ชีวิตผมตั้งแต่เด็กคลุกอยู่กับสวนยาง จะว่าโตมากับสวนยางก็ไม่ผิดครับ ผ่านทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการสวนยางมาตั้งแต่ก่อน ป.๔ เริ่มจากโค่น ปรับที่ ปลูก ดูแลไปจนกรีด กรีดยางเป็นครับ เข้าแผ่น ขาย ไปจนโค่นอีกรอบ เอาว่าทำเป็นทุกอย่างถ้าเรื่องเกี่ยวกับสวนยาง ถ้าจะไม่ได้เรื่องก็อย่างเดียวคือ ติดตา ไม่ได้เรื่องจริงๆ ครับ
เท่าที่ผมจำความได้รุ่นแม่ปลูกยางพารา (ภาษาราชการเรียกพันธุ์พื้นเมือง) กรีดขายได้กิโลละไม่เท่าไหร่ ราคาค่อยๆ ขยับขึ้นมา บางช่วงตกต่ำ จนมาพุ่งปรี๊ดเอาสมัยรัฐบาลชวน ๑ น่าจะกิโลละ ๔๘ มังครับตอนนั้น แต่อย่าเพิ่งเอาตัวเลย ๔๘ มาเปรียบเทียบราคากับตอนนี้นะครับ สมัยนั้นค่าเงิน ๑ เหรียญอยู่ที่ ๒๕ บาท สภาพเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อไม่เท่ากับตอนนี้ เอาตัวเลข ๔๘ มาเทียบโดดๆ ไม่ได้ (แต่ถ้าจะเทียบกันแบบหยาบสุด สมัยชวน ๑ เท่ากับ ๑.๙๒ เหรียญ ส่วนสมัยเหลี่ยมที่ขึ้นไป ๗๐ เท่ากับ ๑.๕๙ เหรียญเท่านั้น ไม่รวมที่อัตราเงินเฟ้อยุคเหลี่ยมที่สูงกว่าก่อนโน้น)
หลังจากราคายางแผ่นขึ้นไปสุดที่ ๔๘ บาทต่อกิโล ราคาตกต่ำลงมาอย่างต่อเนื่องในรัฐบาลชุดถัดมา ทรงๆ อยู่ราว ๒๕ บาทต่อกิโล แล้ววูบไปที่ ๑๔ บาท ชาวสวนยางร่ำไห้เลยครับ ยางกิโลนึงเอาไปซื้ออะไรแทบไม่ได้เลย แถมเกิดวิกฤตลอยค่าเงินหลังรัฐบาลชวลิตแพ้การเล่นค่าเงิน ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งนั่นแหละครับ
ในช่วงที่ราคายางตกต่ำต่อเนื่อง ปัญหาหลักอย่างหนึ่ง ด้วยเพราะว่าตอนนั้นมีการนำเอาเทคโนโลยียางสังเคราะห์มาใช้แทนยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ที่ว่ามาจากกระบวนการทางปิโตรเคมี เอาน้ำมันดิบมากลั่น ส่วนนึงแยกไปทำยางที่ว่านี้ การใช้ยางสังเคราะห์แพร่หลายมากสาเหตุหนึ่งเพราะผู้ผลิตมองว่าต้นทุนการผลิตจากยางธรรมชาติสูงกว่า ยุคนั้นยังใช้น้ำมันกันมันมือ มันไม่แพงนี่
ครั้นสมัยเหลี่ยมยุคต้นๆ ราคายางยังทรงกับทรุดอยู่แม้ทิศทางจะดีขึ้นหน่อย จากการพยายามเจรจารวมกลุ่มกับประเทศผู้ผลิตยาง (กำหนดลดพื้นที่ คุมราคา) และปรับเปลี่ยนระบบประกันราคา แทรกแซงแบบใหม่ รวมถึงการออกกฎหมายควบคุมพื้นที่ปลูกยางและมาตรฐานแปลงเพาะพันธุ์-จำหน่ายกล้ายางในสมัยชวน ๒ รัฐบาลหน้าเหลี่ยมเข้ามาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ได้มีการออกนโยบายหรืออะไรใดๆ ที่นอกเหนือไปจาการเซ็นข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ที่เจรจาไว้ก่อนแล้ว (ชวน ๒) จนถึงเมื่อราคาน้ำมันเริ่มแพงขึ้น (จากหลายสาเหตุทั้งโอเป็คเข้มแข็งขึ้น ความต้องการน้ำมันสูงขึ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ฯลฯ) การใช้ยางสังเคราะห์จากน้ำมันก็เป็นอันยุติ อุตสาหกรรมต่างๆ กลับมาใช้ยางธรรมชาติ เมื่อความต้องการยางธรรมชาติสูงขึ้นราคายาจึงถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับระยะเดียวกันประเทศจีนเปิดประเทศและเร่งการเจริญเติบโต จีดีพีของจีนโตเกิน ๘ ต่อเนื่องหลายปี ความต้องการใช้น้ำมันสูง ความต้องการยางจากจีนก็สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อป้อนอุตสาหกรรมยางรถยนต์และอุตสาหรกรรมอื่นให้ทัน (รองเท้าแทบทุกคู่ที่ท่านใส่พื้นล่างส่วนใหญ่ทำมาจากยางพารา) อีกเหตุผลหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกันและส่งผลให้ราคายางถีบตัวสูงขึ้น คือ การที่ประเทศมาเลเซียเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางเกือบครึ่งประเทศมาปลูกปาล์มน้ำมัน
ดังนั้น ราคายางจึงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงตอนนี้ราคาขึ้นลงๆ ที่แถว ๖๕-๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม และไม่เกี่ยวกับเหลี่ยม ถ้าเหลี่ยมจะมีส่วนอยู่บ้างก็สองเรื่อง เรื่องแรก คือ ไปเซ็นสัญญาที่เขาเจรจาตกลงไว้แล้ว (แบบเดียวกับที่มันจัด APEC แหละ คือ คนอื่นเขาทำไว้หมดแล้ว มันแค่มาทำหน้าสี่เหลี่ยมเอาหน้า) อีกเรื่องน่าจะเป็นบทบาทของเหลี่ยมที่สำคัญสุด คือ นโยบายโกงกล้ายาง ส่งยางคุณภาพต่ำ (โคตร) ไปหลอกขายแพงให้คนอีสาน (ชาวอีสานควรสำนึกบุญคุณให้มาก)
เช่นนี้ ราคายางโดยสรุปเป็นไปตามกลไกตลาด แต่แล้ววันหนึ่งไอ้เหลี่ยมก็มาโม้ว่าฝีมือมัน ทั้งที่มันไม่ได้ทำอะไรเลย อย่าว่าแต่เรื่องราคายางครับ น้ำท่วมใต้มันยังไม่ลงมาดู ใช้นิสัยตัวเมียว่าคนใต้ไม่เลือกมัน มันจึงไม่มาดู แค่นี้ก็เห็นชัด..กระไรมันจะมาใส่ใจราคายาง? ให้คนใต้จนให้ตายไม่สะใจกว่าเหรอ?
ขอแทรกอีกเรื่องเถอะ กรณี IMF ที่เปรียบเหมือนตึกที่พังลงมาแล้วทั้งหลังจากรัฐบาลเชาวลิต ทุนสำรองฯ จากสามหมื่นล้านเหลือ ๘๐๐ ล้าน เอาเป็นว่ากระเป๋าฉีกไปแล้ว รัฐบาลชวน ๒ เข้ามาขุดตอหม้อ ลงเสาเข็ม วางฐานราก ก่ออิฐ ทำโครงหลังคา พอไอ้เหลี่ยมาถึงรีบมุงหลังคา ทาสี แล้วรีบเปิดป้าย โฆษณา ป่าวร้อง .."กูทำ" ..จบข่าว ได้หน้า ไม่ต้องลงมือ
ทำนองเดียวกันครับ
ผมจึงอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นคนใต้บางคนทะลึ่งกินหญ้า เชื่อเรื่องขี้โม้ของไอ้เหลี่ยม หญ้าน่ะมันบำรุงลำไส้ดีนักรึไง กินกันอยู่ได้ ปัดโธ่!..เอานิยายอะไรกับไอ้เด็กเลี้ยงแกะนั่น
(ปรับปรุงสำนวน รายละเอียด ๒๓.๒๙ น.)

พวกนี้เป็นพวกกินใบ ก็เงินอีกนั่นแหละ มีรุ่นน้องบางคนนิยมเหลี่ยมอย่างแรง เขาว่าพ่อเขาเป็นภารโรง ได้เงินหมื่นก็เพราะเหลี่ยม บางคนระดับหัวหน้า ก็นิยมเพราะเห็นแก่การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์
ประชานิยมล้วนๆ บางทีคิดว่า น่าจะให้เหลี่ยมแสดงให้จบ จะได้รู้เช่นเห็นชาติไปเลย พวกคางคกนี่ ยางหัวไม่ตกไม่สำนึก แต่อย่างว่าประเทศชาติไม่ใช่ของมาลองเล่น
จริงๆ ถ้าไม่ลุกขึ้นมาไล่ ผมก็อยากเห็นตอนจบ แต่หวั่นๆ ว่าเราจะไม่เหลืออะไรประกอบฉาก
พี่มารอบนี้ให้ข้อมูลกับผมดีทีเดียว กำลังจะเขียนเรื่องใกล้เคียงกับตัวอย่างที่พี่ยกมา
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
คนที่ยังหลงใหลไปกับเหลี่ยมก็เพราะความ ไม่รู้ เห็นแต่ผลลัพธ์ผิวๆที่มันโฆษณา
เมื่อไรจะตาสว่างรู้เท่าทันมันกันซะที
กิจการอาม่าก็มีสวนยาง ไร่ชากาแฟค่ะ แต่ไม่รู้เรื่องกะเขาหรอก เรามันเด็กเต๊บ
ป.ล. themeนี้อ่านtextยาวๆแล้วแสบต๊าแสบตาค่า ขนาด select เอาแล้วนะ
อะนะ เด็กเต๊บ
รายที่สองแล้วที่มีปัญหากับสีเข้ม เอาไงดี เปิดโหวตแฟนประจำเปลี่ยนสีดีมะ เปลี่ยนพื้นขาวแถบน้ำตาลแทน
อ้อเรื่องสวนยางเพิ่งไปรู้มา เนื่องจากเดี๋ยวนี้ เด็กรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ไม่มีใครอยากทำสวน เลยใช้วิธี พลังงานหารสอง สมมุติ ผมมีที่ 10 ไร่ ก็จะมีคนมาทำให้จนครบ เจ็ดปี แล้วก็แบ่งให้เขา ห้าไร่ ก็ดีคนขยันจะได้มีกิน
:กล้วย: ผมล่ะเซ็งมากเลย พ่อผมนะโคตรชอบไอ้เหลี่ยม ผมล่ะโคตรเกลียด
- -”
เช่นเดียวกับคุณ สัญญา ข้างบนเลยครับ พ่อผม นี่นิยมจริงๆ กลับไปบ้านทีไรเวลาดูข่าวแล้วชอบมีอารมณ์ตลอด ทะเลาะกันบ่อยๆครับ ..
Pingback: ได้เวลาล้างบางแล้วหรือยัง | Boring Days
เรื่องราคายางที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีของทักษิณ มันก็โมเมว่าเป็นผลงานมันเพียวๆ คนโง่ก็เชื่อมัน เหมือนที่เชื่อเรื่องหนี้ไอเอ็มเอฟว่าทักษิณเป็นเก่งทำให้ไทยรอดพ้นจากไอเอ็มเอฟ ผมล่ะไม่เข้าใจเลยว่าคนไทยมีมันสมองกันแค่นี้เหรอ ไม่ศึกษาที่มาที่ไปว่ามันเริ่มจากตรงไหน แต่คนมาทีหลังก็ชุบมือเปิบเอาเป็นผลงานตัวเอง แล้วก็ไปโฆษณา แล้วคนก็เชื่อตาม โห..ประชากรไทย
ยังงี้นี่เองประเทศชาติถึงพัฒนาไปไม่ถึงไหน
แปลกนะครับ พวกเหลี่ยมชอบพูดว่าไทยเหมือนพม่าเข้าไปทุกวัน หรือคำว่าเวียดนามแซงหน้าเราไปแล้ว แต่ไม่มองย้อนดูตัวเองเลยกับความคิดว่าที่ นักการเมืองใครๆ ก็โกง ถึงโกงแต่ก็เลือกถ้าโกงแล้วพัฒนา ก็คนไทยมันคิดกันได้แค่นี้ แล้วจะให้ประเทศพัฒนาไปได้แค่ไหนกัน ทำไมไม่มองประเทศพัฒนาแล้วเป็นตัวอย่างว่าเขาขยะแขยงกับการคอรัปชั่นกันมากแค่ไหน นักการเมืองประเทเขาจึงไม่กล้าโกง แค่มีข่าวโกงมาแฉเขาก็ละอายใจแสดงสปิริตลาออกแล้ว ไม่ต้องให้คนมาไล่เหมือนอดีตนายกเราหรอก พูดแล้วเซ็งกับคนไทยครับ
ประเด็นนี้น่าสนใจ เวียดนามเพิ่งไล่บี้เราเมื่อสี่ห้าปีนี้เอง และมาแรงสุดๆ ช่วงสองสามปีหลัง ช่วงนั้นใครเป็นนายกฯ ปล่อยให้เวียดนามจี้ตามมาติดๆ
Pingback: เราชาวนาอยู่กับควาย? | Boring Days