สายๆ วันนี้หลังจิบกาแฟขมๆ ไปสักพักผมพอจะได้มีเวลาทบทวนอะไรต่อมิอะไร พลันที่ผมนึกถึงความเคลื่อนไหวของม็อบไข่เหลี่ยม พีทีวี หรือเหล่าพลพรรคไทยรกไทย ผมรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ก่อนหน้านี้ผมดูแคลนคนเหล่านี้ วันนี้ผมคิดได้แล้วล่ะครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาโลกตามคำพังเพยที่เราคุ้นชินมานาน
ก่อนนี้ที่ ฯพณฯ ท่านหน้าเหลี่ยมเรืองอำนาจ กินตำแหน่งใหญ่ เปร่งรัศมีขจรขจายอยู่นั้น เหล่าพลพรรคที่ว่าได้ประโยชน์ในหลายๆ ทางอยู่ไม่น้อย กินดีอยู่ดี รัศมีเปร่งปลั่งจับต้องได้ แต่พอพลันที่ คณะ คมช. เข้ามายึดอำนาจก่อการรัฐประหาร (ขอเถอะครับ อย่าเรียกปฏิวัติ ..มันไม่ใช่!) แรงอำนาจใหม่ที่เตะนายกระเด็นออกไปจนหาชายคาหลับนอนไม่ได้ ต้องร่อนเร่ไปไม่รู้จบ ใครเป็นลูกน้องได้พึ่งพิงพึ่งพาย่อมต้องรู้สึก อำนาจหมดไปจากมือก็แล้ว คตส. – ปปช. ยังตีซ้ำอายัติทรัพย์สริงคาร ตุลาการรัฐธรรมนูญก็มายุบพรรคซ้ำ ใครไม่ช้ำใจก็แปลกแล้ว ใครไม่สู้เพื่อป้องนายป้องตัวก็ผิดธรรมชาติ
ครับ ภาษิตว่าไว้ “สัตว์เล็กย่อมต้องพึ่งพาสัตว์ใหญ่”
เหล่าพีทีวี พลพรรคไทยรกไทย ซึ่งเสมือนสัตว์เล็ก เคยได้พึ่งพิงพึ่งพาอำนาจบารมีของคุณหน้าเหลี่ยม ซึ่งเปรียนเหมือนสัตว์ใหญ่
เปรียบเสมือนเห็บที่คอยดูดเลือดหมา ถ้าไม่มีหมาเห็บก็ตาย
เหล่าพีทีวี พลพรรคไทยรกไทย เท่ากับ เห็บ
แล้วคุณหน้าเหลี่ยม เท่ากับ …


คมคายเชี๊ยว
ไปซักผ้าต่อแระ แว้บมาอ่าน
.. มหา ..
เอ๊ะ เขียนอย่างนี้รึป่าวนะ แหม ภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง อิอิ
แสบ…ถึงม้าม