August 22, 2008
ผมเป็นคนไทยคนเล็กๆ คนหนึ่งโตมากับแผ่นดินชนบทที่ห่างไกลการพัฒนา ที่หลายปีดีดักไม่เคยมีนักการเมืองคนใดสนใจจะพัฒนาหรือให้ความสำคัญจริงจัง มีโครงการสร้างถนนแต่ละครั้งก็สร้งกันหน้าฝน ถนนทั้งลายเป็นหล่มโคลนลึกถึงเข่า สร้างเสร็จใช้งานได้ไม่นานก็พัง เราก็รู้ว่านักการเมืองเขากินกัน พังไวของบซ่อมได้ ชาวบ้านจนๆ ตามชนบทอย่างครอบครัวผมจะว่าไปแล้วแทบไม่เคยได้รับการเหลียวแลใด นัการเมืองมีแต่แก่งแย่งอำนาจกัน คนโน้น พรรคโน้น พยามแต่จะเป็นรัฐบาลท่าเดียว เป็นรัฐบาลผสมที่ไม่เคยมีเสถียรภาพเลย ทุกคนคิดแต่เรื่องโกงกิน อย่างที่บรรหาร ศิลปอาชามันว่า “เป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง” การเมืองจึงเป็นเรื่องของหมาการเมืองมันเข้าไปกัดกัน โดยที่ไม่เคยเห็นหัวดำๆ ของประชาชนอย่างเราแม้แต่น้อย เคยอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น ถึงคราวเลือกตั้งเขาก็เอาเงินมาให้เล็กน้อย สมัยก่อนแจกจอบเสียม แจกปลาเค็ม รองเท้าฟองน้ำ ระยะหลังพัฒนาเป็นแจกเงิน จะดีหน่อยก็ไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทยลงสมัครเลือกตั้ง เราจึงได้มากขึ้นเป็นก้าวกระโดด จากร้อยยี่สิบมาเป็นสามร้อยห้าร้อยต่อหัว คุณทักษิณเป็นคนดีที่เห็นคุณค่าจากเสียงของเรา และจ่ายให้เราอย่างน้อยๆ ก็สมน้ำสมเนื้อ ไม่เห็นเสียงเราเป็นแค่สินค้าราคาถูก คุณทักษิณเริ่มได้ใจเรานับตั้งแต่นั้น
คุณทักษิณได้สมญาจากสื่อว่าเป็น “อัศวินคลื่นลูกที่สาม” ทั้งที่เราก็รู้ว่าแต่ละวันคลื่นซัดเข้าหาฝั่งแล้วหายไปวันละหลายร้อยหลายพันลูกไม่สิ้นสุด แต่กระนั้นคุณทักษิณเป็นตัวแทนของ “ทุนนิยม” และ “โลกาภิวัตน์” ซึ่งกำลังเป็นกระแสพูดคุยอย่างกว้างขวางในบ้านเราในขณะนั้น คุณทักษิณเป็นคนที่ตัดสินใจแคล่วคล่องว่องไว และเป็นนักประสานชั้นเยี่ยม เมื่อวันเปิดตัวพรรคฯ คุณทักษิณบอกจะไม่เอา “ส.ส. ยี้” ที่เรารังเกียจกันนักหนา ไม่กี่วันด้วยความชาญฉลาดและตระหนักรู้การเมืองไทย คุณทักษิณตัดสินใจดึงเสนาะ เทียนทอง [...]
Posted in ทัศนะ
12 Comments »
August 11, 2008
เป็นที่ทราบแล้วล่ะครับ “ชายคนนั้น” ที่ก้มลงกราบดิน เมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ นั้น บัดนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ครั้ง อย่างที่น้องลูกศรเคยว่าไว้ “ก็เคยไม่มีแผ่นดินอยู่มาครั้งหนึ่งแล้วนี่นะ” แต่ยังไม่สำนัก หยุดประพฤติในทางที่จะผูกมัดตัวและพวกพ้องให้แน่นเข้า เร่งกรรมให้ตามติดด้วยอัตราเร่งสูง ประจานตัวเองสู่สายตาคนทั้งประเทศ
ทำไมผมถึงกล่าวว่าเขาประจานตัว ก็ขอหยิบคำของ “กาหลิบ” คราบอีแอบของ “จักรภพ เพ็ญแข” ว่าการถ่ายทอดสดคดี “หนีภาษีชินวัตรคอมพิวเตอร์” ของไทยพีบีเอส คือ การ “แห่ประจานรอบเมือง” ที่ลากเส้นย้อนไปถึงคดี “ซุกหุ้น ๑” ที่เผยธาตุแท้คนบางนามสกุล และ “ความยุติธรรมที่ซื้อได้” บางทีถ้า “ชายคนนั้น” ยอมรับกระบวนอันสมควรที่จะยุติอย่างเป็นธรรมเมื่อครั้งนั้น เขาอาจไม่ต้องเผชิญ “อนุกรมแห่งกรรม” ที่ผูกต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ที่นับ “ซุกหุ้น ๑” เป็นปฐมบท
Posted in ทัศนะ
5 Comments »
August 5, 2008
หลังจากกลับมาจากบ้าน นับเวลาร่วมอาทิตย์กว่าแล้วแต่เหมือนจะไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักเท่าไหร่ อย่างหนึ่งเพราะสุขภาพในช่วงแรก และความขุ่นมัวกับสถานการณ์บ้านเมือง ที่นานาปัญหาเหมือนจะประดังเข้ามาจากทุกด้าน ที่จริงเรื่องทั้งหมดนี้ไม่น่าเป็นภาระของพันธมิตรที่จะต้องออกมาเรียกร้อง แฉโพย ต่อต้าน ควรที่จะเป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติเสียด้วยซ้ำ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เป็นความเพิกเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือธุระไม่ใช่ หรือเพราะว่าไม่รู้ข้อมูล บางกลุ่มบางจำพวกและนักวิชาการบางตัวนอกจากจะไม่รับผิดชอบต่อปัญหาบ้านเมือง ยังทำตัวเป็นสุนัขตัวเมีย แอบเบี่ยงประเด็นจนน่าสมเพช บางตัวบอกเป็น “ขวาพิฆาตขวา” คงเป็นขวาพ่อมันกระมังครับ ลองถาม “คนเสื้อเหลือง” หลากหลายอาชีพที่ไปชุมนุมอยู่ที่สะพานดมัฆวานดูสิครับ ว่าเขาไปที่นั่นเพื่ออะไรกัน
คนเราบางทีก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งมักจะสายเสียทุกคราว แต่ครั้นพอรู้ว่า “มะเร็งทางการเมือง” กำลังก่อตัวกัดกินประเทศ คนก็พากันบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องให้โอกาสรัฐบาลก่อน ครับให้โอกาสมะเร็งลุกลามเป็นขั้นที่สามสี่เสียก่อน ถึงตอนนั้นฉีดคีโมก็เอาไม่อยู่ รถดับเพลิงมักมาถึงเมื่อไฟไหม้ใกล้วอดแล้วเสมอๆ ฉันใดก็ฉันนั้น คนไทยต้องเห็นความวอดวายเกิดขึ้นต่อหน้าชัดๆ ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที บ้างก็ว่าค่อยพิพากษากันวันเลือกตั้งถัดไป
ความผิดเพี้ยนทางความคิดเหล่านี้ สะท้อนชัดในสังคมเรามากขึ้นทุกวัน เพราะประชาธิปไตยจอมปลอมที่เราหลอกตัวเอง ๗๖ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยแม้แต่ช่วงเวลาเดียว จะมีก็แค่ปกแต่ไม่มีในเนื้อหา ความผิดเพี้ยนแบบนี้พิลึกพอๆ กับกิริยาอาการของพระบางรูปอย่างพระพยอม ที่หลายครั้งหลายคราวผมก็อยากจะอาราธนาซักถามข้อธรรมะสักข้อว่า ถ้าพันธมิตรเห็นประจักษ์ก่อนแล้วว่ารัฐบาลนี้กำลังฉ้อโกงคนทั้งชาติและออกมาเรียกร้อง ท่านเจ้าคุณฯ เห็นว่าไม่ควร แล้วครั้งที่ถูกโกงที่ดินท่านเจ้าคุณฯ ออกมาเรียกร้องโวยวายหาพระแสงอะไร?
Posted in ทัศนะ, ภาพและเสียง
6 Comments »
July 31, 2008
คืนก่อนเปิดตัวครั้งแรกของจอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นครั้งแรกที่ผมไปเวทีพันธมิตร (ถ้าจำไม่ผิดคือวันแรกที่ไอ้หมักออกมาประกาศ “แตกหัก” แต่เช้า) ก่อนกลับผมเดินอยู่หน้ายูเอ็น โดยไม่รู้ตัวผมเดินตามหลังจอย ศิริลักษณ์ อยู่ จะรู้ก็ตอนที่มีคนขอถ่ายรูปเธอ ไม่ได้ตื่นเต้นแต่รู้สึกแปลกใจอยู่หน่อยนึงที่เห็นดาราสาวคนนี้ ตัวเล็กๆ ผิวขาวเป็นหยวก หน้าตาน่ารักกว่าในจอ (ที่ปกติไม่เคยรู้สึกว่าเธอสวยเลย)
คืนถัดมาเธอขึ้นเวทีพันธมิตร ร้องเพลง “สยามเมืองยิ้ม” หลังจากนั้นแวะเวียนไปเวทีพันธมิตรอยู่เนืองๆ รับทราบว่าคอยไปช่วยเหลือหน่วยพยาบาลอยู่เป็นประจำ และมาพร้อมเก้ากี้ผ้าใบสนาม ที่เป็นเครื่องมือชุมนุมหลักของชาวพันธมิตร นอกเหนือจากขวดน้ำดื่ม ข้าวห่อ พัดลมแบบพัดมือ ร่มและเสื้อฝน
หลังจากเธอหายไปน่าจะพอๆ กับที่ผมหายหน้าหายไป คืนที่ผ่านมาจอย ศิริลักษณ์ซึ่งกลายเป็นนางเอกประจำและในดวงใจชาวพันธมิตร กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมเพลง “สยามเมืองยิ้ม” และเพลงโปรดของผม “สาวดำรำพัน” ฟังเธอพูดในหลายโอกาสสะท้อนว่าดาราบางคนก็มีสมอง ไม่ใช่ประเภทที่เสื่อมไปเพราะกัญชา หรือหากินแบบตลกแดกไปวันๆ เอามาให้ชมกันเต็มๆ ๑๐ นาทีครับ
Posted in ภาพและเสียง, สถานการณ์รายวัน
No Comments »
June 27, 2008
เพลงโปรดเพลงนึงผมเลยละครับ ชอบใจเพลงนี้ จังหวะง่ายๆ คุ้นเคย จำชื่อเพลงไม่ได้ จำชื่อคนแต่ง-คนร้องไม่ได้ ขออภัยด้วยครับ
Posted in ภาพและเสียง
2 Comments »