May 16, 2008
นานๆ ครั้งจะออกจากบ้าน วันนี้มีธุระต้องออกไปข้างนอก นั่งรถเมล์แดง (รถร้อน) ราคา ๗ บาท นึกถึงสมัยที่มากรุงเทพครั้งแรกจ่าย ๒.๕๐ บาท และมาอยู่กรุงเทพจริงจังจ่ายอยู่ ๓.๕๐ บาท อยู่ไปอยู่มากลายป็น ๗ บาท วันนี้จ่าย ๗ บาท กลับเข้าบ้านได้ข่าวขึ้นอีก ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ทันที ดีจริง!
ปีแรกที่ไอ้เหลี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผมยังมีอาชีพเป็นนักพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ ทำงานแถบสามอำเภอของจังหวัดสตูล รู้จักมักคุ้นพอควรกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับอำเภอและจังหวัด ทำงานแบบค่อนข้างดีกันไม่ชวนรบ งานหลักของที่ทำงานผมจะเน้นสองเรื่อง คือ การฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง และกองทุนชุมชน
งานอย่างแรกเน้นการลดละเครื่องมือประมงที่มีผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งและทะเล รวมถึงการป้อง-ปราบเรืออวนรุนอวนลาก การระเบิดปลา ฯลฯ รวมถึงงานปรับปรุงฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง การสร้างทัศนคติในชุมชนให้มองเห็นคุณค่าของการหากินหาใช้อย่างยั่งยืน โดยใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่ในหมู่บ้านเป็นหลักครับ
อีกงานเป็นเรื่องของกองทุนชุมชน เรียกกันว่า “ออมทรัพย์” ที่เป้าหมายอยู่ที่การเน้นการออม สร้างทุนของชุมชนเอง การพึ่งพากันภายใน การบริการจัดการร่วมกัน รวมถึงการขยับขยายเพื่อเป็นทุนสำหรับการพัฒนาและสร้างสวัสดิการภายในชุมชน เป็นด่านกันชนอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจภายนอกให้คนในชุมชน
ระยะปลายของงานที่เราทำจะเน้นงานออมทรัพย์เป็นหลัก [...]
Posted in ทัศนะ
4 Comments »
May 9, 2008
เมื่อเช้าหลังโดนแมวโวยวายเรื่องอาหารเช้า ผมกุลีกุจอไปเดินตลาดเช้าหาซื้อปลาทูมาให้แมว และหมูทอดมาให้หมา แล้วแวะเข้าโลตัสตัวเล็กหาอาหารแมวชนิดซอง เดินเรื่อยไปถึงชั้นวางน้ำมันพืช ส่วนใหญ่มีแต่ยี่ห้อเทสโก้โลตัส และมียี่ห้ออื่นๆ ประปราย เกือบทั้งหมดเป็นน้ำมันปาล์ม มีน้ำมันถั่วเหลืองปนอยู่หย่อมเล็กๆ
ใครที่โตทันยังพอจะจำได้ไหมครับว่ามีช่วงหนึ่งเกิดกระแสบ้าน้ำมันถั่วเหลืองกันอย่างหนัก ทั่วทั้งโลกรวมถึงบ้านเราด้วย คนก็เห่อไปใช้น้ำมันถั่วเหลืองกันเป็นบ้าเป็นหลัง รายการโทรทัศน์ นิตยสารต่างลงสรรพคุณอันแสนวิเศษของน้ำมันถั่วเหลือง แทบจะทั้งร้อยยกงานวิจัยของอเมริกา ที่ภายหลังในแวดวงวิทยาศาสตร์ทราบกันว่าเป็นเรื่องขี้โม้ (แกมแหกตา) เพื่อขายถั่วเหลืองของอมเริกาที่ล้นตลาด
..ขึ้นชื่อว่าประเทศนี้ทำอะไรได้ทุกอย่างแหละ จมเรือตัวเองเพื่ออ้างเหตุบุกเวียดนามก็เคยทำ แหกตาทั้งโลกว่าอิรักมีนิวเคลียร์เพื่อบุกปล้นน้ำมันก็ทำ นี่ล่าสุดนางคลินตันเกิดอาการทางประสาทบ้าจะลบประเทศอิหร่าน เออ.วานลบตระกูลคลินตันออกจากการเมืองทีเถิด อย่างที่นักวิเคราะห์เขาว่า ตระกูลนี้ควรหมดบทบาทได้แล้ว ขอโทษนะครับ เขาว่ากันว่าโดนถล่มสองตึกนั่นเมื่อ ๙/๑๑ ยังดูไม่สาสมกับสิ่งที่อเมริกาทำในอดีต ขอโทษอีกทีผมเองก็แอบสะใจครับ..
ในช่วงที่กำลังบ้าเห่อน้ำมันถั่วเหลือง บ้านราเริ่มมีน้ำมันปาล์มขาย ถ้าผมจำไม่ผิดตอนนั้นบ้านเรายังไม่ค่อยมีสวนปาล์มปลูกเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก น้ำมันปาล์มส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าจากมาเลย์ เป็นชนิดถุงละ ๑ กิโล ส่งมาจากโกลก (สุไหงโก-ลก) ผ่าน รฟท. รถไฟไทยนี่แหละครับ
ก่อนหน้านั้นจำได้ว่าบ้านผมยังใช้น้ำมันหมู ครัวอื่นเขาก็ใช้น้ำมันหมูกัน หมูเนื้อขาวเอามาเคี่ยวจนได้น้ำมันใส่กาละมังสังกะสีเล็กๆ ใส่โหลเก็บไว้ใช้ ส่วนกากหมูที่เหลือตักมาเทใส่ข้าวร้อนๆ เหยาะน้ำปลา อร่อยอย่าบอกใครเชียวครับ
Posted in ทัศนะ, เรื่องเล่า
5 Comments »
April 25, 2008
เราเรียนกันมาตั้งแต่ชั้นประถมว่า ธงชาติไทยเรียกว่า “ธงไตรรงค์” แปลว่า เป็นธงสามสี แต่ละสีสื่อถึงความหมายและแก่นของความเป็นชาติ คือ ๓ สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ชนชาติไทยดำรงเผ่าพันธุ์ ความเป็นอาณาจักร รัฐชาติ เป็นประเทศ มีประวัติศาสตร์นับย้อนไปได้เกือบพันปีนั้น ก็ด้วยสามแก่นหลักดังกล่าว มีภาษา มีอักษร มีศิลปะ วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทย นั่นคือ ประเทศนี้มีรากของตัวเอง
ขณะที่คนบางกลุ่มพยายามอย่างหนัก ในหลายรูปแบบเพื่อล้มล้าง ลดบทบาทความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วย “ข้ออ้าง” นานัปกระการ ที่ผมสรุปความไว้ว่า เป็นความคิดของคนที่กินบนเรือนแต่ขี้รดหลังคา
คุณชิงชัย มงคลธรรม กล่าวไว้ในรายการคนในข่าวเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ที่ผ่านมา ถึงกรณีการมีเอกสารใบปลิว เว็บไซต์โจมตีสถาบัน และกรณีของโชติศักดิ์ อ่อนสูง ว่า
สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นองค์เอกภาพของชาติ การรักษาชาติมันหมายถึงรักษาประวัติศาสตร์ของชาติ รักษาวัฒนธรรมของชาติ วันนี้เราจะปล่อยให้ลูกหลานเราเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นไม่ได้
เฉพาะกรณีของโชติศักดิ์ อ่อนสูง เขาเคยให้เหตุผลของการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีไว้ว่า
๑.เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ยืน ๒.ถ้ามีกฎหมายที่บังคับให้เรายืน กฎหมายนั้นละเมิดสิทธิ์เรา และกฎหมายนั้นต้องถูกยกเลิก [...]
Posted in ทัศนะ, ภาพและเสียง
9 Comments »
April 8, 2008
ในวันที่บ้านเมืองชุลมุนอยู่กับความวุ่นวายทางการเมือง เจ็ดสิบกว่าปีที่ประเทศนี้ไม่เคยเป็นประชาธิปไตย ทั้งที่เคยตอกหมุดประชาธิปไตยไว้กลางถนนให้รถเหยียบมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ทั้งที่ได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง-ซื้อเสียง ฝายลมทางรูทวารที่ใบหน้าปาวๆ ว่าเราเป็นประชาธิปไตย
มีใครเคยสังเกตไหมว่า แม้ประเทศนี้จะเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย แต่มีเสรีภาพอย่างสูง ชนิดที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้
เสรีที่จะที่อะไรอย่างไรก็ได้ตามแต่ใจ
ในตัวเมือง คนไทยสามารถทำมาหากินได้ทักแหล่งแห่งที่ ริมถนน ริมฟุตบาท ขอบสะพาน ขอบทางเดิน บนสะพานลอย ทางขึ้นสะพานลอย หน้าประตูห้าง ตรอก ซอกซอย ใครใคร่ค้าขายตั้งวางตรงไหนทำได้ทั้งนั้น
บนถนนหนทางอยากเลี้ยวเลี้ยวได้ อยากเปลี่ยนเลนเปลี่ยนได้ ขับขี่อย่างไรได้ทั้งนั้น ฝ่าไฟแดงก็ทำได้ ขับขี่กันได้โดนยอิสระ จอดกันได้ตามใจ รถแท็กซี่สามารถจอดบังป้ายรถเมล์แช่ไว้ก็ได้ ตำรวจสามารถหากินได้เสรีกับการทำผิดกฎหมายจราจร ช่วงไหนต้องการหาเงินสามารถตั้งด่านตรวจจับ ปรับได้ เส้นทางนอกตัวเมืองดักจับเก็บร้อยสองร้อย เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงพิเศษนอกเหนือเงินเดือน
ตำรวจสามารถหากินกับการวิ่งเต้นคดีอย่างอิสระ นั่งอ่านหนังสือโป๊ฟรีที่แผงหนังสือ ใช้บริการซ่อง-สถานบริการฟรีแถมได้ค่าใช้จ่ายรายเดือน บางรายเปิดซ่องเองก็มี หากินกับบ่อนการพนัน อนุญาตบ่อน-สถานบริการได้เองพร้อมรับค่าเป็นธุระรายเดือน
ชาวบ้านสามารถลุกล้ำที่ตรงไหนก็ได้ไว้ทำมาหากิน รุกที่ริมคลอง ริมเขา บนเขา ปลูกผัก หญ้า ทำไร่ทำสวน ตั้งบ้านเรือนโดยอิสระ ข้าราชการระดับสูงสามารถเอาที่แปลงงามบนเขา บนเขตอุตยาน-ป่าสงวนทำบ้านพักตากอากาศได้ตามชอบใจ ไม่มีใครเอาผิด เอางบ เอาเงิน เอาสมบัติราชการใช้ส่วนตัวได้โดยสะดวก
ประเทศนี้จึงเป็นประเทศที่มีอิสระเสรีภาพอย่างที่สุด ไม่จำกัดและมีขอบเขต สามารถทำอะไรอย่างใดได้ตามใจปรารถนา เมื่อครั้นเกิดความขัดแย้งเราจึงมักเห็นการใช้เหตุผลแบบ “คนเอาแต่ใจ” [...]
Posted in ทัศนะ
3 Comments »
April 1, 2008
ช่วงนี้มีข่าวเรื่องข้าวแพงให้ได้ยินบ่อยๆ หัวอกคนซื้อข้าวกินทำอะไรไม่ได้นอกจากหวานอมขมกลืน จะเปลี่ยนจากกินข้าวไปกินอย่างอื่นก็ใช่ที่ ไม่เหมือนเปลี่ยนจากหมูมากินไก่ อย่างที่ท่านนายกฯ สมัคร แนะนำด้วยสติปัญญาอันหลักแหลม ครั้นจะให้เปลี่ยนไปกินหญ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายอย่าง “มหาประชาชนฯ” ไม่คุ้นลิ้นไม่เคยปาก และยังไม่อยากลดตัวไปต่ำขนาดนั้น ขอเป็น “ประชาชนธรรมดา” กินข้าวราคาแพงนี่แหละครับ
ตอนอายุสามสี่ขวบจำความได้ลางๆ ว่า มักติดสอยห้อยตามพ่อไปนาเสมอ พ่อไถนาผมซนไปเรื่อยตามประสาเด็ก อายุมากขึ้นอีกหน่อยเรียนชั้นประถมเริ่มถูกใช้แรงงาน ทั้งถอนกล้า หว่านเม็ดข้าว ปลูกข้าว แม่ น้องๆ และผมเดินปลูกข้าวตามหลังพ่อ ตอนนั้นยังสนุกครับ เหนื่อยแต่สนุก แอบหนีไปจับปลากัดอยู่บ่อยๆ แต่แม่ไม่ว่าอะไร เวลาพ่อไถคราด ผมเดินตามหลังจับปลา จับปู ปูนาตัวสีน้ำตาลม่วงเอากลับมาแกงส้ม เก็บผักในนานั่นแหละครับมาเป็นผักทอดในแกง
ตอนผมคลุกโคลนในนาไม่ค่อยมีใครใช้ควายกันแล้ว หันมาใช้ควายเหล็กที่กินน้ำมันโซล่าเป็นอาหาร ล้อเป็นจักรๆ ดังครึกๆ เด็กเห็นเป็นเรื่องสนุก
พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่พ่อยังรุ่นๆ บ้านปู่มีควายฝูง ควายฝูงที่ว่ามีควายร่วมสี่ห้าสิบตัว พ่อจึงเป็นเด็กเลี้ยงควาย ควายใช้ทั้งไถนาและเหยียบข้าว แม่เล่าว่าสมัยก่อนพอเก็บข้าวเสร็จ ชาวบ้านจะเอาข้าวมากองบนลาน แล้วจ้างควายมาเหยียบ คือ นวดให้เม็ดร่วงจากรวง บ้านไหนมีควายฝูง ถือว่าใช้ได้ รับจ้างไถนาและรับจ้างนวด
เท่าที่ผมพอจะจำความได้ ผมไม่เคยเห็นควายที่บ้านปู่ ไม่ทราบว่าปู่เลิกเลี้ยงควายตอนไหน เห็นแค่หลักฐานเป็นหัวควายในเรือนข้าว (เรือนข้าว [...]
Posted in ทัศนะ
5 Comments »