ขึ้นชื่อว่าอเมริกา..คบไม่ได้

Date ลำดับที่ 68 • 6 May 2007 - 11:36

จำความได้ว่าตอนสมัยที่ยังเป็นเด็กสิบกว่าขวบนั้นผมออกจะชื่นชอบประเทศที่ชื่ออเมริกา คิดไปตามประสาเด็กว่าประเทศนี้เจ๋ง ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าอะไรก็เป็นผู้นำไปหมด ความคิดผมค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามอายุ ความรู้สึกต่อประเทศที่ชื่ออเมริกานั้นเป็นไปอีกด้านตรงข้ามกับความรู้สึกสมัยเด็ก นานวันผมยิ่งไปอีกด้านมากขึ้นๆ ผมมองเห็นความสกปรก น่าขยะแขยง น่าชิงชัง มูต อาจม ..ฯลฯ ประเทศอื่นๆ มองอเมริกาและขานชื่อประเทศว่า Ugly America

ชื่อเต็มประเทศ เรียกว่า USA — Ugly States of America

ปีที่แล้วจำได้เลาๆ ว่า นายราล์ฟ บอยซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ยิ้มๆ ชัดถ้อยชัดคำไว้กับคุณสุทธิชัย หยุ่นว่า “เราเป็นเพื่อนกัน” ในความหมายที่หมายถึงไทยกับสหรัฐ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไม่ควรระแวงสงสัยต่อกัน

ครั้งนั้นผมอดสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า “มัน” (อเมริกา) เป็นเพื่อนแบบไหนเหรอ แล้วมันเคยเป็นเพื่อนกับใครเหรอ

ประวัติศาสตร์สอนอะไรผมหลายอย่างสำหรับประเทศที่เกิดจากทาสที่ถูกขับไล่ไสส่งไปบุกเบิกแผ่นดินใหม่ ไปแล้วก็ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนท้องถิ่นแทบไม่เหลือ (ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ) ดำรงอยู่เป็นทาสของประเทศแม่อย่างอังกฤษอยู่ยาวนาน กระทั่งเกิดกบฎทาส ที่นำโดยจอร์ส วอร์ชิงตัน

ประวัติศาสตร์ระยะไม่ไกลมาก ท่านจำเรื่องสงครามเวียดนามได้ไหมครับ อย่าบอกว่าเกิดไม่ทันนะ (มันศึกษากันได้) อเมริกาทำทีเป็นตัวกลางช่วยเจรจาระหว่างกลุ่มของท่านโฮจิมินกับฝรั่งเศสเรื่องการจัดการแบ่งเขตแดนหลังที่ฝรั่งเศสพ่ายและเสียอิทธิพลในการคุมพื้นที่ให้กับกลุ่มของท่านโฮจิมิน พระเอกอเมริกามาแล้วครับท่าน เข้ามาเป็นตัวกลางจัดเจรจา แล้วอย่างไร? ความพยายามคือส่งคนของตัวเองเข้ามาคุมพื้นที่แทนฝรั่งเศส เพื่อจะยึดครองดินแดนแทน เมื่อเวียดนามรู้เท่าทันเห็นขี้รู้ไส้ ก็ไม่โง่ครับ อเมริกาเมื่อแทรกไม่ได้ทางนั้นก็หาทางเปิดศึก ทำอย่างไรครับ? จมเรือรบตัวเองไปหนึ่งลำแล้วโกหกว่าเป็นฝีมือเวียดนาม จากนั้นก็ประกาศสงครามถล่มเวียดนามทันที

คุ้นๆ มั๊ยครับ? จอร์ส ดับยา บุส แหลว่าอิรักมีอาวุธร้ายแรงอย่างแอบผลิตอาวุธเคมีและนิวเคลียร์? หาเหตุอ้างทำสงคราม ยึดได้แล้วแล้วอย่างไร? สี่ซ้าห้าปีผ่านมีนิวเคลียร์ในอิรักหรือยัง? แล้วไฉนตอนก่อนสงครามมีภาพถ่ายดาวเทียมยืนยัน!

ผมไม่โทษบุชเพียงลำพังครับ ผมมองว่า เป็น “สันดานของอเมริกา” มากกว่า

ผมนึกเล่นๆ ว่า ถ้ากรณีสอบสวนเรื่อง 9/11 ที่ Condoleezza Rice โกหกกรรมการสอบสวนพิเศษว่าไม่ทราบเรื่องแผนการณ์ถล่มตึกเวิร์ลเทรด ทั้งที่มีรายงานเข้ามาก่อนหน้านั้น มันชวนให้สงสัยอย่างหนึ่งว่า ถ้ารู้แต่ทำเป็นไม่สนใจปล่อยให้เกิดเรื่องเพื่ออ้างเหตุยึดอัฟกานิสถานล่ะ? น่าคิดนะครับ เพราะยอมเสียหนึ่งแต่ได้อีกหลาย หลายทีว่าคือความนิยมในตัวประธานาธิปดี อ้างเหตุทำสงครามเข้ายึดประเทศ ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์มหาศาล เพิ่มและขยายอิทธิพลในแถบอารับ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยอมตามอเมริกามากขึ้น ฯลฯ

ผมนึกไปไกลเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ผมก็อดสงสัยไม่ได้อีกว่าการที่อเมริกาวางตัวไม่เกี่ยวข้องในตอนแรกจนกระทั่งระยะปลายสงครามนั้นบอกอะไรบางอย่าง คิดกันเล่นๆ ว่า ถ้าจะขยายอำนาจตัวเองโดยไม่ต้องเปลืองแรง ก็ปล่อยให้เขากัดกัน ทำสงครามกันให้พอ เพราะถึงอย่างไรทั้งสองฝ่ายก็เสียกับเสีย ทั้งกำลังคน ทั้งเงิน สารพัด รบกันนานหลายปีถึงฝ่ายหนึ่งมีชัยเหนือพื้นที่แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อ่อนกำลัง ทรัพยากรก็ร่อยหรอ อเมริกาอยู่นิ่งๆ แค่พูดบ้างว่าอย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไม่เข้ามีส่วนร่วมกับสงคราม  แล้วเข้าร่วมสงครามเอาก็ตอนที่เรือตัวเองถูกจม

แบบแผนเดียวกับสงครามเวียดนามแงะ

ผมเอาประวัติศาสตร์มาเขียนเล่นๆ แบบเข้าใจง่ายครับ เพราะหมู่นี้เราด่าอเมริกากันขร่มเรื่องสิทธิบัตรยา ผมว่าเราไม่เคยใส่ใจจะจำมากกว่า อเมริกามันเป็นแบบนั้นมานานนักหนาแล้ว เพียงแค่ว่าจบจากเรื่องนี้แล้วก็อย่าลืมง่ายแล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิม

พูดก็พูดนะครับผมไม่อยากพูดมากลากความยาวเรื่องการใช้สิทธิบัติเหนือสิทธิบัตรยา และความอุบาทว์ของอเมริกา ท่านเจอตามข่าวตามเว็บต่างๆ มามากพแล้วล่ะครับ เพียงแต่อยากฝากเตือนสติสองเรื่อง อย่างแรก อย่าเผลอทำตัวเป็นฮีโร่แล้วโชว์เดี่ยวและหลงไปกับคำสรรเสริญจากนานาชาติ ลากเขาเข้ามาด้วย หาพรรคหาพวกก็ได้ครับ จัดสัมมนาระดับโลกกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบก็ได้ครับ ลองวัดพลังดู อย่าปล่อยให้ประเทศต่างๆ ส่งเสียงให้กำลังใจแล้วเขาได้ด้วยโดยไม่เสียอะไร แล้วเราไปแลกหมัดเจ็บตัวอยู่คนเดียว ลากประเทศต่างๆ มายำตีนอมเริกาจะดีกว่า หลายตีนดีกว่าเชื่อเถอะ เรื่องที่สองคือ อย่าฉี่ราดกางเกงเสียก่อน ผมเริ่มเห็นอาการพล่านพยายามหาทางให้เขาลดระดับ “ประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ” (Priority Watch List) ถามว่าพล่านแบบนั้นแล้วได้อะไร? คิดให้ดีก่อนทำ ขอเถอะรัฐบาลนี้มันรัฐบาลทหาร ช่วยนักเลงหน่อย อย่าเจี๋ยมเจี้ยม 

คิดให้ไกล รุกกลับไม่ให้อมเริกามีที่ยืนยังได้ แต่อย่าเผลอนึกและถือเฉพาะว่า “ถูกต้อง ถูกผิด” เรื่องนี้มันเรื่องการเมืองล้วนๆ เป็นการเมืองระหว่างประเทศ ผิดถูกไม่มี และเป็นเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ สกปรก พอๆ กับธุรกิจการเมืองในบ้านเรานั่นแหละ

ฝากทิ้งท้ายถึงพวกคลั่งการเมืองในอุดมคติ ดูอเมริกาที่ท่านปลื้มกันนักหนาว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว (ด้านไหน?) มีระบบการเมืองที่ดี แล้ววันนี้ท่านเห็นอะไร อย่างไร?



3 ความเห็น ใน “ขึ้นชื่อว่าอเมริกา..คบไม่ได้”

  1. Trilobite ว่า:

    “เพื่อน”แบบนี้ ไม่มีจะดีกว่าไหม

    “เพื่อน” ที่คิดว่าตัวเองเป็นมหาอำนาจ … ควบคุมทุกอย่างได้

    ไม่มีจะดีกว่านะ

  2. thanik ว่า:

    อเมริกา อเมริโกย ลิเก~~~
    อเมริกา อเมริโกย ลิเก~~~

    โกยได้โกยเอา ไอ้อเมริโกย

  3. n/e ว่า:

    ว่าจะเขียตอนสอง แต่..ไม่มีอารมณ์

ร่วมคิดร่วมคุย

คิดอย่างไรว่าไปเถอะครับ แต่ขอร้องอย่าเกรียน อย่าตะแบง อย่านอกประเด็น รังเกียจนักแล.. ภาษาสัตว์เลื้อยคลานไม่ชอบ ไม่พ่นแถวนี้เป็นดีที่สุด เรื่องโกหก บิดเบือนอย่าเสียเวลาพิมพ์..ลบหมด
ความเห็นใดไม่ขึ้นในบัดดล ขอโปรดได้อดทน จะมาตรวจสอบให้

XHTML: คุณสามารถใช้ tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ใส่อารมณ์: :แว่นดำ: :ดำๆ: :ดอก: :เหล่: :เบี้ยว: :กล้วย: :ยิ่มแฉ่ง :ฉงน: :ฮือ: :หื่นๆ: :555+: :แง่: :อ๋าย: :แลบ: :ม่ายๆ: :Oo: :แม่มๆ: :ขยิบ: