ข้าว: เสียงจากแม่ค้าปลาทู
ลำดับที่ 435 • 30 May 2008 - 13:00
ขณะกำลังนั่งฟังเรื่องตอแหลของ “เพ็ญ นปก.” สดจาก “ช่องอีเพ็ญ” เผอิญแม้ค้าปลาทูเจ้าประจำหาบผ่านมา หลังจากหายหน้าหายตาไปร่วมเดือน ผมใช้บริการปลาทูรายนี้มาหลายปีแล้วล่ะครับ ซื้อกินเองบ้าง ซื้อให้แมวบ้าง วันนี้มีแต่ปลาทูผอมๆ ในหาบ ดูไปปลาทูตัวผู้แทบทั้งนั้น มีแค่ ๑ สาว นอนรายเรียงในหมู่ปลาทูผู้ตัวเรียว เทกระปุกได้มา ๕๐ บาท แลกเป็นปลามา ๓ ตัว ผมได้อาหารเช้า แมวก็มีอาหาเย็น
ป้าคนหาบปลาทูขาย บอกผมด้วยน้ำเสียงสุภาพน่ารักแบบเดิมว่าๆ ป้าเพิ่งกลับมาจากบ้าน ผมเลยถามกลับไปว่าไปทำนาเหรอ ป้าก็ตอบว่าใช่ เลยชวนสนทนากันเรื่องนาเรื่องข้าว ลองเย้าเล่นๆ ว่าเห็นข้าวขึ้นราคา ปีนี้น่าจะได้ดี
ป้าเล่าให้ฟังแบบหน้าแห้งๆ ว่าไม่ได้อะไรเลย ป้ามีที่นาเยอะอยู่นะ แต่ปีที่แล้วแล้งทำแล้วได้ไม่กี่สิบกระสอบ (กระสอบป่าน) เกี่ยวเสร็จตั้งแต่ปีใหม่ เดือนกุมภาขายไปหมดแล้ว ข้าวขึ้นราคาไปก็เท่านั้น ชาวนาไม่มีข้าวในมือแล้วสักคน เกี่ยวเสร็จก็ขายทันทีเอาเงินไปใช้หนี้ ธกส.
ฟังถึงตรงนี้ผมก็นึกได้ว่า อ้อ นี่เอง เรื่องที่ ธกส. เอามาโม้แหกตาเราว่าชาวบ้านมีรายได้ รีบเอาเงินมาใช้หนี้จำนวนมาก ทั้งที่เป็นเรื่องปกติที่หลังเกี่ยวข้าวได้เงินมาก็รีบเอามาใช้หนี้ทันที
ฟังป้าปลาทูเล่าก็พอจะสรุปได้ว่า ข้าวขึ้นราคา ชาวนาไม่ได้ประโยชน์ ถ้าอย่างนั้นใครได้ประโยชน์?
คุยไปมาได้ความมาว่า ที่ศรีสะเกษ บ้านแกทำนาปีได้อย่างเดียว ไม่ได้ทำนาปลัง (แบบเดียวกับเรื่องเล่าจากแท็กซี่เมืองสุรินทร์) ก่อนทำนาไปกู้ ธกส. มาลงทุนสามสี่หมื่น ทำนาปีนึงลงทุนสี่หมื่นกว่า สามหมื่นที่ว่า เป็นค่าไถ ค่าจ้างหว่าน และอีกหมื่นนึงเป็นค่าปุ๋ย ปีที่แล้วปุ๋ยแพง
ขายข้าวได้ ๗ พันว่าก็รีบเอาไปใช้หนี้ ธกส. หมด ผมสงสัยว่าทำไมได้แค่นั้น (ตัวเลขนี้ผมไม่ค่อยเชื่อนะ) แกอธิบายว่าแกเก็บไว้กินด้วยเลยขายได้ไม่มาก ทิ้งท้ายก่อนจบบสนทนา ป้าบอกว่าชาวนาบางส่วนไม่ได้เก็บไว้กิน ขายกันหมด ขายเสร็จแล้วก็ซื้อข้าวกิน ข้าวแพงเดือดร้อนกันทั่วหน้า
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓













