วันที่ไม่มีจตุคาม

Date November 23, 2007

ผมไปนคร ( "ไปนคร" เป็นคำที่คนต่างอำเภอพูดเวลาไปตัวเมืองนคร ส่วนคนรอบนอกตัวเมืองพูด "ไปในเมือง" ) ในวันฝนตก ตกตั้งแต่แถบฉวาง ขึ้นเขาตรงศาลาพ่อท่านคล้ายฯ เข้าลานสกา จนไปถึงตัวเมืองฝนตกไปตลอดทางแต่ไม่หนักมาก ผมแวะที่บ้านท่าเรือเลยหัวถนนไป ก่อนจะออกฝนเทลงมาแบบมืดฟ้ามัวดิน ฝ่าฝนมาวัดเท้าโคตร ทะลุไปวัดชาย วิ่งเส้นหลังมาเข้าพระธาตุ ฝนค่อยซาเม็ด ลงปรอยๆ บรรยากาศในเมืองทั่วไปเป็นแบบนี้แหละครับ

ตอนที่แวะวัดพระธาตุผมลงจากรถเหน็บกล้องไปด้วย เพราะอยากถ่ายภาพพระธาตุวันฝนตก เผื่อจะได้ภาพเก็บไว้ เดินเลาะผ่านร้านค้าพื้นเมืองเข้าไป อ้าวเฮ่ย ปรัมพิธีจตุคามหาย เหลือแค่ลานโล่งๆ หน้าวิหารหลวง เหมือนสภาพเก่าๆ ก่อนจะมีจตุคาม ภาพจะมืดๆ นะครับ แสงไม่ค่อยมีแถมตั้งถ่ายอัตโนมัติรีบๆ

จตุคามไม่เคยทำให้ใครฉิบหาย

Date September 20, 2007

ผมมันเป็นพวกไม่เชื่อ ไม่เลื่อมใส ไม่ศรัทธาอะไรเทือกนี้ทำนองนี้ ใครว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างไรผมเฉยๆ ท่านอื่นคิดต่างเชื่อต่างได้นะครับ ด้วยความที่ไม่เชื่อนี้แหละครับกลับบ้านคราวที่แล้วผมจึงมีโอกาสได้แกว่งปาก บ่นเรื่องจตุคามที่แม้กระแสในเมืองคอนจะซบเซาแล้ว ใบปลิว ใบจองคนไม่สนใจกันแล้ว แต่โฆษณายังพรึบๆ สถานีวิทยุคลื่นพุทธศาสนาของเมืองนครสปอนเซอร์หลักก็จตุคามนี่แหละครับ
ผมแกว่งเล่นๆ โดยยกคำท่านหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มาประกอบการแกว่ง ท่านเคยว่าไว้เรื่องพระเครื่อง ผมเอามาแปลงใหม่ว่าลองโยนจตุคามฯ ลงบ่อสิ ถ้ามันคลานขึ้นมาได้ค่อยนับถือ เท่านั้นแหละครับ โดนสวนกลับสอยปลายคาง
“เป็นแต่ด่าจตุคามๆ ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ จตุคามไม่เคยทำให้ใครฉิบหายหรอก ไอ้ที่ทำให้เขาฉิบหายทั้งบ้านทั้งเมืองไม่เห็นใครจะทำอะไร อย่างไอ้โรงงานยาสูบ โรงงานเหล้าเบียร์ ไอ้กองสลากที่ออกหวยมาน่ะ แล้วไอ้ทักษิณที่มันโกงจนคนฉิบหายกันทั้งเมือง ทำไมไม่มีใครว่า ด่ากันแต่จตุคาม”
เป็นไงล่ะครับ ผมล้มพับให้นับถึงสิบด้วยประโยคนั้นในทันที เขาจัดลำดับผู้สร้างความฉิบหายให้คนในวงกว้างที่เรียกรวมว่า “ทั้งบ้านทั้งเมือง” ๑ โรงงานยาสูบ-เหล้า ๒ กองสลาก  ๓ ทักษิณ

เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด: จตุคามฯ

Date July 20, 2007

ตั้งแต่ที่กลับจากบ้านเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ผมก็ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องเล่าจากบ้านและตลาดนัดให้ได้อ่านกัน แต่จนแล้วจนรอดพอทิ้งช่วงนานเข้าก็กลายเป็นว่าขี้เกียจ เช้านี้มีคนมาสะกิดให้ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีอะไรพิเศษครับแค่ไปรษณีย์มาส่งอีเอ็มเอส ทั้งที่ไม่ได้คุยไรกันมาก่อน แต่เขาบ่นเรื่องเศรษฐกิจ ค่าเงิน สรุปตบท้ายว่าคนไม่ค่อยมีเงิน ไม่อยากใช้จ่ายอะไร แล้วก็ “ข้าวยากหมากแพง” ..หมากเดี่ยวนี้คนกินกันน้อย (ผมมีส่วนตัวดองไว้ ๑ เนียง) ส่วนหมากฝรั่งราคายังเท่าเดิม คงไม่มีปัญหาอะไรมังครับ
ถ้าพูดถึงตลาดนัดใครไม่รู้จักก็แปลกแล้ว (อาจจะยกเว้นเด็กกรุงเทพ ที่โตมารู้จักต้นไม่กี่ชนิด) ตามบ้านนอกตะก่อนมักจะเป็นตลาดนัดใหญ่ๆ ประจำตำบลหรืออำเภอ อาทิตย์นึงก็จะมีแค่วันเดียว ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากการเปิดท้ายขายของ (และคนทำเศรษฐกิจพังเปิดก้นเผ่นไม่ต้องรับผิดชอบ) ทำให้เกิดตลาดนัดเกิดขึ้นทั่วไป ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตลาดนัดแบบที่ว่านี้กระจายไปทั่ว ขนาดของตลาดเล็กลง เพราะมีหลายที่มากขึ้น ในระยะ ๑๐-๑๕ กิโล นี่แทบจะมีให้จับจ่ายได้ทุกวัน
๔ – ๕ ปีก่อนเป็นยุคทองของพ่อค้าแม่ขาย ที่บางคนยอมทิ้งร้านเดิมที่เคยเป็นหลักแหล่งมาขนของใส่รถกะบะแล้วเร่ขายตามตลาดนัดต่างๆ พอตลาดนัดเพิ่มมากเข้ารายได้ก็หดลง เพราะพอตลาดมีมากที่คนก็ซื้อของได้แทบทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรออาทิตย์ละครั้งและจ่ายทีละเยอะๆ

จตุคามรามเทพ รุ่นรวยไม่มีเหตุผล

Date July 13, 2007

จตุคาม รามเทพ รุ่นพิเศษ “รวยไม่มีเหตุผล” รุ่นนี้ใครมีไว้จะร่ำรวยแบบหาเหตุผลที่มาที่ไปไม่ได้ แม้คตส. ปปช. และดีเอสไอ ก็หืดจับ รุ่นนี้คณะผู้จัดสร้างยืนยันว่าเป็นรวยไม่มีเหตุผลของแท้ ไม่ใช่รุ่นที่สร้างแอบอ้างก่อนหน้า ให้สังเกตที่องค์จตุคามหน้าต้องเป็นสี่เหลี่ยม สัญลักษณ์แห่งความรวยแบบหาที่มาที่ไปของเงินไม่ได้
 

แบบนี้ต้องไล่ออก

Date July 4, 2007

ชักจะไปกันใหญ่แล้วสำหรับการสร้างจตุคาม รามเทพ เลอะเทอะจนเจ้าอาวาสวัดจนๆ บ้านผมมีรถเก๋งใหม่ป้ายแดงใช้ ขอโทษๆ ไม่ได้จะพูดเรื่องนี้ คือ ทำกันจนเละกระทั่งเป็นข่าวที่ท่านอาจจะได้ยินกันแล้ว เรื่องพระธาตุที่วัดพระมหาธาตุเอียง จนเช้านี้ก็มีการรวมพลไปพบผู้ว่าและไปรวมกันที่วัด
นานมาแล้วมีปัญหาการจุดพลุในวัดพระธาตุ จนสุดท้ายมีการห้ามกันว่าอย่าทำ จบไปเรื่องนึง ก่อนอาการคลั่งจตุคามจะทะลุจุดเดือด ปกติจะมีรถทัวร์นาๆ ชนิด เข้ามาบริเวณวัดพระธาตุวันละหลายๆ คัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะจอดใกล้ประตูด้านขวามือ (หันหน้าเข้าหาหน้าวัด ผมระบุทิศไม่ค่อยถูก ไหนตะวันออก-ตก) ไม่มีล่วงล้ำก้ำเกินมาถึงบริเวณวิหารหลวง
ประตูใหญ่ด้านหน้า และด้านข้างตรงตรอกวัดข้างพระธาตุมันแคบคับ คนเดินเข้าได้อย่างเดียว แต่ตั้งแต่มีเรื่องจตุคามฯ ก็ปรากฏรถสารพัดชนิดเข้ามา จะหกล้อ สิบล้อ กะบะ แมงเตอร์ไซต์ เต็มไปหมดรับ เคยเห็นเป็นๆ ตอนกลางวันก็หลายครั้ง
ด้านหน้าวิหารหลวงก็ตั้งโรงหล่อกันเป็นกิจลักษณะ ปฏิบัติการกันต่อเนื่อง ถัดไปเป็นซุ้มจมปลัก (เหย.. ปรัม) พิธี ปลูกชั่วคราวอย่างเป็นการถาวรให้เช่าใช้ เต้นท์จองและอื่นๆ อีกสารพัดครับ มีเวลาจะหารูปมาลงให้ดู