Tag Archives: เศรษฐกิจ
กองทุนมักง่าย (หมู่บ้าน)
นานๆ ครั้งจะออกจากบ้าน วันนี้มีธุระต้องออกไปข้างนอก นั่งรถเมล์แดง (รถร้อน) ราคา ๗ บาท นึกถึงสมัยที่มากรุงเทพครั้งแรกจ่าย ๒.๕๐ บาท และมาอยู่กรุงเทพจริงจังจ่ายอยู่ ๓.๕๐ บาท อยู่ไปอยู่มากลายป็น ๗ บาท วันนี้จ่าย ๗ บาท กลับเข้าบ้านได้ข่าวขึ้นอีก ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ทันที ดีจริง! ปีแรกที่ไอ้เหลี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผมยังมีอาชีพเป็นนักพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ ทำงานแถบสามอำเภอของจังหวัดสตูล รู้จักมักคุ้นพอควรกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับอำเภอและจังหวัด ทำงานแบบค่อนข้างดีกันไม่ชวนรบ งานหลักของที่ทำงานผมจะเน้นสองเรื่อง คือ การฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง … To be continue
โถ..นักยุทธศาสตร์
ถ้าจะย้อนเวลาไปก่อนเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนภูมิใจเสนอ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ” เป็นมือวางอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจ ที่เวทีปราศรัยนาสมัครเป็นคนแนะนำให้เองเลยเสียด้วยซ้ำ ช่วงเวลาเดียวกันมีเสียงดูถูกดูแคลนว่านายมิ่งขวัญ หรือ “เจ๊มิ่ง” ของใครๆ เป็นแค่เพียง “นักประชาสัมพันธ์” ที่อาศัยเกาะงบประชาสัมสัมพันธ์ภาครัฐซึ่งสนุนช่วยเต็มที่ทำให้ อสมท. โตไว เมื่อครั้งนั้น นายมิ่งขวัญ แก้ต่างและขอร้องให้เรียกตัวเองว่า “นักยุทธศาสตร์” ออกตัวว่าเป็นนักยุทธศาสตร์ไม่ใช่นักประชาสัมพันธ์ วาระนั้น พรรคพลังประชาชนเบ่งเต็มที่ว่าเป็น “นักสร้างรายได้” และถ้าเลือก “เงินเต็มกระเป๋า” แค่สามเดือนปริ่ม ถ้าถามตอนนี้ใครเงินเต็มกระเป๋าบ้าง? ถามชาวบ้านตาดำๆ ทั้งคนแรงงาน แม่ค้าพ่อขาย หาเช้ากินค่ำ คนทำงานประจำมีเงินเดือน พนักงานบริษัท ข้าราชการ ..ใครคนไหนเอาอย่างน้อยๆ แค่มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต้องถึงขั้นเงินเต็มกระเป๋า ช่วยยกมือหน่อย
ไอติมขนมปัง
อากาศร้อนของเที่ยงวันนี้ หลังเสร็จขนมจีนเบิ้ลสองชุดทำให้เหงื่อผุดพอประมาณ ก็มีเสียงกระดิ่งพร้อมเสียงตะโกน “ไอติมคร้าบ…บ” ผมไม่ยักยึกหยิบเรียนลงไปหาไอติมทันที เป็นไอติมบ้านๆ ที่ตักใส่ขนมปัง มีลูกชิด ข้าวเหนี่ยว ถั่วลิสงคั่ว ประมาณนี้แหละครับ แต่เจ้านี้เป็นไอติมชนิดพัฒนาแล้วคือเนื้อไอติมเป็นแบบละเอียดละมุนลิ้นแบบไอติมยี่ห้อ ที่ซื้อยี่ห้อมาจากเมืองนอกนั่นแหละครับ ตามประสาก็สนทนาไปเรื่อยกับคนขาย ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนจากดินแดนที่ราบสูง ที่ตักไอติมไปพร้อมพรรณาความทุกข์ให้ฟัง เขาบอกว่าตอนนี้ไอติมที่เขารับมาขึ้นราคาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เขาขึ้นราคาขายไม่ได้ ยังคงขายไอติมขนมปังแบบที่ผมสั่งในราคาเดิมคือ ชิ้นละ ๑๐ บาท (ไม่นับประเภทอื่นที่ถูกกว่านี้และของเด็กอีก) ที่ขึ้นราคาไม่ได้เพราะเกรงคนไม่ซื้อ เกรงขายไม่ได้ ทั้งที่อยากขึ้นราคาเป็นชิ้นละ ๑๒ บาท เดี๋ยวนี้คนไม่รู้จักกันปรับทุกข์ให้กันเป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้วสำหรับสังคมนี้ ในยุคข้าวยากหมากแพง ในยุค “รัฐบาลเฮงซวยแห่งชาติ” ที่บริหารมาแค่สามเดือนก็สร้างแต่ปัญหามาประเดประดังใส่บ่าใส่หลังประปราชนไม่รู้สิ้นสุด ด้วยเห็นใจผมเลยสั่งไป ๒ ชิ้น ทำเป็นใจดีเอามาฝากน้องอีกชิ้น ทั้งที่กระเป๋าตัวเองก็แห้ง ผมไม่ทราบว่าหัวอกเขาทำด้วยอะไร ความคิดจิตใจของนายสมัคร … To be continue
เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด ๔: ตายดาบนี้
วันที่ผ่านมาไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ เพราะพ่อมาทำธุระที่กรุงเทพ วานนี้ตื่นตั้งแต่ก่อนตีสี่เพื่อไปรับ ไปนั่งให้ยุงรับประทานตั้งแต่ยังไม่เช้า ผมแปลกใจเรื่องยุง “หัวรุ่ง” แต่เอาไว้คุยกันคราวหลัง วานนี้หลับๆ ตื่นๆ เพราะนอนน้อย อาศัยหลับบนพื้นหน้าคอมพ์ไปงีบนึงตอนที่ข่าวบ่ายสาม ก่อนนั้นนั่งคุยกับพ่อเกี่ยวกับบรรยากาศในตลาดนัด ที่เคยบอกไปตั้งแต่บทแรกว่า ผมมองเศรษฐกิจจากพื้นฐานที่สะท้อนภาพจากของจริง ไม่ใช่ข้อมูลธนาคารชาติ สถาบันเศรษฐกิจ แหล่งแทงหวยคนรวย หรืออย่างอื่น ตลาดนัดชุมชนสะท้อนภาพจริงของความเป็นอยู่ สภาวะตลาดระดับชาวบ้านแท้ๆ ไม่ต้องพึ่งปัญญาจากตำราของนักวิชาการก็ได้ พ่อเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้ราคายางดี อยู่ที่ ๘๐ กว่าบาทต่อกิโล แต่ปัญหาคือตัดยางไม่ค่อยได้เพราะฝนตก และยังอยู่ในช่วงหน้าร้อนซึ่งส่วนหนึ่งเป็นช่วงปิดกรีด ส่วนใครที่ตัดยางผ่าแล้งได้น้ำยางไม่มากเท่าช่วงหน้าฝนและหนาว สรุปความให้สั้นคือ ถึงยางจะแพงขึ้นแต่เอาราคาของที่ขึ้นไม่อยู่ แบกราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขึ้นพรวดๆ ไม่ไหว คนยังคงเดินตลาดนัดมากเหมือนเดิม แต่มีกำลังในการซื้อน้อยลง ซื้อของได้น้อยและไม่ค่อยซื้อยกเว้นของที่ต้องกินต้องใช้ที่จำเป็นจริงๆ ข้าวที่จากราคาไม่เท่าไหร่ ขึ้นพรวดเดียวเท่าตัว ข้าวหมาถังละห้าร้อย ข้าวคนขึ้นกับชนิดและคุณภาพ … To be continue
