ว่าจะเข้านอนแล้ว แล้วแต่ใจยังสาละวันอยู่กับบางอย่าง พลาง เมื่อคืน ฟังรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทางเอเอสทีวี นิวส์วัน คุณติ๊ดตี่ “เทียรี่ ลาสเวกัส” ร้องเพลง “ชั่วนิจนิรันดร” ชวนให้นึกถึงเพลงรักสมัยเก่า ที่วิจิตรในประพันธ์ ละมุนและสุทนรีย์ในรส
และเดี๋ยวก็จะโดนว่า ..เพลงสมัยไหน!?
ไอ้เราก็ฟังเป็นแต่เพลงพวกนี้ เพลงสมัยใหม่แทบไม่รู้จัก ยิ่งนับวันที่ดูแต่ข่าว-สารคดี ยิ่งจบเลย รายการเพลงใหม่ ๆ ทางโทรทัศน์ไม่ผ่านหูผ่านตา ส่วนวิทยุไม่เคยฟังนานมาแล้ว เว้นแต่ติดตามสถานการณ์การชุมนุมระหว่างเดินทาง
เพลงทำนองนี้ชวนให้นึกถึงบรรยากาศริมทะเลยามบ่ายคล้อย ร่มไม้แดดอ่อน ลมรินและเสียงคลื่นบางเบา ท้องฟ้าสีฟ้าและน้ำทะเลสีเดียวกัน บรรจบกันที่ไกลตา หลายช่วงหลายตอนของชีวิตผูกพันกับทะเล การได้กลิ่นทะเลจึงเป็นสุขอย่างหนึ่ง สุขที่แล้งหายมาอย่างยาวนานหลังพาชีวิตมาอยู่ในกรอบคอนกรีตอมความร้อนของกรุงเทพมหานคร
February 28, 2009
Posted in











ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓ --
What I hate is one with shallow brain and narrow mind, do nothing but judge everything.










