องบ้า วิญญาณรักสถาบันและผีรุ่นพี่เข้าสิง รักสถาบันรักน้องขึ้นมาจับจิตจับใจ ต้องช่วยดูแลน้อง ต้องทำให้น้องร้องเพลงสถาบันให้ได้  ฯลฯ ผมผ่านมหาวิทยาลัยมาหลายที่ เห็นแต่ละที่ก็ต่างกันไม่กี่องศา แต่อาการแบบนี้เป็นชั่วคราวครับ เลยจากนั้นจะทำตัวให้สถาบันเสียชื่ออย่างไรไม่เกี่ยวแล้ว แบบเดียวกับอาการหมาเป็นสัดน่ะครับ พ้นเวลาก็เลิกบ้าไปพักใหญ่ (..ยังกะสัตว์ที่พฤติกรรมถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว) อาการอยากแยกดินแดนนี่ก็ไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่หรอกครับ ผมเคยอยู่ปัตตานีมาก่อน ก็พอจะรู้ อิสลามจังหวัดอื่นบางทีก็บ้าเพ้อเรื่องรัฐปัตตานีดารุสลาม อาณาจักรอิสลามในอุดมคติ คนประเภทนี้ผมรู้จักอยู่ก็หลายคน พวกนั้นกลุ่มนั้น ทั้งที่เป็นโจร ไม่เป็นโจร ไม่ใช่กลุ่มใหญ่นะครับที่คิดเรื่องนี้ (คนส่วนใหญ่เขาก็ “ไทย” นั่นแหละแค่ต่างเชื้อต่างสาย “สิแย” กับ [...]

The Man Return

Date May 9, 2007

น้อยนักหนักหนาครับที่ผมจะรู้สึกดีกับข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ยิ่งยศชั้นบรรดาศักดิ์สูง ผมยิ่งมองด้วยสายตาดูหมิ่น –ขอโทษนะครับ ขอพูดตรงไปตรงมา– ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะฟังเขาพูดแต่ละคำ ดูพฤติกรรมแสดงแต่ละคราว ผมดูถูกสติปัญญาข้าราชการระดับสูงพวกนั้นเสมอๆ เพิ่งอ่านข่าว ทราบความมาว่าท่าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กลับเข้าทำงานเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการ กอ.รมน. ควบตำแหน่งคณะกรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน.อีกตำแหน่งหนึ่ง ผมไม่ได้รู้จักมักคุ้นอะไรเป็นส่วนตัว แม้เคยรู้จักชื่อนี้มานานพอควร ตั้งแต่เรื่องชวนนักศึกษาไปเหยียบตำรวจช่วงพฤษภาทมิฬ แต่เรื่องที่คนอาจจะจดจำท่านมากสุดน่าจะเรื่องกรณี “กรือเซะ”  ถัดมาก็เรื่องโดนปลดกลางอากาศจากภาพยนต์โจ๊กแห่งปีเรื่อง “คาร์บ๊อง” จากทีมงานสร้าง ‘หน้าเหลี่ยม & ปากห้อย’  อ้อ..ต้องไม่ลืม ใครคนนี้แหละที่พูดออกอากาศเรียกสุดารัตน์ ว่า อีตอแหล — อตล. ฟังความจากหลายที่ ปมหนึ่งเหมือนจะเป็นชะนักติดหลัง พล.อ. พัลลภ ที่ถูกหยิบขึ้นมาตีทันทีที่กลับมาเห็นจะเป็นเรื่องกรืเซะ ไม่กล้าพูดเต็มปากว่ารู้เหตุการณ์ทั้งหมดแต่วันเกิดเหตุผมได้ส่งเด็กๆ ใจากตัวเมืองปัตตานีตรงไปสังเกตุกาณ์ที่กรือเซะ ครับยอมรับว่าไม่ชอบใจกับการปฏิบัติการโหด แต่เข้าใจว่าอาจจำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงๆ ยิ่งฟังสัมภาษณ์พล.อ.พัลลภ ทางช่องเนชั่นฯ ค่อนข้างยอมรับได้ และเชื่อว่าท่านเป็นลูกผู้ชายพอ ผมบอกใครคนหนึ่งเมื่อวานนี้ว่า ตอนนี้ พล.อ. พัลลภ ได้รับการแต่งแต่งตั้งกลับเข้าทำงาน กอ.รมน. แล้วแถมควบ [...]

มาแบ่งแยกดินแดนกันเถอะ

Date April 11, 2007

ภายใต้สมมติฐานหนึ่งว่าปรากฎกาณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ “การแบ่งแยกดินแดน” –ขอละประเด็นอื่นที่ทับซ้อนกันอยู่ก่อนนะครับ มีหลายปัญหาที่ซ้อนกันอยู่หลายๆ เรื่อง ผมน่าจะพอมีความเข้าใจในบางระดับ เพราะเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ปัตตานีอย่างน้อยก็ ๔ ปี ล่องท่องไปทั่ว แต่ขอขมวดสรุปไว้เป็นหมายเหตุตรงนี้ว่า ความฉิบหายทั้งปวงเกิดมาแต่ความ “บรมโง่” และอวดดีของ “ไอ้เหลี่ยม” เพียงเท่านั้นครับ — เอาเป็นว่าผมตั้งสมมติฐานไว้แบบนี้แล้วมาชวนกันแบ่งแยกดินแดน ว่าแต่เราจะแบ่งกันยังไง? ย้อนไปสมัยซัก ๕-๖ ปีก่อนผมมีรุ่นพี่เอ็นจีโอ (ที่ไม่ได้นับถือกัน) เป็นมุสลิมจากพังงา ขานั้นฝันใฝ่และมีอุดมการณ์แรงกล้าที่จะสถาปนา “รัฐอิสลาม” ทำให้ผมย้อนนึกถึงคำที่ผมได้ยินบ่อยครั้งสมัยที่เคยไปอยู่อาศัยแถบปัตตานี คือ คำว่า “ปัตตานีดารุสลาม” รากศัพท์น่าจะหมายความถึง อาณาจักรปัตตานีแห่งสันติ ความที่มีเพื่อนเป็นมุสลิมที่ค่อนข้างเคร่งครัดในศาสนา สนิทสนมคลุกคลีกันทำให้พอเข้าใจได้ว่า พูดถึงอาณาจักรอิสลามในอุดมคติ ปกครองด้วยระบบและหลักการของอิสลาม มีความเจริญรุ่งเรื่องในด้านต่างๆ และมีความสงบสันติ เป็นนครรัฐอันยิ่งใหญ่ ศูนย์กลางคือปัตตานี ปัตตานี – ปาตานี – ตานี นั้นตามประวัติเท่าที่พอจะทราบเคยเป็นรัฐอิสลามที่มีความเจริญรุ่งเรือง ครั้งหนึ่งศูนย์กลางเคยอยู่บริเวณมัสยิดกรือเซะ เป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญ ว่ากันว่ามีชุมชนของชาติต่างๆ อยู่กันหนาแน่นจนมีคำเปรียบเปรยว่า “หลังคาต่อกันจนแมวเหยียบไม่ถึงพื้น” นั่นคือภาพความเจริญรุ่งเรืองหนึ่ง บริเวณเมืองเก่าน่าจะอยู่แถบบ้านบานา (บานาแปลว่า เมือง) [...]

โศกนาฏกรรมรถตู้ยะลา:คิดได้แค่นี้

Date March 15, 2007

ว่าก็ว่าเถอะครับ ผมยังจำความรู้สึกตอนที่กลับไปปัตตานีในช่วงปีก่อนโน้นได้ บ้านเมืองวิเวกโหวงเหวง พุทธ มุสลิม มองตาไม่วางใจ ทั้งที่เคยเอื้อเกื้อกันมา ขอโทษนะครับปัญหาทั้งหมดที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้ มาจากไอ้จัญไรเหลี่ยมตัวเดียว ด้วยความ”จั๊ดง่าว” กับยะโสของมันตัวนี้แหละครับ ล่าสุด เมื่อวานนี้อีก ๘ ศพ จ่อยิงกันหัวต่อหัวในรถตู้สายเบตง-หาดใหญ่ (อ่านรายละเอียดข่าว: มติชน ข่าวสด คม-ชัด-ลึก) สะทกสะท้านสะท้อนใจกันไปตามๆ กัน เพราะเป็นการฆ่าอย่างโคตรโหด ดักให้รถจอดแล้วจ่อยิงหัวทีละคน เป็นคนๆ ไป เราจึงได้เห็นว่าทุกส่วนของสังคมเกิดการกระเพื่อมครั้งใหญ่ออกมาประณามพร้อมๆ กัน ทั้งยะลา นรา และที่อื่นๆ ขณะที่พระฤาษีพูดไม่ออกเมื่อวานนี้  รมว.มหาดไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ก็พ่นยาวในท่วงทำนองเดียวกับที่ออกมาท้าตีท้าต่อยครั้งก่อนโน้น จะไปส่งสัญญาณบีอาร์เอ็น แล้วไปฆ่าคนโดยที่เขาไม่รู้เรื่องได้อย่างไร มันสะเปะสะปะมากกว่า และทำชนิดที่มนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่ทำกันคือ จะไปเอาตัวอย่างจากประเทศอื่นๆ มาใช้กับประเทศไทยมันคนละเรื่อง ประชาชนไม่รู้ ผมกำลังจะชี้แจงว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนเหมือนกันที่จะต้องรวมตัว เพราะเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่เพียงพอที่จะลงไปดูแลทุกตารางนิ้ว ประชาชนต้องรวมตัว และลุกขึ้นมา ทำไมมาทำแบบนี้ ฆ่าคนโดยที่เขาไม่รู้เรื่อง เป็นคนละเรื่อง ผมกำลังคิดว่ามันเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ถ้าทำอย่างนี้ก็ทนไม่ได้แล้ว เช้านี้พระฤาษีให้สัมภาษณ์ยาวกับผู้สื่อข่าว เมื่อมีการถามถึงเรื่องการจ่อยิงรถตู้ยะลา ท่านก็ชี้แจงว่าได้มอบหมายให้นายอารีย์ ลงไปพื้นที่และให้เหตุผลว่าเป็นมุสลิมเหมือนกัน