พระวิหารกับการแหกตา
18 June 2008 - 23:21
ผมผิดไปเสียแล้วครับที่เชื่อและเข้าใจมาตลอดว่าว่าปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชาแล้วโดยสมบูรณ์ เราถูกทำให้เชื่อว่าหลังคำตัดสินของศาลโลกเป็นอันสิ้นสุดและเราเสียปราสาทพระวิหารไปแล้วโดยสิ้นเชิง ทั้งที่รู้สึกแย้งมาตลอดว่า ถ้าดูจากสันเขา หลักการแบ่งเขตแดนที่เรียกว่า “สันปันน้ำ” นั้น เป็นไปไม่ได้เลยว่าจะมีรูปทรงสามเหลี่ยมทิ่มเข้ามาในแดนไทย และเราถูกหลอกให้ติดอยู่กับคำว่า “พื้นที่ทับซ้อน” จะทับซ้อนได้อย่างไรเมื่อพนมดงรักทั้งแนวตั้งตระหง่านเป็นผาชันฝั่งเขมรแต่ลาดทางฝั่งไทย การพูดถึงและให้รายละเอียดไม่ทั่วตลอดทำให้เราเชื่อและสรุปไปตามนั้น คนรุ่นผม รุ่นหลัง มีไม่กี่มากน้อยที่รู้และเข้าใจกรณีพระวิหารอย่างถ่องแท้
ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับบทความหนึ่งเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้ กระทั่งคุณเติมศักดิ์ จารุปราณ ขอขึ้นปราศรัยเป็นพิเศษบนเวทีพันธมิตรฯ หลังชาวพันธมิตรยกพลไปขับไล่ “ไอ้เหล่” นพดล ปัทมะ ที่กระทรวงต่างประเทศ คุณเติมศักดิ์ ยกบทความนั้นของ ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในทนายความร่วมกับหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และเป็นอดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศ ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง และชี้ประเด็นให้เห็นชัดว่าเรากำลังเข้าใจผิดกันทั้งหมด กระบวนการเกี่ยวเนื่องกับศาลโลกนั้นยังไม่สิ้นสุด เรายังมีโอกาสโต้แย้งและเอาปราสาทพระวิหารคืนมา และยังชี้ให้เห็นประเด็นเพิ่มว่าที่เราพูดถึง “กฎหมายปิดปาก” ที่ศาลโลกยกขึ้นอ้างเพื่อยกปราสาทให้เขมรนั้น มีความไม่ชอบธรรมและไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะการเอากฎหมายปิดปากอยู่เหนือระบบปักปันเขตที่ใช้สันปันน้ำและข้อตกลงระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเดิม
ทำให้ผมไพล่นึกเลยไปถึงว่ากรณีดังกล่าวนี้ ว่าในศาลโลกมีฝรั่งเศสอยู่เบื้องหลังมากน้อยอย่างไร (และทำให้ผมนึกถึงคนรุ่นใหม่เขมรจำนวนหนึ่งที่บูชาฝรั่งเศสในฐานะผู้ปกป้อง และมองไทยเป็นศัตรู ทั้งที่ระหว่างที่มีปัญหาบ้านแตกสาแหรกขาดนั้นไทยนั่นแหละเป็นผู้ให้ความช่วยเหลืออิงอาศัย)
อยากให้ฟังคลิปเสียงที่ผมบันทึกไว้ เป็นการอธิบายชี้ประเด็นโดยละเอียดเกี่ยวเนื่องกับปราสาทพระวิหาร รายละเอียดเกี่ยวข้องกับศาลโลก การคัดค้านของไทยต่อสหประชาชาติ ประเด็นเนื้อหาคำพิพากษาและจุดยืนของรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ความยาว ๓๐ กว่านาทีครับ ถ้าไม่สะดวก ดาวน์โหลดไว้ฟังก็ได้ครับ
จากความไม่ชอบมาพากลในการพิพากษาของศาลโลก ไทยสงวนสิทธิ์ที่จะโต้แย้งและเอาปราสาทพระวิหารคืนในภายหลัง ทางเลือกเดียวที่ไทยมี คือ ต้องคัดค้านการขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขมร ถ้าวันนี้รัฐบาลพลังประชาชนมีมติและลงนามในแถลงการณ์ร่วมที่จะขึ้นทะเบียนฯ จะหมายความว่าไทยจะเสียสิทธิ์ในการเอาปราสาทพระวิหารคืนโดยสิ้นเชิง เพราะว่าการลงนามดังกล่าวมีผลเท่ากับการยืนยันสิทธิ์ของเขมร คือ การประกาศยกให้ของเขมรอย่างเป็นทางการ
เมื่อตอนบ่ายหลังลงนามยกปราสาทพระวิหารให้เขมร “ไอ้เหล่” ออกมายกตัวว่าเป็น “พระเอก” ที่สามรถปกป้องอธิปไตยไว้ได้ พร้อมโชว์แผนที่ฉบับที่เขมรยื่นไปยังยูเนสโก (โปรดสังเกตว่าแผนที่ดังกล่าวให้มาตราส่วนของเมตรที่ ๑ ต่อ ๒ แสน ของเขมร และเราไม่รู้ว่าแผนที่ดังกล่าวที่ยกมาแสดงเป็นของจริงหรือเท็จประการใด คำแถลงการณ์ร่วมก็ยังไม่มีปรากฎให้เห็น อีกทั้งเราไม่เคยยอมรับแผนที่ใดๆ ของเขมร) โอ่ว่าเป็นความสำเร็จของตัวที่ปกป้องไม่ให้เสียดินแดนไปได้ ทั้งที่ความจริง คือ เป็นการยินยอมยกดินแดนบนพื้นที่ปราสาทพระวิหารให้เขมร ทั้งที่เดิมเราปฏิบัติตามศาลโลกแต่ยังคงสงวนสิทธิ์ไว้ เป็นการเสียดินแดนโดยสิ้นเชิง และไม่มีโอกาสโต้แย้งเอาคืนได้อีก ไม่ว่าในทางใดๆ
มีการตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวางว่า เป็นการต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่เป็นแหล่งปริโตรเลียมอันมหาศาล และประโยชน์บนเกาะกง “ไอ้เหล่” ถูกวางไว้ในตำแหน่ง รมว. ต่างประเทศ ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติ ก็เพียงเพื่อเป็นตัวประสานประโยชน์ของไอ้เหลี่ยม โดยตั้งแต่เริ่มก็มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการย้ายฟ้าฝ่าอธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และเสียงจากรัฐมนตรีของเขมรที่ระบุว่าไทยพยายามเชื่อมผลประโยชน์ทั้งสองเข้าด้วยกัน
วันเดียวกันนี้เองสถาบันไทยคดีศึกษาธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลนอมินี เอาพระวิหารแลกประโยชน์กลุ่มการเมือง และ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัย ๙ สถาบันไทยคดีศึกษาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเรื่อง “ข้อเท็จจริงจากพื้นที่กรณีขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของมนุษย์” ระบุว่ากลุ่มการเมืองใช้เขาพระวิหารบังหน้าแลกประโยชน์-เปลี่ยนเส้นแดนบก/ทะเลไทย วันเดียวกันนี้มติชนตีพิมพ์ “เบื้องลึกเขาพระวิหาร ระวังเสียดินแดนซ้ำซาก” ขณะที่เมื่อวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมาชาวศรีสะเกษเปิดวงเสวนาถกปัญหาเขาพระวิหารในโอกาส ๔๖ ปี ไทยเสียอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหาร ตั้งคณะทวงคืนปราสาทพระวิหาร
บทความของ ศ.ดร.สมปอง นั้นเขียนขึ้นตามคำขอร้องของคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีในยุค “เผด็จการ รสช.” ความพยายามต่อสู้ในศาลโลกกรณีพระวิหารนั้นเกิดขึ้นเมื่อ ๒๕๐๕ สมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ “จอมพลผ้าขาวม้าแดง” ผู้ซึ่งถูกเรียกว่า “ผู้นำจอมเผด็จการ” ทั้งยังเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ด้วยเลือดและน้ำตา…สักวันหนึ่งเราจะต้องเอาเขาพระวิหารคืนมาให้จงได้”
ทำไมรัฐบาลนอมินีที่ชอบอ้างตัวว่าเป็น “ประชาธิปไตย” ทั้ง “ไอ้เหลี่ยม-ไอ้เหล่” มันเป็นใคร นอกจากจะไม่รักษาอธิปไตยแล้วยังริจะขายชาติเพื่อแลกประโยชน์ตัว
มาเถอะครับ รัฐบาลมันจะขายชาติก็ช่างมัน เราจะสู้ด้วยวิถีของเรา ศุกร์นี้เลยเที่ยงเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาลครับ
ป.ล. ฝากอ่านเพิ่มเติม
- ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดิน “เขาวิหาร” ให้เขมร เปิดแผนที่และวิเคราะห์ให้เห็นการเสียดินแดนนแบบชัดๆ
- ไทยเสียดินแดนปิดช่องทวงปราสาทวิหารมธ.แฉแผนแก๊งการเมือง
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- พระวิหาร วาทกรรม ศิลปกรรม ชนชาติ คลั่งชาติ ขายชาติ (0.979)
- ใบเสร็จเขาพระวิหาร (0.869)
- ในที่สุดก็ขายชาติ? (0.611)
- จตุคามไม่เคยทำให้ใครฉิบหาย (0.521)
- เลือกตั้ง..เลือกอะไร (0.521)
- พันธมิตรฯ ก้ามใหญ่ (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















19 June 2008 เมื่อ 00:04
ไม่เคยนึกมาก่อนเลยนะ ว่าจะมีอมนุษย์อันตรายสายพันธุ์เหลี่ยมมาผุดมาเกิด มาเติบโตบนแผ่นดินไทย แล้วสามารถกระทำการอัปรีย์ต่าง ๆ ได้มากมายขนาดนี้ ที่แย่ไปกว่าคือพวกลำตัวและหางขบวน
เสียเวลาไปปีเศษของการสู้แล้วหยุด ไม่รุ้ทำทำไมของ 19 ก.ย.(ทำแล้วเงอะงะ) มันถึงได้มีวันนี้ วันที่คตส ยังทำงานไม่เสร็จและจะหมดอายุการทำงานสิ้นเดือนนี้ วันที่ไอ้บ้าเหลี่ยมยังร่อนไปร่อนมาจะเอาตราครุฑมาเป็นสัญลักษณ์สโมสร วันที่มีไอ้เป็ดเป็นก๊าบ ๆ มท.1 วันที่เปิดตัวมูลนิธิ 111 วันที่ต้องมี ม.ราชดำเนิน และวันที่ปชช.อีกมากมายยังหลับ สลึมสลือ ฯลฯ
วันศุกร์ถ้าสังขารไม่ถ่วงไว้ (ขาเดี้ยงอยู่)ก็จะไปโตย
19 June 2008 เมื่อ 02:39
พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์
โทษของการประพฤติทุจริตทั้ง ๓ มีอะไรบ้าง ?
พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนอานนท์ เมื่อบุคคลทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ที่เรากล่าวว่าเป็นกิจไม่ควรทำโดยส่วนเดียว โทษอย่างนี้อันผู้นั้นพึงหวังได้ คือ ๑. แม้ตนก็ติเตียนตนเองได้ ๒. ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วย่อมติเตียนได้ ๓. กิตติศัพท์ชั่วย่อมกระฉ่อนไป ๔. เป็นคนหลงทำกาละ ๕.เมื่อกายแตกตายไปย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก…”
ป. ทุก. อํ. (๒๖๔)
ต้องเอาธรรมเข้าข่มอีกแล้ว
19 June 2008 เมื่อ 08:41
สาธุ…ท่านซิททิ่งบูล….
)
สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน ๆ…..(ข่มไว้ ๆ หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้…
19 June 2008 เมื่อ 08:51
พยับเมฆหม่นฟ้า อุระ หนาว
โสมโศกรติยาว ยืดเยื้อ
ดาวโรยอับแสงราว รเห็จจาก นภาเฮย
หวาดเปรตผีเผ่าเชื้อ รุกเข้ารุมเมือง
มลังเมลืองอร่ามสิ้น สูญแสง
ปีศาจร่ายสำแดง เดชแกล้ว
เทวาร่นเพราะแรง มารข่ม
ขอสยามเมืองแก้ว ปลอดพ้นภยภัย
19 June 2008 เมื่อ 09:13
ชนใดทุจริตห้ำ………..หั่นชาติ
กายจิตวจีปราศ………..ผ่องแผ้ว
ทำลายคิดคดขาด……..สำนึก คุณเฮย
ชนนั่นจัก บ่ แคล้ว……ขลุกข้องนรกภูมิ
19 June 2008 เมื่อ 10:31
@Sittingbull
อาจจะต้องใช้ธรรมะเป็นเครื่องปัดกวาดแล้วกระมั่งครับ ณ เวลานี้ ผมระงับอารมณ์ได้ดีพอสมควร ไม่ “หวิบ” แล้ว
@เดียเองนะ
เหมือนจะไม่หลับไม่นอน แถมตื่นแต่เช้า
ขอฝากกลอนของ ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารรณ์ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒ ความว่า
————
สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่
ไทยถูกฟ้องขับไล่ขค้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงเกี่ยงมานาน
ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
กะลาครอบมานานโบราณว่า
พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน
ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม
เห็นใครหย่อนอ่านความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย
ด้วยเห็นใจยังเยาว์เบาความคิด
เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู
ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอดฑูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร
แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดิ้อ
เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนพี่น้อง
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี
ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
หากไทยจะลำเลิกบ้างอ้างขอบเขต
เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น ?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน
องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา ?
เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง
ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา
สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว
จัดตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง
ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
ไม่เหลียวดูไภไคไอศวรรณ์
ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา
เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ
ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้
อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย
——
ไม่ทราบว่าขาเป็นอะไรเดี้ยงครับ (สงสัยจะเป็นคนเหนือ มีคำว่า โตย หลุดออกมาในความเห็นโน้น)
19 June 2008 เมื่อ 10:52
ขอบคุณคุณเนค่ะ
นอนดึก ตื่นเช้า ทำตัวเหมือนยามเฝ้าหน้าจอ อิอิ
เข้ามาที่นี่แต่เช้า มาพรรณนาความรู้สึก เหมือนได้มาบ้านเพื่อน คุยกับเพื่อนอ่ะค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้สึกดี ๆ
ไม่ใช่คนเหนือหรอกค่ะ แค่โตย ๆ ไปงั้นเอง(รู้ภาษาเหนือไม่กี่คำ)
ขาเดี้ยงเพราะยกของหนัก แล้วตรงข้อสะโพกมันเคลื่อนอ่ะค่ะ
19 June 2008 เมื่อ 11:38
ข้อตรงสะโพกเคลื่อนอันตรายอยู่นะครับ ยังไงพักรักษาตัวก่อนดีกว่า ไปวันศุกร์ท่าทางจะต้องเดินมากอยู่สักหน่อย
เมื่อคืนนอนค่อนข้างดึกเหมือนกัน หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีตอนตีสี่
19 June 2008 เมื่อ 13:30
หลับคาจอป่าวคะ
แต่นะตอนนั้นมันชัดเจนว่าเขมร ฝรั่งเศส กับไทย
แต่ตอนนี้มันไทยผสมพันธุ์เขมร พากันมาฉกไทย
19 June 2008 เมื่อ 13:34
นอนบนพื้นหน้าจอครับ หลับตอนไหนไม่รู้ตัวเลย นี่ว่าจะเขียนเรื่องแท็กซี่สักหน่อย แต่ใจอยากงีบสักงีบก่อน
ก็อย่างนั้นแหละครับ คนเขาถึงได้พูดว่า สถานการณ์เหมือนปลายอยุธยา และออกญาจักรีกลับชาติมาเกิด
//ฝากอ่านบทความของเฮียเปลวสีเงิน “และเขาก็คือคนดีที่เสีย”
http://www.thaipost.net/index......cat_id=200
19 June 2008 เมื่อ 15:48
ขอบคุณค่ะ ชอบข่าวไทยโพสท์ เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีบทความและให้ข่าวค่อนข้างตรง แต่ตอนลงท้ายของบทความนี้ที่ว่า “เตือนให้มันหยุดและคิดได้เองนั้น”….เป็นไป บ่ ได้ดอก ถ้าคิดได้ ป่านนี้มันหยุดไปแล้ว 111 นี้แค่ออเดิร์ฟ เปิดฉากของรีเทิร์นออฟอสูรไฟประลัยกัลป์ ตอนหักด้ามขวาน
ดูข่าวทีวี เมื่อคืน เรื่อง 111 นี้แหละที่ทำให้คิดถึงไอ้แม้วมากมาย
19 June 2008 เมื่อ 18:42
‘สมัคร’ คันปากอยากด่าปม’เขาพระวิหาร’
http://www.matichon.co.th/news_review.php?id=36771
20 June 2008 เมื่อ 00:07
@เดียเองนะ แซวผู้ อาวุโส เป็นบาปอย่างยิ่ง ขอแช่งให้ขาหายเดี้ยง:ยิ่มแฉ่ง
เรื่องนี้ฟังดูเหมือนนิยาย แต่ก็มีพูดๆกันว่ามีพวกสมาคมยิว ต้องการคุมโลกให้อยู่ในอุ้งมือ เหมือนกับว่า หนึ่งโลก รัฐบาลเดียว โดยให้ไอ้กันเป็นพี่ใหญ่ หานักการเมืองประเทศต่าง ที่ไปอยู่ไปเรียนและเห็นด้วยกับระบบทุนนิยม กลับมาทำประเทศให้สมยอมกับระบบม ใครไม่เห็นด้วยก็หาเรี่องทำลายโดยเฉพาะประเทศมุสลิม เพราะมุสลิมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยในทุนนิยม แต่ไม่สามารถบีบได้เพราะเขารวย เลยรบอย่างเดียว
ทักษินนี่ชัดเจน พยายามจนสุดความสามารถเพื่อนำพาประเทศไปสู่ทุนนิยมเต็มตัว เลยไม่เห็นด้วยกับเศรษกิจพอเพียง เมื่อโดนปฎิวัติ ทางไอ้กันก็คงหาทางบีบประเทศไทย อ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตยบ้าง จะตัดโน่นตัดนี่บ้าง จนอาจทำให้ทหารอ่อนซ้อมต้องรีบคายก่อนกำหนด เพราะถ้าทักษินอยู่ สามารถขายอะไรก็ได้ในประเทศนี้ให้กับทุนนิยม เช่น ที่อยู่อาศัย ที่การเกษตร กิจการต่างๆ อยากมองว่าเดี๋ยวนี้จริงๆแล้วเราต้องสูญเสียเงินออกนอกประเทศวันละเท่าไหร่ แล้วอยู่ไหน เป้าหมายต่อไปก็เขมรนี่แหละ
20 June 2008 เมื่อ 00:44
เรื่องสมาคมยิวนั้น ได้ยินมานานมาก เหมือนเป็นเรื่องเล่าในทำนองการสมคบคิดอย่างที่พี่ว่า แต่ถ้าดูภาพกว้างเหมือนจะเป็นอย่างนั้น
เคยมีหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง ชื่อ The Skull หรือไรนี่แหละ ที่พูดถึงการคัดเลือกอัจฉริยะไปล้างสมองเข้าองค์กรลับ
20 June 2008 เมื่อ 02:55
ขอบคุณค่ะท่านผู้อาวุโสซิททิ่งบูล ถ้าแช่งให้ขาหายเดี้ยงได้จริงก็ดีจิ พรุ่งนี้ไปโตย
เรื่องทฤษฎีโลกเดียว one world one order เคยอ่านเหมือนกัน และส่วนตัวคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากค่ะเมื่อประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยลำดับ ๆ ในสยามประเทศ
แต่มีอีกมุมหนึ่งนะที่น่าสนใจ ถ้ามีเวลาลองอ่านแนวคิดนี้ดูนะคะ
อิอิ คราวนี้เดียเองนะขอฝากไว้บ้าง
http://www.sentangonline.com/sentangonline/S.pdf
20 June 2008 เมื่อ 04:11
@เดียเองนะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ยังคงหวังได้ว่าเมืองไทยคงไม่อับจนหนทาง
ชีน้อยเอามาฝากไม่รีบอ่านก็แย่
20 June 2008 เมื่อ 10:49
โห ตี2 และ ตี 4 ผู้อาวุโสดึกเหมือนกันเลยนะคะ เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตี 4 กว่า ๆ เช่นกัน เกาะติดสถานะการณ์อ่ะ
อ้อ มาเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่จะไปทำภาระกิจวันนี้ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ โดยเฉพาะจากมือที่สามอ่ะค่ะ ลิ่วล้อจากฟากหนามหลวงอ่ะ
ขอให้โชคดีค่ะ
21 June 2008 เมื่อ 11:57
ผมเองก็เข้าใจผิดมาตลอดว่าคำพิพากษาของศาลโลกเป็นอันสิ้นสุดแล้ว จึงน่าคิดว่าที่ผ่านๆ มาทำไมจึงไม่มีผู้รู้เปิดประเด็นว่า เรายังมีช่องโอกาสในการทวงคืนปราสาทพระวิหาร ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะรัฐบาลและผู้มีอำนาจไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บให้เขมรขุ่นเคือง เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ต่างตอบแทนหลายด้าน ทั้งด้านป่าไม้และการลงทุนต่างๆ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านๆ มาเราไม่เคยยอมให้เขมรยื่นเสนอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนกระทั่งมาถึงยุคไอ้เหลี่ยม
ปล.ขอบคุณที่ช่วยกันเผยแพร่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และขออนุญาตนำคลิปเสียงไปขยายผลต่อนะครับ!
21 June 2008 เมื่อ 13:13
@คุณชัย
ด้วยความยินดีเช่นเคยครับ
21 June 2008 เมื่อ 13:45
เอาลิงค์เพลงเขาพระวิหาร เพลงต้องห้ามในยุค 2505 มาฝากครับ!
เจอเข้าโดยบังเอิญ…ฟังแล้วชัดเจนจริงๆ
มีอยู่วันนึง ม.ราชดำเนินเอาไปเปิด ได้ใจเลยครับ…
http://www.arunsawat.com/board.....n#msg54207
21 June 2008 เมื่อ 14:11
ผมอัดเพลงนี้ไว้แล้วครับ แต่ไม่มีเวลาตัพเป็น mp3
อีกเพลงของก้าน แก้วสุพรรณ “เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย” ลองหาฟังดูนะครับ