Tag Archives: ประชาธิปไตย
แค่เริ่มก็ผิดแล้ว
ผมไม่อยากจะชวนย้อนไปถึงความผิดพลาดตั้งแต่วินาทีแรก ที่ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยรูปแบบ ผลของความผิดพลาดวันนั้นยังพัวพันมาหลอกหลอนตราบถึงวันนี้ เพียงอยากจะชวนย้อนกลับไปแค่ ๑๐ ปี คือ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๔๐ ที่เรียกกันว่า “ฉบับประชาชน” ผมเป็นหนึ่งในพวก “ธงเขียว” จะเรียกอยู่ในระดับแกนๆ ของธงเขียวใน ม.อ. ปัตตานีก็ได้ครับ ปี ๔๐ ม.อ. ปัตตานี ติดธงเขียวพรึบเต็มวิทยาเขต – ปีนั้น จำความได้ว่า สสร. ปัตตานี นามสกุลสุไลมาน ร่วมกับ ม.ตานี จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่หอประชุมใหญ่ของวิทยาเขต มีอุทัย พิมพ์ใจชน ร่วมด้วย นายที่นามสกุลสุไลมานเอาแต่โฆษณาความดีความงามและผลงานตัวเองกระทั่งแทบไม่มีเวลาเหลือสำหรับการถกประเด็นอะไร – ประเด็นหนึ่งที่คาใจผมมาตั้งแต่ปี ๔๐ คือ … To be continue
ข้อเสียของประชาธิปัตย์
เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวกระมังครับที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นพรรคและเป็นสถาบันทางการเมือง เปลี่ยนหัวหน้ามาหลายคนและดำรงความเป็นพรรคการเมืองอยู่ได้ ก่อตั้งโดยหนึ่งในคณะราษฎร์เพื่อคานอำนาจคณะราษฎร์ด้วยกัน ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ ลงๆ ในภาคใต้ของประชาธิปัติย์มาตลอด และเพิ่งจะมายึดครองได้แทบจะเต็มพื้นที่ก็ไม่น่าจะถึง ๑๕ ปี เป็นพรรคที่เรียกว่าไม่ได้ตั้งโดยหัวหน้าพรรค ของหัวหน้าพรรค และเพื่อหัวหน้าพรรคอย่างเช่นพรรคอื่น ไม่ได้จะหมายถึงไทยรกไทยหรือพลังนอมีนีเท่านั้นนะครับ ผมหมายถึงแทบทุกพรรคที่มีอยู่ เผอิญว่าผ่านไปอ่านบล็อกหนึ่งใน "ประชาถ่อย" เข้า ด่าว่าคุณอภิสิทธิ์ ไม่สง่างาม ลามถึงนิธิ เอียว ศรีวงศ์ อดีตพวกเดียวกันและอื่นๆ พลันเห็นนามสกุลเจ้าของบล็อก ก็ "อ๋อ" เข้าใจได้ ผมเป็นคนใต้แต่ก็อยากจะออกตัวว่าทะเลาะกับประชาธิปัตย์มาบ่อยครั้งมาก ตั้งแต่ครั้งท่อก๊าซไทย-พม่า จนถึงเรื่องเรืออวนปลากระตัก แต่โดยกรอบกว้างผมนับถือในหลายอย่างในความ "เป็น-อยู่-คือ" ของพรรคนี้ โดยเฉพาะเรื่องหลักการ คุณครับ..ผมเป็นคนใต้ ที่อยากจะบอกคุณว่าคนใต้เขาไม่สนใจถนน เสาไฟฟ้า ขอโน่นนี่จาก ส.ส. หรอกครับ … To be continue
ได้เวลาล้างบางแล้วหรือยัง
เวลางวดเข้ามาทุกขณะตัดสินใจกันหรือยังครับวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคมนี้ว่าจะเอาอย่างไรกับบ้านเมือง ผมทราบดีว่าความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้าไม่ว่าเราจะตัดสินใจในทางใด จะเลือกให้วุ่นน้อยเปิดช่องหายใจให้บ้านเมืองได้ก้าวเดินต่อ จะก้าวช้า จะวุ่นวาย จะถูกฉุดแข้งฉุดขาแต่ก็ยังก้าวย่างไปได้ หรือถูกลากกลับไปจมกับวังวนแห่งปัญหาที่สร้างขึ้นมาจากคนเพียงคนเดียว ได้เวลาตัดหางปล่อยวัดหรือยัง จนถึงวันนี้ คนที่ยังลุ่มหลงเชื่อในภาพสร้างจอมปลอมของปีศาจหน้าเหลี่ยมมีอยู่ไม่น้อย คนที่ได้เศษประโยชน์จากการกัดกินประเทศด้วยทัศนคติว่าถึงมันโกงแต่เราก็ได้บ้างก็ยังสนับสนุนอย่างหนาแน่น ขณะที่คนไม่เอาเหลี่ยมแยกกันไปหลากหลายทิศหลายทาง คนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่คงเบื่อการเมืองไม่น้อยไปกว่าผม นิ่งเงียบไม่สนใจ ถึงเรือใกล้จะจมก็คิดอยู่ว่าเดี๋ยวก็มีคนเป็นเดือดเป็นร้อนหาทางอุดหาทางวักน้ำออก แล้วก็จะรอดไปได้ด้วยกันเหมือนคนอื่น ในทางสองแพร่งหัวเลี้ยวหัวต่อเราจะตัดสินใจอย่างไร? ช่วยกันคนละแรงดีไหม? แค่สองขีดเป็นกากบาทเพื่อบอกว่า "พอได้แล้ว" เลิกวุ่นวายได้แล้ว เลิกดึงขาประเทศได้แล้ว บอกว่าเราจะไม่ยอมหยุดนิ่งจมปลักอยู่กับเรื่องของคนเพียงคนเดียว คนเพียงคนเดียวที่ถูกขับออกไปบอกเป็นห่วงประเทศอย่างโน้นอย่างงี้พร้อมๆ กับชี้หน้าด่าประเทศปาวๆ กระบวนการยุติธรรมไม่ดีบ้างล่ะ ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยรับรอง คมช. บ้างล่ะ ไม่ปลอดภัยบ้างล่ะ คนนอกเขามองอย่างไร เมื่อคนในบ้านออกไปยืนนอกรั้วแล้วชี้หน้าด่าคนในบ้าน? ยุแยงให้คนในบ้านต่อยตี ภาพแบบนี้คุณก็เคยเห็น แต่เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร ใช่วิธีการแสดงออกว่ารักและเป็นห่วงประเทศ? หรือแค่คำพูดของเด็กเลี้ยงแกะ
บ้าป่ะ สับสนป่ะ
เรื่องโคตรขำประจำวันครับเพิ่งเห็นข่าวเมื่อตอนบ่ายนี้เอง หมอหน้าซื่อใจคดสุรพงศ์ สืบวงศ์เหลี่ยม แห่งพรรคพลังนอมินี เตรียมออกแคมเปญจ์ใหม่ "หมดเวลาทะเลาะกันฯ" ผมเข้าใจผิดไรปล่าวไม่รู้ แต่อดสงสัยและขำไม่ได้ ท่ามันจะด่าเขามั่วจนสับสนไปแล้ว ถึงขั้นเป็นบ้า ก็พรรคมันหัวหน้านอมินีมันนี่แหละที่กราดด่าคนโน้นคนนี้รายวัน ด่า คมช. ด่า ปชป. ด่าโน่นด่านี่จนมั่วไปหมด ไปตรงนั้นด่าคนนี้ ไปตรงนี้ด่าคนนั้น ถ้าไม่เป็นบ้าก็คงเพี้ยนหนัก ดีไม่ดีวันนึงมันจะลุกขึ้นมาด่าตัวเอง ยังไงขอร้องโรงพยาบาลหลังคาแดงช่วยจับไอ้หมอนี่ไปหน่อย ก่อนจะคลุ้มคลั่ง
เลือกตั้ง..เลือกอะไร
วานนี้เจอใครใครก็ถามเรื่องเลือกตั้งล่วงหน้า เห็นออกจะครึกครื้นกันดี คุณว่าแปลกไหมคราวนี้ทำไมใครๆ ถึงนึกอยากจะไปเลือกตั้งกัน ฟังความจาก กกต. (รุ่นประณีประนอม) เห็นว่ามีคนลงชื่อเลือกตั้งนอกเขตร่วมสองล้าน ตัวเลขเลือกตั้งต่างแดนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากราวสองหมื่นเป็นหลักแสน ผมจำตัวเลขไม่ได้ ทำไมคนถึงอยากไปเลือกตั้ง? ทั้งที่เห็นว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้มีอะไรวุ่นวายน้อยลงกว่าเก่า มากสุดแค่เปลี่ยนจากระบบของทหาร กลับไปเป็นประชาธิปไตยแต่ในนาม เละๆ วุ่นๆ อย่างที่เป็นสมัยรัฐบาลผสมคลุกด้วยส่วนผสมของขี้แพ้ชวนตีหาเรื่องไม่เลิก แถแหลก แดกดัน หลายคนที่นับตัวว่าเป็นชนชั้นกลางอาจจะตะขิดตะขวงใจหรือไม่เต็มใจรับการเลือกตั้งอันเป็นผลสืบเนื่องจากการรัฐประหาร ผมเองแม้เป็นคนชั้นล่างและเซ็งจิตกับคณะรัฐประหาร คมช. ชุดนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็น "เผด็จการทหาร" อย่างที่ใครพยายามแหกปากป่าวร้อง ..ไร้สาระ..จะเป็นเผด็จการทหารก็ได้แต่นิตินัย แต่โดยพฤติการณ์กลายกลับเป็นคนละเรื่อง แรกเริ่มเดิมทีเข้าใจว่าเขาคงเข้ามากวาดบ้านกวาดเมืองอย่างที่ประชาชนหวัง เห็นพูดดีแต่ค้น บุคคลิคน่าเชื่อถือ ซื่อๆ ที่ไหนได้ "คดในข้อ" พอๆ กัน ผมไม่มีคำถามเรื่องทหารยศพลเอกเป็น ผบ.ทบ ว่าทำไมมีเงินเป็นร้อยล้าน … To be continue
