หายเบื่อไปหลายวัน

Date March 19, 2007

ครับน่าจะหายเบื่อไปหลายวัน สักสัปดาห์หนึ่งแหละครับกำลังจะกลับบ้านไปเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ทางใต้ยังวุ่นๆ อยู่แต่ไม่ใช่ที่บ้านผมแหละครับ ผู้ใหญ่บ้านคนเก่าเกษียรแล้วที่นี้หมู่บ้านก็จะกลับมาใช้ระบบใหม่ที่มีมานานหลายปีแล้วคือ การเลือกตั้งทุกสี่ปี
เมื่อวานแว้บๆ เห็นข่าวขำๆ ช่องพจมานทีวีโดนตัดอีกแล้วหลังจากแอบสอดไปช่องเดิมที่เคยใช้เป็น ..ที่เขาเรียกสื่อเทียม แล้วก็โดนปิดซ้ำ ฟังสัมภาษณ์เปี่ยมด้วยอุดมการณ์แล้วก็อกนึกขันไม่ได้ ไอ้ที่ด่า คมช. ครม. ทั้งหมด เหมือนกับด่าตัวเองสมัยยังเรืองอำนาจในรัฐบาลเหลี่ยม เวรกรรมชนิดไหนมันมาไวจริงฟร่ะ ทำกับเขาไว้อย่างไรก็รับไปอย่างนั้น
พูดถึงวีระ มุสิกพงศ์ นี่ท้ายสุดก็พยายามหาที่ทางที่ยืน หลังจากติดคุกไปหลายปีข้อหาปากเสียใส่ฟ้า ออกมาจับพลัดจับผลูยังไงไม่ทรายบได้ไปอยู่พรรค “ไทยรกไทย” แล้วเป็นแม่ทัพสู้ศึกเลือกตั้งภาคใต้..แล้วได้มาซักเสียงไหมครับ? คนใต้เขาไม่เหมือนคนภาคอื่นอย่างหนึ่งคือการจัดจำแนกคน คนที่คนใต้เขาไม่เอาแล้วนี่บอกได้อย่างเดียว่า..เต็มทีแล้ว เอ่ยชื่อขึ้นมาคนเบือนหน้าหนีก็ไม่ต้องพูดต่อแล้วละครับ
แกนนำอีกคนในพจมานทีวีก็ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผมไม่ค่อยรู้หรอกครับว่าเขาเคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแค่ไหน นอกจากได้ดีเพราะพูดเก่ง หรือเก่งแต่ปากไม่ทราบครับ พูดหัวหมอเลยเข้าพกเข้าพวกได้กับทีมพจมานทีวี เคยไปลงเลือกตั้งที่บ้านตัวเองคนก็ไม่เอา เติบโตได้ดีมาจากการหากินด้วยปาก เริ่มตั้งแต่ชนะโต้วาทีของกรรณิกา ธรรมเกษรทางช่อง ๙ สมัยก่อน เลยได้เป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนเบญจมฯ นคร เออ ก็มีนักเรียนดีเด่นคนนี้คนเดียวแหละครับที่แอบดูดกรองทิพย์ในห้องน้ำชายข้างตึกเรียนห้า — คนนี้ไม่เคยมีส่วนในพฤษภาทมิฬครับ มันยังอยู่ ม.๕ เลยตอนนั้น ยังเที่ยวทำตัวกร่างเป็นหมาดอใหญ่จับสาระอะไรไม่ได้อยู่เลยตอนนั้น  
ส่วนจตุพร พรหมพันธุ์ก็เปล่าเปลืองที่จะพูดถึง ขอให้ได้พูดจะเลอะเทอะยังไงก็ไม่เกี่ยง ส่วนนักเรียนนอกอย่างจักรภพ เพ็ญแข ก็ขอสวัสดีครับ รู้เช่นเห็นชาติแล้วก็ขยะแขยง [...]

ชีวิตน่าเบื่อ

Date February 27, 2007

รู้สึกใหม่ว่าแต่ละวันของชีวิต เหนื่อยหน่ายและน่าเบื่อ ความเร่งร้อนในชีวิต ผสมกับความอืด-หนืด-ยาน ของหลายๆ เรื่อง อะไรก็ไม่เป็นอย่างใจ
เราอยู่บนและในบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยแรงเคลียด แรงเฉื่อย ความเร่ง และแรงเฉือน หันทางไหนก็เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ ภาวะบีบคั้นในแต่ละด้าน โดยเฉพาะความตึงเครียดในสังคมในรูปแบบที่ไม่มีปรากฎมานานหนักหนาแล้ว แล้วมันก็เกิดและเฉือนสังคมออกเป็นเสี่ยงๆ
หาใช่เพราะใครที่ไหน คนที่ข้าพเจ้าไม่เคยไว้ใจเลยแม้แต่น้อย มาตั้งแต่ห้าหกปีก่อน คนที่ข้าพเจ้าจับจ้องด้วยสายตาหวั่นสะพรึง ว่ามันตัวนั้นจะนำมาความฉิบหายมาสู่บ้านเมือง แล้วมันก็ทำ คงไม่ต้องเกรงอะไรถ้าจะเอ่ยชื่ออย่างเปิดเผยว่าเราหมายถึงไอ้เหลี่ยม
ขณะที่จุดของความร้อนของความขัดแย้งในสังคมทะยานขึ้นจะใกล้จุดสูงสุด หรือที่เราเข้าใจว่าเข้าใกล้จุดสูงสุด การแตกหักในการต่อสู้น่าจะเกิด ณ จุดนั้น แต่ก็ไม่ เรามี คมช. เข้ามาผ่าทางพร้อมด้วยคำสัญญา ๔ ประการ เรามองว่าข้อกล่าวหานั่น คือ ข้อสัญญาหรือพันธสัญญา ที่ชาวบ้านอย่างเราๆ อย่างน้อยก็จำนวนมากโข ต่างตั้งความหวัง แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นไปตามนั้นแม้แต่น้อย ระยะเวลาค่อยๆ ทอดมากเข้า หลายอย่างเริ่มถ่างและห่างจากสิ่งที่ควรจะเป็น
วันนึงเรามีรัฐบาลที่มี พล.อ. สุรยุทธ์ จุลลานนท์ โดยส่วนตัว ที่ได้ฟังบทสัมภาษณ์หลายครั้งหลายคราวก่อนหน้า เราไม่ได้มองว่าท่านเหมาะเลยแม้แต่น้อยในสถานะการบ้านเมืองขณะนี้ เราต้องการคนที่มีความกล้าและเด็ดขาดที่จะจัดการปัญหาต่างๆ ไม่เถียงในความเป็นคนดีของท่าน ไม่เถียงว่าคนนี้ยกมือไหว้ได้ แต่เราเห็นว่าไม่เหมาะ แต่เอาเถอะ เราก็เหมือนหลายคนที่เหมือนจะโดนหลอกให้เชื่อและไว้ใจ ว่าท่านน่าจะดีพอและน่าจะเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ได้
แต่ก็ผิดถนัด พลันที่เราเห็น ครม. [...]