Tag Archives: รธน.
จากของแสลงกลายเป็นยาวิเศษ
ขออนุญาตหยิบบางส่วนของบทความจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๑ ของทีมข่าวการเมืองมาให้อ่าน เปรียบเทียบบทบาทและท่าทีของนายสมัคร สุนทรเวช ที่มีต่อรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เมื่อปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๑ ชนิดที่บทความดังกล่าวขึ้นหัวข้อว่า “จากของแสลงกลายเป็นยาวิเศษ รธน. ๔๐ แม่แบบที่สมัคร (ไม่เคย) ต้องการ”
อนิจจาทิงเจอร์
หลายวันมานี้เห็นอาการดิ้นพล่านเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกของพรรคร่วมรัฐบาล อดรู้สึกสมเพชไม่ได้ อนิจจา..เวลาผีโดนน้ำมนต์ สังคังโดนซีม่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง แสบร้อน ทุรุนทุราย ให้ได้พล่านไม่เหลือภาพ “พวกมีอำนาจเหนือแผ่นดิน” จะอะไรเสียอีก โกงเลือกตั้งมา ครั้นพอกฎหมายจับได้ไล่ทัน จะเขี่ยพ้นสนามก็เกิดอาการร้อนรน ต้องแก้ๆ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเลว ไม่ดี ไม่ได้เรื่อง ต้องแก้ๆ กะโหลกกะลาไม่เคยเอาน้ำรดดูเงา อันว่าน้ำมนต์รดคนดีมีมงคล รดผีชั่วย่อมร้อนรนเป็นธรรมดา แล้วนี่เสือกรับรัฐธรรมนูญเฉพาะที่ได้ประโยชน์ อันไหนให้โทษตีโพยตีพาย อาการแบบนี้คนหรือหมา? เลือกตั้งได้มาก็ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกจับขี้ฉ้อก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่ถ้าเป็นวงไพ่ วงไฮโล โกงจนเขาจับได้แล้วโวยวายแบบนี้ มีหวังเจอตีน! ถูกจับแก้ผ้าโยนออกนอกบ่อนให้ได้ขายขี้หน้า แต่แปลก “หมัก-เหลิม กาสิโน”กลับไม่เข้าใจเรื่องง่ายๆ แบบนี้ พูดถึงเหลิม วานนี้ขับถ่ายอะไรผ่านทวารบนหลายอย่าง หมั่นไส้มั่งล่ะ หมา-เสือมั่งล่ะ ไปขูดหินปูนคราวหน้ารบกวนขอหมอฟันช่วยขูดหมาออกจากปากด้วย … To be continue
รัฐธรรมนูญ..เออเหอ
ผมว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้ตั้งใจจะถนอมปาก ถนอมคำ ถนอมความคิด ให้อ่อนโยนลงบ้าง ไม่อยากปล่อยใจให้ร้อนรุ่มไปตามอากาศตามคำคน ที่รู้ทั้งรู้ว่าที่ให้พ่นกันออกมาแต่ละวันนั้น “รูก้น” ไม่ใช่ “ปาก” คำแต่ละคำที่ขับถ่ายออกมา ถ้าเป็นของดี สิ่งดี หรืออย่างน้อย เจือๆ ปนๆ ของไม่ดีบ้างยังพอนับได้ว่าเป็นปาก แต่ถ้าส่วนผสมร้อยละร้อยเป็นของเสียต้องนับเป็นอีกรูที่อยู่ล่างลงไป ผมเริ่มสงสัยแล้วครับ ที่คนเขาว่าการศึกษาสมัยก่อนนั้นดีกว่าสมัยนี้หลายเท่า ดีกว่าหลายเท่าแต่ได้ผลผลิตออกมาอย่างสมัคร สุนทรเวช เฉลิม อยู่บำรุง ชูศักดิ์ ศิรินิล กานต์ เทียนแก้ว หรือแม้แต่ ทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ แล้วอนาคตชาติที่เกิดจากการศึกษาปัจจุบัน จะให้ผลผลิตที่เป็นกากเดนคน-สังคมมากกว่านี้ หนักกว่านี้กี่ร้อยกี่พันเท่า? หรือถ้าไม่ใช่เพราะการศึกษา แล้ว..จำพวกนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอน? ผมเป็นคนเรียนมาน้อยครับ การศีกษาไม่อาจช่วยให้ทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ได้ นึกได้แต่ที่คนบ้านๆ … To be continue
ความอัปลักษณ์ในรัฐธรรมนูญ
ยกมือไว้ที่บรรทัดแรกนี้ว่าผมไม่ได้ออกไปรับหรือไม่รับร่าง ไม่ได้นอนหลับทับอะไรซักอย่าง นั่งๆ นอนๆ และใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ ที่ไม่ไปไม่ได้มีเหตุผลอะไรสลับซับซ้อน เพียงแค่ว่าไม่อยากมีส่วนร่วม ง่ายๆ คือ ไม่เอาด้วย ผมไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจว่าทหารเข้ามายึดอำนาจ เป็นรัฐธรรมนูญจากปลายปืนหรืออะไรหรอกครับ พูดแบบนั้นก็เปลืองน้ำลายและเสียเวลาจะฟัง เพราะถ้าพูดให้ถึงที่สุดแล้วอำนาจประชาธิปไตยที่ได้มาตั้งแต่ต้น รัฐธรรมนูญฉบับแรกก็ได้มาด้วยปลายกระบอกปืน ประวัติศาสตร์มันเป็นมาอย่างนั้น ๗๕ ปีหรือกี่ปีผมจำไม่ได้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยสำหรับประชาธิปไตย คือ เรื่อง “บ้ารัฐธรรมนูญ” กับ “บ้าพาน” ลองไปหาสิ่งก่อสร้างสมัยคณะราษฎร์ดูนะครับ ที่ผมว่า “บ้าพาน” นั้นหมายถึงอะไร ที่เปลี่ยนไปหน่อยนึง คือ ถ้าพูดถึงประชาธิปไตย เราก็นึกได้แค่ “เลือกตั้ง” กับ “เลือกตั้ง” ซึ่งไม่ได้มีความหมายอะไรนอกจากเป็นองค์ประกอบเล็กๆ เป็น “กระพี้” ไม่ใช่ “แก่น” … To be continue
มาตรา ๑๒๒
เห็นว่าหมู่นี้มีการยกมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ ๕๐ มาพูดถึงกันบ่อย ทั้ง มาตรา ๑๗๔ (๕) มาตรา๑๗๗ ผมเลยอยากหยิบมาให้ดูเล่นๆ สักหนึ่งมาตรานะครับ มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยโดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ลองคิดดูเล่นๆ นะครับว่า ถ้าทั้งพรรคเป็นนอมินี หัวหน้าพรรคเป็นตุ๊กตาไขลานรอคำสั่ง จะมีสภาพความเป็น "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" ตามมาตรานี้หรือเปล่า
