Tag Archives: ลูกทุ่ง

ลมแล้ง เก็บข้าวและเพลงลูกทุ่ง

ผมเกิดก่อนยุคสมัยใหม่ที่สภาพบ้านเมืองกำลังเชี่ยวกรากด้วยกระแสความเปลี่ยนแปลง ชัวิตบ้านนอกไม่รีบเร่ง เรื่อย ๆ ไปตามสายลมแสงแดด แม่เล่าให้ฟังว่าสมัยสาว ๆ แม่ชอบหิ้ววิทยุทรานซิสเตอร์ไปลงนา ฟังเพลงไปเกี่ยวข้าวไปแล้วก็โดนตาดุ เพราะสมัยนั้นมีแค่ถ่านไฟฉายที่ทั้งเปลืองและแพง นึกถึงเรื่องที่แม่ว่า นึกถึงลมแล้งที่กำลังเข้ามาเยือนชวนให้นึกถึงชีวิตสมัยเด็ก “พอเสร็จหยามนาสาว่าหายยุ่ง ไอ้หนุ่มลูกทุ่งจะช่วยกรีดยาง..” พอลมแล้งพัดมาก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวพอดี เช้าตรู่ยังไม่ทันเห็นดินก็ขับมอเตอร์ไซต์คันเก่า ๆ ลงนากับแม่และน้อง ๆ ทุกวันต้องหิ้ววิทยุใส่ถ่านไปด้วยเครื่องนึงทั้งที่มีสถานีให้ฟังเพียงสถานีเดียว ส่วนใหญ่เป็นเพลงลูกทุ่ง แดดเปรี้ยงกลางนา ลมแรงพัดมาเป็นระยะ ๆ หอมกลิ่นข้าวใหม่ สีเหลืองทองทั้งท้องนา และเพลงลูกทุ่ง ..หนัก เหนื่อย ร้อน ลำบาก แต่มีความสุข ขึ้นเที่ยงกินข้าวป่าริมนา แกงส้ม ต้มส้ม ซดตอนแดดร้อน ชื่นใจ ชื่นใจ เอนหลังหน่อยนึงแล้วลงนาต่อไปจนถึงตะวันตกดินมองไม่เห็นพื้นจึงกลับบ้าน บางทีบางวันเจอที่น้ำขอดเป็นหย่อมเล็ก … To be continue

Posted in เรื่องเล่า | Tagged | 4 ความเห็น

ขอร้องอย่าเรียกลุง

วันนี้ออกไปข้างนอกมา ไปซอกแซกแถวที่เขาขายข้าวสารในห้าง ไว้จะเล่าให้ฟังคราวหลังนะครับ ซักระยะใหญ่แล้วล่ะครับที่ใครๆ มักเรียกผมว่า “ลุง” ก็ควรเป็นลุงอยู่หรอกครับ ฝ่ายตานั้นผมเป็นหลานคนหัวปี มีหลานอายุ ๑๒ ขวบแล้ว เขารีบแต่งกันจริง! ใครแต่งที่ไรกรรมมาตกที่หัวผมทุกที เมื่อไหร่มันจะแต่ง ผมก็ไหลไปตามเรื่อง เอาเป็นว่ามีงานแล้วมีหมากให้กิน น้าสาวขึ้นร้องเพลงแล้วลงมากอดมาหอมแก้ม แค่นี้ก็สุขแล้ว น้าสาวผมคนนี้สวยเชียวครับขอบอก อ้อสัปดาห์ก่อนเพิ่งโดนอากอดมาสองรอบ นานๆ ได้เจอทีดูอาจะมีความสุขมากที่พ่อแวะไปหา ผมเป็นหลานเอ็นดูของทุกคนด้วยสิครับ ยกเว้นน้าสะใภ้จำนวน ๑ คน ที่ไม่กล้าเข้าใกล้ผม เหตุมันมีครับและคงรู้ว่าผมไม่ชอบใจแก และผมสืบเชื้อสายความดุของแม่มาด้วย! พูดถึงเรื่อง “ลุงๆ” ทำให้นึกถึงเพลง “ขอร้องอย่าเรียกลุง” ของเอกชัย ศรีวิชัย เพลงนี้อยู่ในชุด “เมียจับติด” แปลความว่า เมียจับได้ จับได้ที่แอบไปมีเมียน้อย … To be continue

Posted in ดนตรีการ | Tagged , | 5 ความเห็น

ลุกทำไหร?

ลุกทำไหร? ในภาษาใต้ตรงตามความภาษาภาคกลางว่า “ลุกทำไม” ไม่ได้จะชวนกันออกมาลุกฮือสู้รบหรอกนะครับ เอาไว้คุยเรื่องนี้ในโอกาสอื่นที่จะมาถึง หลังเขียนเรื่อง “ข้าพเจ้า..ผู้เบาปัญญา” เสร็จ ผมนั่งรับประทานข่าวเป็นอาหารไปตามประสา แต่จนด้วยปัญญาจะย่อยมาแบ่ง เพราะความคิดถูกรบกวน เพื่อนเก่ากว่าสิบปีสมัยเรียนปริญญาตรีที่ปัตตานีแวะมาทักทายผ่านโปรแกรมสนทนา หัวข้อสนทนาตอนปลายเรานั่งวิจารณ์ความเป็นไปหลายอย่างในเมืองนครที่เพื่อนพบเห็นขณะกลับไปงานแต่งเพื่อนร่วมสาขาวิชา เล่าสู่กันฟังถึงคนโน้นคนนี้ ทั้งหมดวนๆ อยู่ที่คนนั้นแต่งไปแล้ว คนนี้แต่งไปแล้ว คนนั้นคนนี้ได้ลูกแล้ว ลูกโตแล้ว จนอดนึกไม่ได้ว่า การอยู่เป็นโสดอย่างเรานี้เป็นสิ่งแปลกประหลาดในวัยสามสิบกว่า? เป็นสิ่งแปลกปลอม ทัศนะคนมีอายุอย่างหนึ่งคือ การสร้างครอบครัวและมีลูกถือเป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิต หลายครั้งที่แม่ถามเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัว ผมตอบ “มีอุปกรณ์การแต่งงานแค่อันเดียว” เอากับผมสิ เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับผมในงานแต่ง (ในฐานะงานพบรุ่น) ใครคนหนึ่งว่า ผมแต่งงานมีมีลูกเมียแล้ว ทำงานอยู่ที่ใดที่หนึ่งในภาคใต้ตอนล่าง? ผมได้คิดทันทีว่าคนเรามีความสามารถขั้นสุดยอดในการสร้างข่าวลือ เอาอะไรมาปะติดปะต่อกันอย่างไรไม่ทราบครับ ผมไม่เคยเจอเพื่อนคนไหนสักคนมาสิบปีแล้ว อย่างผมนี่เขาเรียกว่าหนุ่มใหญ่ ส่วนไหนใหญ่ไม่ทราบได้ครับ ไม่เห็นว่าส่วนไหนจะขยายขนาดยกเว้นพุงที่พอจะบ่งถึงความพอจะมีกินอยู่บ้าง สมัยเด็กเรียนชั้นประถมพอลูกสาวบ้านใครจะแต่งงาน … To be continue

Posted in ดนตรีการ, ชวนนอกเรื่อง | Tagged , , | 2 ความเห็น

ตบสักฉาดเสียกี่บาทก็ยอม

สองสามวันนี้มีอะไรให้ต้องวุ่นๆ เรื่องที่ตั้งใจจะเขียนจึงไม่ได้เขียนให้เสร็จเสียสักที ทั้งงานนอก ทั้งจัดบ้านจัดช่องห้องหับใหม่ ให้พอเป็นที่อยู่ของคนมากกว่าจะเป็นรัง โทรกลับไปบ้านเมื่อตอนบ่ายอ่อนๆ ทำให้นึกถึงสวนยาง บ่ายวันหนึ่งผมหนีฝนกลับจากตัดญ้าในสวนยาง ฝนตกตัดหญ้าไม่ได้หญ้าเปียก ตัดยากแถมใบมีดจะหมดไว ขี่มอเตอร์ไซต์ตากฝนมาจนถึงโรงเรียนประถมที่เคยเรียน ศาลาริมทางของโรงเรียนมีวันรุ่นสามคนจอดมอเตอร์ไซต์หลบฝนอยู่ ชายสองหญิงหนึ่ง คู่ที่เป็นแฟนกำลังจูบกันเอาบรรยากาศ ผมนึกในใจ..เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องอายใครกันแล้วหรือ แล้วก็ขับรถผ่านไป กลับบ้านชงกาแฟร้อนๆ มาดับความหนาว ช่วงไม่กี่วันมานี้เหมือนคนรู้จักจะพากันอกหักไปทีละคนสองคน และเรื่องที่ผมไม่ชอบสุดคือการเป็นที่ปรึกษาหรือที่ระบาย เพราะส่วนใหญ่ตัดไม่ขาด ทำใจไม่ได้ แล้วก็กลับไปหาความหวังลมๆ แล้งๆ เก่าอีก แล้วก็เจ็บซ้ำมาอีก ไอ้เราก็แค่คนเคยผ่านและหลุดพ้นแล้ว เข้าใจว่าบางบางเรื่องผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เหมือนอาหารโปรดสักจานหนึ่ง อยากได้อยากทาน ครั้นได้ทานก็อร่อย อิ่มอกอิ่มใจ แต่พอสิ้นความสุขรุ่งเช้าก็ต้องขับถ่ายออกมา ชีวิตมันก็เป็นอยู่อย่างนี้ ไม่มีอะไรนิ่งอยู่ได้ คือ ไม่มีอะไรคงที่ มีการเคลื่อนที่และมีวงรอบ อย่างที่เรียกว่า วัฏฏะ

Posted in ดนตรีการ | Tagged | Comments Off

ผัวขอร้อง

ฉลองอัพเดตเวอร์ชั่นบล็อกจาก 2.1.3 มาเป็น 2.3.1 เบต้า 1 ที่รองรับ post slug ผมก็สบายขึ้นหน่อยไม่ต้องทำ url เป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วมาเขียนเนื้อหาใน Windows Live Writer มันสะดวกน่ะครับ เหมือนพิมพ์งานบน word แล้วสั่งตีพิมพ์ มีเวลาให้แก้คำและตรวจคำสะกดมากหน่อย วานนี้ผมเอาเพลง "อวยพรเจ้าสาว" ของเอกชัย ศรีวิชัย เลยนึกครื้มๆ เอามาเพลงขำๆ มาอีกเพลงในอัลบัมเดียวกัน เพลงนี้ฟังตลกก็ได้ หรือจะฟังเอาแง่คิดสะท้อนสังคมก็ได้ครับ เห็นมามากต่อมาก ที่ผัวเมียเลิกกันเพราะเมียเล่นไพ่ เล่นโหดข้ามวันข้ามคืน สมัยก่อนอยู่บ้านก็เห็นบ่อยๆ ตำรวจมาจับไปเต็มรถกะบะ เออ..นึกเรื่องนี้แล้วอดนึกถึงสมัยยังเด็กไม่ได้ เถ้าแก่ใหญ่แถวบ้านผมเปิดบ้านชั้นสอง "เล่าเต้ง" เป็นวงไพ่ เล่นกันทุกวันทั้งกลาวงวันกลางคืน … To be continue

Posted in ดนตรีการ | Tagged , | 2 ความเห็น