หมักเป็นเช่นนั้นเอง
ลำดับที่ 393 • 27 April 2008 - 15:31
หลายต่อหลายครั้งผมมีความสงสัยในความเป็น “เลือดสีน้ำเงิน” ของนายสมัคร สุนทรเวช สงสัยทั้งที่ช่วงต้นชีวิตการเมืองจวบจนปัจจุบัน นายสมัครติดป้ายให้ตัวเองว่าเป็น “ขวาจัด” ทั้งเคยเคยรับรู้ว่านายสมัคร เป็นหนึ่งในต้นตอของการฆ่ากันตายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อคราว ๖ ตุลา ๑๙ ครั้งที่จัดวิทยุยานเกราะ ครั้งที่เป็นแกนนำลูกเสือชาวบ้าน ปลุกปั่นใส่ความนักศึกษาว่าจ้องล้มสถาบัน ก็นายสมัครนี่แหละในครั้งนั้นเป็นต้นตอของเรื่องคนที่แสดงละครถูกแขวนคอ คล้ายฟ้าชายฯ ทั้งที่รู้อย่างนี้ผมก็ยังสงสัย
สงสัยด้วยเหตุหนึ่งว่า เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย นายสมัครคนเดียวกัน เป็นคนพูดในทำนองว่าถ้าอยากให้รัฐมนตรีมหาดไทยลาออกให้เอาชื่อตนใส่ซองไปปาขบวนเสด็จ คำที่คนมีความจงรักภักดีสูงไม่ควรแม้แต่จะคิด อย่าว่าจะพูดเลย
ทั้งที่ควรเชื่อว่านายสมัคร เป็นคนเลือดสีน้ำเงิน เพราะเหตุการณ์อันใกล้สมัครประกาศตัวในทำนองนั้น ยกโคตรเหง้าเหล่ากอทั้งสาแหรก ยกเครื่องราชฯ เกทับ บรรหาร ศิลปะอาชา ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาใช้เวลาค่อนรายการสนทนาประสาสมัคร สดุดีพระกรุณาธิคุณ พระจริยวัตรของสมเด็จพระเทพฯ ควรที่จะเชื่อได้สนิทใจว่านายสมัคร จงรักภักดีอย่างแท้จริง และไม่ควรที่ใครจะตั้งข้อสงสัยใดๆ เลย
ทว่า สนทนาประสาสมัคร เช้านี้ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๑ ไม่เป็นอย่างนั้น นายสมัครออกโรงปกป้องจักรภพ เพ็ญแขเต็มตัว ปกป้องบทบาทการเสนอ “ข่าวพิเศษ” ล้มล้างราชวงศ์เนปาลอย่างเต็มกำลัง พาโลโวยวายว่าหาว่าตัวไม่จงรักภักดีด้วย
ถ้าได้ฟังคุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณปานเทพ พัวพงศ์พันธุ์ และอีกหลายคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ รวมทั้งหางเสียงของคุณโรจน์ งามแม้น หรือเปลวสีเงิน ในไทยโพสต์เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายนที่ผ่านมาโดยละเอียด น่าจะพอจะได้สดับรับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
แต่นี่สักแต่โวยวายแก้ตัว หลับหูหลับตาปกป้องพรรคพวก ทำให้ผมสงสัยหนักขึ้นถึงความจงรักภักดีในสถาบันของคนที่ยึดถือประโยชน์ตัวเป็นที่ตั้ง รับใช้และได้ดิบได้ดีจากเผด็จการมาทั้งชีวิต
ถ้าได้ย้อนดูในหลายครั้งหลายตอนของการเคลื่อนไหวของจักรภพ เพ็ญแข หลายบทสัมภาษณ์โดยเฉพาะในช่วงปี ๒๕๔๙-๕๐ จะเห็นได้ชัดว่า นายเพ็ญแขคนนี้มีความประสงค์ที่ะจะล้มล้างสถาบันอย่างชัดเจน ลองพลิกอ่านบทสัมภาษณ์ในเอ็กไซต์ไทยโพสต์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤกษภาคม ๒๕๕๐ หรือในมติชนสุดสัปดาห์ดูก็ได้ นายเพ็ญแขคนเดียวกันนั้นเคยให้สัมภาษณ์เสียด้วยซ้ำว่าต้องการให้เกิดสงครามประชาชน ล้มล้างศักดินา (ให้แปลความหมายว่าอย่างไร?) และเห็นว่าคนหน้าเหลี่ยม ทักษิณ ชินวัตร คิดไม่ต่างกัน ที่ยอมรับใช้เพราะเห็นว่าทักษิณเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ..ทะลวงฟันในการล้มล้างศักดินา? จักรภพคนเดียวกันอีกนั่นแหละที่ให้สัมภาษณ์สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเต็มปากเต็มคำว่า “ทักษิณ ชินวัตรมีความจงรักภักดีอยู่บ้าง“!!
ถ้าเชื่อมโยงเครือข่ายคนทำข่าว บริษัทใหม่ที่จักรภพ เพ็ญแข ยัดใส่ในช่อง NBT หรือเรียกกันติดปากว่า “เพ็ญทีวี” นั้น มีความเชื่อมโยงกับคนกลุ่มไหนบ้าง ใช่คนที่บอกว่าไม่เอาสถาบันไม่ใช่หรือ? เครือข่ายอื่นเชื่อมต่อกันเป็นกระบวนผ่านนรกป่วนกรุง (นปก.) ทั้งเครือข่าย ๑๙ กันยา ฟ้าเดียวกัน ประชาไทย ประชาทรรศน์ รวมไปถึงการแจกใบปลิวโจมตีเบื้องสูงในภาคอีสาน
เช่นนี้คนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ไม่รู้ไม่เห็นยังหลับหูหลับตาปกป้องหรือ?
ย้อนไปช่วงก่อนเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คอลัมน์หนึ่งในมติชนเคยกดดันนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ให้เปิดว่าปากทักษิณพูดถึงเบื้องสูงว่าอย่างไร ถ้าท่านใดได้ฟังสัมมนาพันธมิตรครั้งที่ผ่านมาและไวพอที่จะจับเนื้อความช่วงท้ายของงานนั้นได้ ท่านจะรู้ว่าคำพูดที่ถูกปิดมานานนั้นคือ “จะสั่งสอนให้ดู”
พฤติกรรมหลังกลับเข้าประเทศของทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่การต้อนรับที่สนามบินที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าสุดยอดวีไอพี ทำบุญตามวัดวาภาคอีสาน-เหนือยิ่งใหญ่แทบจะปิดบ้านปิดเมือง ยังกะพระยาเหยียบเมือง ถ้าผมจะเอาความเก่ามาเล่าเมื่อครั้งอยู่ในอำนาจ ทักษิณไปปัตตานีคราวหนึ่งๆ การวางทหารดูแลความปลอดภัยยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จ ผมไม่ได้พูดพล่อยๆ ขึ้นมาเองครับ เห็นกับตาและรับรู้โดยตรงจากทหารในพื้นที่ ช่วงเดียวกันนั้นติดรูปตัวเองพร้อมเครื่องราชฯ เต็มยศขนาดใหญ่หราทั่วบ้านทั่วเมืองในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนถนนหลักทุกเส้นทั้งในนอกตัวเมือง จนฝรั่งท่านหนึ่งเสียดสีว่า “Pseudo King”
เช่นนี้ นายสมัคร สุนทรเวชยังคงเต็มใจรับใช้?
หลายต่อหลายครั้งผมนั่งฟังนายสมัคร สุนทรเวช ด้วยความสะท้อนใจแกมสังเวช คนอายุปูนนี้ที่ไม่ได้มีความรู้ ความสามารถ สติปัญญาในการบริหารบ้านเมืองต้องมาเผชิญชะตากรรมอย่างนี้ ทั้งกรรมใหม่กรรมเก่าตีกระหน่ำ แต่ที่ได้ฟังวันนี้ ทั้งปกป้องช่อง ๑๑ ปกป้องจักรภพ เพ็ญแข ผมได้คำตอบชัดในใจ ไม่ใช่จงรักภักดีอะไรหรอกครับ แค่ “สุนัขรับใช้” ที่ทำ-ยอมพร้อมใจทุกอย่างเพื่อให้ตัวได้อยู่ในอำนาจตำแหน่งเท่านั้นเอง
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














27 April 2008 เมื่อ 17:07
ผมไม่เชื่อว่า สมัคร จงรักภักดี ตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย แล้วมีระเบิด ที่หลักเมืองยะลาตอนประเจ้าอยู่หัวเสด็จ แล้วสมัครให้สัมภาษณ์ฟังแล้ว มันแปร่งๆ ยังไงพิกลๆ ถึงปัจจุปันก็เถอะ
27 April 2008 เมื่อ 17:29
ถ้าพี่จะกรุณาเล่าให้ฟัง เด็กรุ่นหลังจะได้รู้ ..ขอบพระคุณเป็นการล่วงหน้าด้วยขอรับ
27 April 2008 เมื่อ 20:36
ไม่อยากโดนว่าถ้าอยากรู้เต็มๆต้องหาจากข้อมูลข้างล่างนี้
แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนถึงระดับความรับผิดชอบของนายสมัครได้เป็นอย่างดีคือ ระเบิดใกล้พลับพลาที่ประทับ จังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 22กันายน 2520
นายสมัครซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจล้นฟ้าเพราะคุมทั้งกรมตำรวจ กรมอัยการได้ตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ใครอยากรู้ลองไปค้นคว้าหาข้อมูลดู
และแถมบทความประทับใจให้อ่านดู
……….ขณะที่ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่บนพลับพลา ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และกำลังพระราชทานรางวัลแก่โต๊ะครู การพระราชทานต้องหยุดชะงักลงทันที เพราะมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้งในหมู่ราษฎรที่นั่งรอเฝ้า ฯ …..
………..ราษฎรที่นั่งรอเฝ้าอย่างมีระเบียบต่างก็ลุกขึ้นเป็นอลหม่าน บ้างก็นอนคว่ำอยู่กับพื้น บ้างก็ออกวิ่งให้ห่างจากจุดที่มีเสียงระเบิด พากันวิ่งตัดสนามผ่านหน้าพลับพลา ถ้ามีโครหกล้มกับพื้นข้าพเจ้าคิดว่าคงมีการเหยียบกันตายให้เห็นต่อหน้าเป็นแน่…….ทุกคนที่อยู่บนพลับพลาต่างก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเห็นราษฎรที่ต่างก็วิ่งรุดไปข้างหน้าจนไกลด้วยความตกใจ สุดขีด และสักครู่เขาก็วิ่งกลับมาที่เดิมใหม่
เมื่อไม่มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นอีก เหตุการณ์สงบ สักครู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทานรางวัลแก่โต๊ะครูจนเสร็จพิธี ต่อจากนั้น ทั้งสองพระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่กลับมารอเฝ้า ฯ ด้วยพระอริยาบถและพระราชจริยวัตรเป็นปกติ………..
ผู้หญิงแก่คนหนึ่งก็เข้ามากราบบังคมทูลว่า “ท่านอย่าโกรธฉันนะจ๊ะ เสียงมันดังปังขึ้นมา ฉันก็ตกใจวิ่งหนี แต่พอวิ่งไปแล้วนึกขึ้นได้ว่า ท่านยังอยู่ที่นั้นก็เลยต้องวิ่งกลับมาหา คิดว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็มาตายด้วยกัน”
พระองค์ท่านไม่เคยละทิ้งประชาชนเลยจริง ๆ แล้วพวกเขาเหล่านั้นสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กันมากแค่ไหน แผ่นดินที่เหยียบอยู่ทุกวันนี้ประเทศไทยนะคะ
(ที่มา:หนังสือที่สุดของหัวใจ)
27 April 2008 เมื่อ 22:40
ขอบคุณครับ
28 April 2008 เมื่อ 13:47
ไม่มีความเห็นอะไร แต่อยากรู้ว่า ทักษิณ สมัคร เพ็ญแข เคยเดินตากแดดเหงือไหลเต็มหน้าเพื่อประชาชนบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่เคยก็หุบปากหมาๆความคิดควายๆไว้ พระมาหากษัตริย์ทรงตากแดดเหงือไหลเต็มหน้าเพื่อประชาชนมาเป็น10ๆ ปี ตั้งแต่พวกแม่งยังดูดนมอยู่เลย แล้วเสือกจะมาโค้นอำนาจแล้วตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ทั้งที่ไม่มีปัญญาทำอะไรเพื่อชาติเลยสักนิดเดียว(ไม่มีความเห็นคิดได้แต่คำด่า)
28 April 2008 เมื่อ 13:52
อยากรู้ว่า ทักษิณ สมัคร เพ็ญแข เคยไหมที่ตากแดดจนเหงือไหลเต็มหน้าเพื่อประชาชนบ้างไหกม ถ้าไม่เคยก็หุบปากหมาๆความคิดควายๆของพวกมันไปสะ พระมหากษัตริย์ทรงทำงานเพื่อประชาชนทั้งประเทศยองตากแดดจนเหงือไหลเต็มหน้ายอมไปที่รถเข้าไม่ถึงเพื่อประชาชน
พวกแม่งยังเสือกจะมาโค่นล้มล้างทั้งที่ตัวเองยังทำได้ไม่ถึงครึ่งที่พระองค์ทำ
29 April 2008 เมื่อ 23:03
เข้าใจว่าพี่ Sittingbull หมายถึงกรณีนี้
—
ตอบกระทู้ถามในสภาผู้แทนฯเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2520 อย่างไม่บังควรว่า “….ต่อไปถ้าใครต้องการจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลาออก ก็ให้เอาระเบิดไปขว้าง ตูมออก….. ตูมออก”
—-
อ้างอิง
30 April 2008 เมื่อ 19:59
ใช่แล้วเพราะคนบ้านผมไม่ชอบหมักเพราะประโยคนี้แหละหลายคนยังจำอยู่
1 May 2008 เมื่อ 09:24
“ผมถาม ไปอยู่ที่เกิดเหตุทำไม ถ้านอนอยู่บ้านมันจะตายไหม”
ผมว่าหลายคนจำประโยคนี้แม่นกว่าอีกนะครับ
1 May 2008 เมื่อ 10:20
“ผมถาม มาเป็น นายกนอมินี่ทำไม ถ้านอนเลี้ยงแมวอยู่บ้านมันจะตายไหม”
ประโยคนี่ก็น่าจะพอได้
1 May 2008 เมื่อ 11:04
ว่ากันเข้าไป ว่ากันเข้าไป ไม่สงสารกันบ้างเหรอ ระวังนะครับจะเจอ “หอก”
27 May 2008 เมื่อ 01:29
ถ้าอยากให้นายกนอมินี่ลาออก ต้องเอาระเบิดไปขว้าง ตูมออก…ตูมออก ใช่ป่ะ
2 June 2008 เมื่อ 11:04
ไอ้เฮ่นี่มันเป็นคนที่ให้สำภาษว่า “ขอถามหน่อยถ้าไม่ออกมาจากบ้านจะตายกันไหม” สมัยพฤษภาทมิน นักศึกษาเค้าออกไปตายเพื่อประชาทิปตัยของเราแม่งยังอย่างนี้ออกมาได้