วันนี้ออกไปข้างนอกมา ไปซอกแซกแถวที่เขาขายข้าวสารในห้าง ไว้จะเล่าให้ฟังคราวหลังนะครับ ซักระยะใหญ่แล้วล่ะครับที่ใครๆ มักเรียกผมว่า “ลุง” ก็ควรเป็นลุงอยู่หรอกครับ ฝ่ายตานั้นผมเป็นหลานคนหัวปี มีหลานอายุ ๑๒ ขวบแล้ว เขารีบแต่งกันจริง! ใครแต่งที่ไรกรรมมาตกที่หัวผมทุกที เมื่อไหร่มันจะแต่ง ผมก็ไหลไปตามเรื่อง เอาเป็นว่ามีงานแล้วมีหมากให้กิน น้าสาวขึ้นร้องเพลงแล้วลงมากอดมาหอมแก้ม แค่นี้ก็สุขแล้ว น้าสาวผมคนนี้สวยเชียวครับขอบอก อ้อสัปดาห์ก่อนเพิ่งโดนอากอดมาสองรอบ นานๆ ได้เจอทีดูอาจะมีความสุขมากที่พ่อแวะไปหา ผมเป็นหลานเอ็นดูของทุกคนด้วยสิครับ ยกเว้นน้าสะใภ้จำนวน ๑ คน ที่ไม่กล้าเข้าใกล้ผม เหตุมันมีครับและคงรู้ว่าผมไม่ชอบใจแก และผมสืบเชื้อสายความดุของแม่มาด้วย!
พูดถึงเรื่อง “ลุงๆ” ทำให้นึกถึงเพลง “ขอร้องอย่าเรียกลุง” ของเอกชัย ศรีวิชัย เพลงนี้อยู่ในชุด “เมียจับติด” แปลความว่า เมียจับได้ จับได้ที่แอบไปมีเมียน้อย โปรดรับฟังเพื่อความบันเทิง
ขอร้องอย่าเรียกลุง
May 10, 2008
ลุกทำไหร?
March 15, 2008
ลุกทำไหร? ในภาษาใต้ตรงตามความภาษาภาคกลางว่า “ลุกทำไม” ไม่ได้จะชวนกันออกมาลุกฮือสู้รบหรอกนะครับ เอาไว้คุยเรื่องนี้ในโอกาสอื่นที่จะมาถึง
หลังเขียนเรื่อง “ข้าพเจ้า..ผู้เบาปัญญา” เสร็จ ผมนั่งรับประทานข่าวเป็นอาหารไปตามประสา แต่จนด้วยปัญญาจะย่อยมาแบ่ง เพราะความคิดถูกรบกวน เพื่อนเก่ากว่าสิบปีสมัยเรียนปริญญาตรีที่ปัตตานีแวะมาทักทายผ่านโปรแกรมสนทนา หัวข้อสนทนาตอนปลายเรานั่งวิจารณ์ความเป็นไปหลายอย่างในเมืองนครที่เพื่อนพบเห็นขณะกลับไปงานแต่งเพื่อนร่วมสาขาวิชา เล่าสู่กันฟังถึงคนโน้นคนนี้ ทั้งหมดวนๆ อยู่ที่คนนั้นแต่งไปแล้ว คนนี้แต่งไปแล้ว คนนั้นคนนี้ได้ลูกแล้ว ลูกโตแล้ว
จนอดนึกไม่ได้ว่า การอยู่เป็นโสดอย่างเรานี้เป็นสิ่งแปลกประหลาดในวัยสามสิบกว่า? เป็นสิ่งแปลกปลอม ทัศนะคนมีอายุอย่างหนึ่งคือ การสร้างครอบครัวและมีลูกถือเป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิต หลายครั้งที่แม่ถามเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัว ผมตอบ “มีอุปกรณ์การแต่งงานแค่อันเดียว” เอากับผมสิ
เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับผมในงานแต่ง (ในฐานะงานพบรุ่น) ใครคนหนึ่งว่า ผมแต่งงานมีมีลูกเมียแล้ว ทำงานอยู่ที่ใดที่หนึ่งในภาคใต้ตอนล่าง? ผมได้คิดทันทีว่าคนเรามีความสามารถขั้นสุดยอดในการสร้างข่าวลือ เอาอะไรมาปะติดปะต่อกันอย่างไรไม่ทราบครับ ผมไม่เคยเจอเพื่อนคนไหนสักคนมาสิบปีแล้ว
อย่างผมนี่เขาเรียกว่าหนุ่มใหญ่ ส่วนไหนใหญ่ไม่ทราบได้ครับ ไม่เห็นว่าส่วนไหนจะขยายขนาดยกเว้นพุงที่พอจะบ่งถึงความพอจะมีกินอยู่บ้าง สมัยเด็กเรียนชั้นประถมพอลูกสาวบ้านใครจะแต่งงาน มักมีการพูดกันว่าสาวคนนี้ “ฉี่รดที่นอน” หมายถึงถึงเกณฑ์และเวลาที่จะแต่งงานแล้ว จากนั้นไม่นานคนนั้นก็แต่งงานออกเรือนไป
เรื่องเล่าทำนองเดียวกันว่าชายแตกเนื้อหนุ่ม หรือหนุ่มใหญ่ค่อนไปทางปลายกำลังจะเลยวัยมัก “หนาวลมว่าว” ลมว่าวคือลมสินค้าตะวันออก หนุ่มหนาวลมว่าวจะหนาวสะท้านกาย โบราณเขาว่าสมควรจะหาเมียเสียให้หายหนาว
ผู้หญิง ผู้แทน ลูกขี้กา
March 12, 2008
อันว่าประเทศไทยที่มีระบบการปกครองระบบประชาธิปไตย “ลูกขี้กา” คือ เปลือกนอกแดงสวยดูน่ารับประทาน แต่เนื้อในดำ เหม็น และขม กินไม่ลง
ภาพประกอบ thaimtb.com
๗๕ ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านการปกครอง เราเป็นแบบนี้มาตลอด คนไทยทุกคนช่วยกันสร้างกันคนละไม้คนละมือให้ประเทศเป็นปนะชาธิปไตยลูกขี้กา ทุกวันนี้เราจึงมีสมาชิสภาผู้แทนและวุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติระดับสัตว์เลื้อนคลาน มึคนอย่างประมาณ อดิเรกสาร ชาติชาย ชุณหวัณ มนตรี พงษ์พานิช บรรหาร ศิลปอาชา คนอย่างเฉลิม อยู่บำรุง เสนาะ เทียนทอง สมศักดิ์ เทพสุทิน นักโต้วาทีอย่างสมัคร สุนทรเวช หรือระดับซุปเปอร์จัญไรอย่างทักษิณ ชินวัตร แม้คนพวกนี้ล้มหายตายจากแต่ไม่มีวันที่จะขาดสายพันธุ์ เพราะตัวเหี้ยรุ่นใหม่อย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จักรภพ เพ็ญแข นพดล ปัทมะ ฯลฯ ผุดขึ้นมาแทนที่ไม่เคยขาด เพราะอาชีพนักการเมืองให้ทั้งอำนาจและเงิน
คนส่วนน้อยยึดความดีเป็นประโยชน์ ขณะที่คนส่วนใหญ่ยึดประโยชน์เป็นความดี
ผมบ่นไปอย่างนั้นแหละ เปลี่ยนลูกขี้กาให้เป็นแอปเปิ้ลไม่ง่ายหรอกครับ เด็กโกงข้อสอบ ครูเอาห้องเรียนสอนพิเศษ ผู้อำนวยการ-อธิการกินเปอร์เซ็นต์โครงการ นักวิชาการขายตัว ข้าราชการขายศักดิ์ศรี ประชาชนขายเสียง ผู้แทนขายตัว นายกรัฐมนตรีขายชาติ
โกพกเอาเหล้ากั๊ก
January 10, 2008
ในที่สุดก็ได้เพลงที่ผมหามาทั้งวัน มีอยู่ในมือผมมาหลายวันแล้ว แต่ทำไมไม่เจอก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ เพลง “โกพกเอาเหล้ากั๊ก” ที่ได้มาเป็นเวอร์ชั่นทีนำมาร้องใหม่โดยเอกชัย ไม่ได้รสของเสียงร้องดนตรีเดิม แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีถูกไหม เพลงนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแต่งโดยครูประจวบ วงศ์วิชา แต่งให้กับถ้าไม่คม เมืองนคร ก็ ฉัตรทอง มงคลทอง
ผมเคยฟังเพลงนี้สมัยที่ยังเด็กมาก ราวๆ ซัก ๑๐ ขวบเห็นจะได้ เป็นอัลบัมคู่ที่มีนักร้องสองคน ผมก็จำไม่ได้ถนัดอีกแหละครับว่าสองคนนั้นใครบ้าง เทปมีสองหน้าร้องกันคนละหน้า น่าจะเป็น ถ้าไม่คม เมืองนคร ก็ ฉัตรทอง มงคลทอง คู่กับ จักรพันธ์ ระวิพันธ์ ตอนเด็กๆ ร้องได้ทุกเพลงชอบเป็นชีวิตจิตใจเลยก็ว่าได้ครับ อีกเพลงที่ตามหาอยู่ก็เป็นเพลงที่เกี่ยวกับการไปเที่ยวงานอะไรซักอย่าง มีหนังตะลุง มีข้าวเกรียบ เหนียวหลาม แล้วก็หลับหน้าโรงหนังลุง ความจำผมแทบไม่เหลือจริงๆ กับเนื้อเพลงๆ นี้ คงค่อยทะยอยนึกได้ทีละนิด เพราะมันร่วม ๒๐ ปีแล้วที่ความจำส่วนนี้หายไป
ใครมีเพลงต้นฉบับหรือรู้แหล่งที่จะหา “โกพกเอาเหล้ากั๊ก” กับ “หนุ่มนาฝากรัก” หรือจะทั้งชุดที่ว่าขอความกรุณาด้วยนะครับ
เมียอิทธิพล
January 9, 2008
ช่วงนี้ผมเป็นโรคอย่างหนึ่งคือ คิดถึงเพลงเก่า พยายามตามหาเพลงเก่าที่ผมเคยฟังตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ ที่ต้องการมากสุดน่าจะเป็นของคม เมืองนคร ฉัตรทอง มงคลทอง จักรพันธุ์ ระวิพันธุ์ และอีกหลายคน คิดถึงเพลงอย่าง “โกป๊อก เอาเหล้ากั๊ก” หรือ “พอเสร็จหยามนาสาว่าหายยุ่ง ไอ้หนุ่มลูกทุ่งจะช่วยกรีดยาง” หรือเพลงแลหนังลุงที่จำเนื้อไม่ได้แต่จำบรรยากาศเพลงได้ที่หวนให้นึกถึงงานปีใหม่ ที่ยิ่งใหญ่มากสมัยก่อนสำหรับชีวิตคนบ้านนอก มีหนังตะลุง มีข้าวหลาม แต่ก็จนปัญญาไม่รู้จะหาเพลงเหล่านี้ได้จากที่ไหน ใครพอจะทราบแหล่งขอความกรุณาด้วยเถอะครับ
หลังสิ้นยุคของฉัตรทอง มงคลทอง (คนรุ่นใหม่อาจจะคุ้นชื่อจากหนัง ฟอร์มาลีนแมน) มีการพยายามปั้นนักร้องใต้ขึ้นมาแทนที่ แต่เหมือนจะไม่มีใครขึ้นมาแทนได้เลยสักคน นับจากนั้นเพลงลุกทุ่งใต้ที่ดังพอๆ กับลูกทุ่งฉบับภาคกลางค่อยๆ ลดบทบาทลงไป จนระยะหลังมีลูกทุ่งอีสานเข้ามาแทนที่ และเกร่อล้นแผงเทปในปัจจุบัน
ในบรรดานักร้องลูกทุ่งใต้ที่นับตัวได้ (ผมไม่นับพวกเพื่อชีวิตแบบกลอนพาไป) เห็นจะมีก็แต่เอกชัย ศรีวิชัย ที่อาจนับได้ว่าเทียบได้หรือเหนือกว่า หลายคนอาจไม่ค่อยชอบเพราะเพลงส่วนหนึ่งค่อนข้างทะลึ่ง อันนี้แล้วแต่จริตแต่ละคนเถอะครับ แต่นั่นคือวิถีของคนบ้านๆ เป็นศิลปินใต้เพียงคนเดียวที่เข้าถึงและถ่ายทอดศิลปะ ขนบ และธรรมเนียมใต้ได้อย่างลึกซึ้งคมคายชนิดหาตัวจับยาก ..คนรุ่นหลังอาจไม่เข้าใจซึ่งก็เข้าใจได้ ผมเองก็เคยถูกปรามาสจากแม่มาก่อนว่า ชอบดูหนังตะลุงก็จริงแต่ “ดูหนังไม่เป็น” จนโตขึ้นอีกหน่อยนั่นแหละถึงเข้าใจว่าแม่หมายถึงอะไร แต่อย่ารู้เลยครับ
Posted in




ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓













