นักวิจัยเผยสัตว์นรกหลงยุค ‘Sundaravej tyrantis’

Date August 21, 2008

สำนักข่าวบอริ่งเดย์ กรุงเทพ – P. Manae ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตววิทยาและอนุกรมวิธานสัตว์ดึกดำบรรพ์ จากสถาบันวิจัยสัตว์การเมืองบอริ่งเดย์ เปิดงานวิจัยล่าสุด “An outdate species of the hell demon Sundaravej tyrantis (Varanidae, Squamata) from Bangkok, Thailand” จัดจำแนกตั้งชื่อสปีชีย์สัตว์นรกสายพันธุ์หลงยุคที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์มาก่อน

บทคัดย่อระบุ สัตว์นรกเป็นกลุ่มหนึ่งของสัตว์การเมืองที่พบโดยทั่วไปในประเทศไทย Sundaravej tyrantis เป็นสายพันธุ์หนึ่งในนั้นแต่ไม่ได้รับการจำแนกชนิดมาก่อนหน้า โดยมีลักษณะเด่น คือ ลักษณะปรากฎอันอัปลักษณ์ อันน่ารังเกียจ น่าขยะแขยง มีนิสัยหัวรั้นดื้อด้าน ตะกละตะกราม โกหกปลิ้นปล้อนไม่รู้จบรู้สิ้น อารมณ์ร้าย จิตใจแปรปรวน ไร้วุฒิภาวะ แสร้งทำเป็นเลือดสีน้ำเงินเพื่อใช้เป็นอาวุธเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้ามและเป็นบันไดเพื่อเข้าสู่อำนาจ นอกจากนั้นยังมีไว้เพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยน เป็นสัตว์นรกปากเปื้อนเลือดที่นิยมกินยางมะตอยเป็นอาหาร และล่าสุดระหว่างลุ่มหลงกับอำนาจและเมถุนกำลังพยายามเปลี่ยนชนิดอาหารยางมะตอยเป็นเมกะโปรเจคต์

“ทักษิณติดคุก” และ “ห่วยแตก”

Date August 5, 2008

หลังจากกลับมาจากบ้าน นับเวลาร่วมอาทิตย์กว่าแล้วแต่เหมือนจะไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักเท่าไหร่ อย่างหนึ่งเพราะสุขภาพในช่วงแรก และความขุ่นมัวกับสถานการณ์บ้านเมือง ที่นานาปัญหาเหมือนจะประดังเข้ามาจากทุกด้าน ที่จริงเรื่องทั้งหมดนี้ไม่น่าเป็นภาระของพันธมิตรที่จะต้องออกมาเรียกร้อง แฉโพย ต่อต้าน ควรที่จะเป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติเสียด้วยซ้ำ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เป็นความเพิกเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือธุระไม่ใช่ หรือเพราะว่าไม่รู้ข้อมูล บางกลุ่มบางจำพวกและนักวิชาการบางตัวนอกจากจะไม่รับผิดชอบต่อปัญหาบ้านเมือง ยังทำตัวเป็นสุนัขตัวเมีย แอบเบี่ยงประเด็นจนน่าสมเพช บางตัวบอกเป็น “ขวาพิฆาตขวา” คงเป็นขวาพ่อมันกระมังครับ ลองถาม “คนเสื้อเหลือง” หลากหลายอาชีพที่ไปชุมนุมอยู่ที่สะพานดมัฆวานดูสิครับ ว่าเขาไปที่นั่นเพื่ออะไรกัน
คนเราบางทีก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งมักจะสายเสียทุกคราว แต่ครั้นพอรู้ว่า “มะเร็งทางการเมือง” กำลังก่อตัวกัดกินประเทศ คนก็พากันบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องให้โอกาสรัฐบาลก่อน ครับให้โอกาสมะเร็งลุกลามเป็นขั้นที่สามสี่เสียก่อน ถึงตอนนั้นฉีดคีโมก็เอาไม่อยู่ รถดับเพลิงมักมาถึงเมื่อไฟไหม้ใกล้วอดแล้วเสมอๆ ฉันใดก็ฉันนั้น คนไทยต้องเห็นความวอดวายเกิดขึ้นต่อหน้าชัดๆ ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที บ้างก็ว่าค่อยพิพากษากันวันเลือกตั้งถัดไป
ความผิดเพี้ยนทางความคิดเหล่านี้ สะท้อนชัดในสังคมเรามากขึ้นทุกวัน เพราะประชาธิปไตยจอมปลอมที่เราหลอกตัวเอง ๗๖ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยแม้แต่ช่วงเวลาเดียว จะมีก็แค่ปกแต่ไม่มีในเนื้อหา ความผิดเพี้ยนแบบนี้พิลึกพอๆ กับกิริยาอาการของพระบางรูปอย่างพระพยอม ที่หลายครั้งหลายคราวผมก็อยากจะอาราธนาซักถามข้อธรรมะสักข้อว่า ถ้าพันธมิตรเห็นประจักษ์ก่อนแล้วว่ารัฐบาลนี้กำลังฉ้อโกงคนทั้งชาติและออกมาเรียกร้อง ท่านเจ้าคุณฯ เห็นว่าไม่ควร แล้วครั้งที่ถูกโกงที่ดินท่านเจ้าคุณฯ ออกมาเรียกร้องโวยวายหาพระแสงอะไร?

หมักหมาบ้า ซุกหัวห้องน้ำ อตก. ออกด่านักข่าว

Date August 4, 2008

โลกต้องจารจารึกไว้ว่าสายวันที่ ๓ สิงหาคม นายกรัฐมนตรีนอมินีขายชาติของประเทศไทย หนีสัมภาษณ์นักข่าว ซุกหัวซ่อนตัวในห้องน้ำสาธารณะ ตลาด อตก. นานร่วมสามสิบสี่สิบนาที แถมให้รถตู้ทำทีเป็นออกรถเพื่อลวงนักข่าวว่าตัวออกไปแล้ว นักข่าวรู้เท่าทัน ตัวทนซุกหัวอยู่ในส้วมไม่ไหว ออกอาการประสาทแดก โผล่หัวมาด่ากราดนักข่าว แล้วไปซื้อปลาทูแต่เปลี่ยนใจด่านักข่าวต่ออีกร่วม ๑๕ นาที แถมท้าทายให้เอาออกอากาศ เอเอสทีวีเอามาออกตามคำท้าบนเวทีพันธมิตร

เกิดมาเคยพบเคยเห็นหรือเปล่าครับ คนบ้าสาหัสสากรรจ์ขนาดนี้ ครั้งโน้นเป็ดเหลิมเมาแล้วขี้ขลาดตาขาว อย่างมากก็เลือกทางหมาเผ่นออกหลังโรงแรม นี่บ้าประสาทรับประทานขนาดหนีนักข่าวไม่กี่คน ซุกหัวในห้องน้ำสาธารณะตลาดสด น่าสมเพชเวทนาเป็นที่สุด หน้าตาก็ไม่ใคร่จะเหมือนคนอยู่หนึ่งแล้ว พฤติกรรมยังเป็นที่น่าอับอาย น่ารังเกียจ ต่อไปคงซุกหัวลงในปี๊บใดปี๊บหนึ่งเป็นแน่แท้ ว่าแต่ทำไมไม่รีบตายห่าเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป อยู่ก็รกโลก แย่งอากาศคนอื่นหายใจ เป็นภาระให้แผ่นดินต้องแบกรับ!!

โนราพันธมิตรกระบี่-ลูกหอก

Date June 29, 2008

เมื่อเช้าเวทีพันธมิตร หน้าทำเนียบมีแสดงมโนราห์ด้วยครับ เป็นคณะของครูท่านใดผมจำชื่อไม่ได้ พา “คณะโนรา” เข้าใจว่ายังเป็นนักเรียนมาจากกระบี่ (พันธมิตรเขาพนม จ. กระบี่) ผมได้ดูแค่ท่อนปลายเพราะไปเสียเวลากับรายการพูดเองเออเองของ “ลูกหมัก” ไอ้หอก (หัก) ของใครๆ นั่นแหละครับ ที่เรียก “ลูกหมัก” เพราะผมเคยเป็น “คุณพ่อเอ็นจีโอ” ของลูกหอก (เรียกอย่างนี้ดีกว่า) และที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะ “ลูกหอก” แกว่งปากหาเรื่องนักสิ่งแวดล้อมอีกรอบ ไม่มีอะไรมากกว่าเขาติงโครงการอุโมงค์ส่งน้ำอันบรรเจิดของลูกหอก ที่เมื่อเช้าลูกหอกออกมาแก้ตัวพัลวันพูดเองพยักหน้ารับเอง ก็วันก่อนนี้ประชาธิปัตย์จับได้กลางสภาฯ ระหว่างอภิปรายงบประมาณฯ ว่า ไม่มีอยู่ในงบใดๆ แล้วอภิมหาโครงการนี้มาได้อย่างไร? พูดเรื่องนี้ลูกหอกเรียกน้ำจากเขื่อนของลาวว่า “น้ำทิ้ง” เออ เข้าใจเรียกนะ คราวก่อนเรื่องแก่งเสือเต้นลูกหอกก็ว่า ทั้งป่ามี “นกยูงโง่ ๓ ตัว” ดูมันพูด

ไม่รู้ไปเก็บกดจดจำอะไรนักหนากับเรื่องโดนหมอตรวจสภาพจิตกลางสภา เช้าเข้ารายการก็พล่ามเป็นประเด็นแรกเลยครับ แล้วก็สาธยายเรื่องพับนกว่าเป็นมาตั้งแต่หนุ่มๆ ใครที่เกิดไม่ทันก็ได้เข้าใจทันทีว่า อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง ฝังรากลึกเป็นสันดาน แก้ไขไม่ได้ แถมลูกหอกของผมยังว่าอีกว่า ก็อภิปรายน่ะใช้หูฟังเอา ผมก็เลยได้เข้าใจนาทีนั้นว่า..อ้อ ไอ้คนไร้มารยาท ไม่รู้กาละเทศะมันคิดของมันอย่างนี้นี่เอง ว่าไปก็เหมือนเด็กไม่รู้จักโตนั่นแหละครับ ที่เรียกว่าเป็นเฒ่าทารก-ไร้วุฒิภาวะก็เห็นชัดมากยิ่งขึ้นตอนท้ายรายการ [...]

ดูชัดๆ “หมัก” ไร้วุฒิภาวะระหว่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Date June 25, 2008

กลางดึกระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ ก่อนพักประชุม นายสมัคร สุนทรเวช ออกอาการเกรี้ยวกราดโหวกเหวกกลางสภา ชี้โบ้ชี้เบ้ โทษคนโน้นคนนี้ แล้วเบี่ยงประเด็นใส่ร้ายคนอื่นและพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ไม่สามารถตอบคำถามอะไรได้เลย สะท้อนความไร้วุฒิภาวะชัดๆ อีกครั้ง
กระทั่งสาทิตย์ วงค์หนองเตย ลุกขึ้นมาโต้แย้งว่านายสมัครจงใจบิดเบือนประเด็น และท้ายสุดหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ตบหน้านายสมัครฉาดใหญ่กลางสภาว่า “ไร้วุฒิภาวะ”

ป.ล. ดูสมัครสำรากมากไปจนตอนนี้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรงตั้งแต่เช้ามืด