๑๓ พฤศจิกา เคยว่าไว้ว่าระวังจะถูกย้อมสีจีวร แต่ผิดถนัดเพราะความจริง ณ วันนี้ไม่ได้เป็นตามนั้น
เขาว่าคนสันดานเช่นไรย่อมจูนกันง่ายกับคนสันดานเช่นนั้น จึงไม่แปลกที่คนอย่าง ‘พยอม’ จะถูกคอกับ-ชื่นชอบชื่นชมคนอย่าง ‘สมัคร สุนทรเวช’ และไม่แปลกใจที่เข้ากันดิบกันดีกับคนจำพวกสามเกลอหัวเกรียน ..ไม่น่าแปลกใจเลย
อ่านข่าววันนี้ แล้วชวนให้นึกถึงเรื่องเดิมเมื่อครั้ง ‘ความชั่วสัญจรที่สวนแก้ว’ : “อยากให้สังเกตที่จมูกอาตมาว่าโดนเจาะร้อยเชือกหรือยัง..” และ “นายวีระเชิญญาติโยมเข้าวัดเอาเงินมาถวายฯ และนำชาวพุทธเข้าวัดอีก ๓-๔ หมื่นคน หากเป็นโจรคงเข้ามาปล้นพระไปแล้ว ซึ่งวัดอื่นจัดงานผ้าป่าต้องจัดงานใหญ่โต หาไคโยตี้มาเต้นยังได้ไม่เท่านั้นเลย หากไม่เอาอย่างนี้ก็คงโง่และต้องไปกินหญ้าคา สังคมวันนี้เป็นโรคแสลงสี แล้วก็มีแต่ควายเท่านั้นที่แสลงสีแดง ซึ่ง ๓-๔ คนนี้มาแค่ ๓-๔ ชั่วโมงก็กลับและไม่มีทางที่จะยึดวัดสวนแก้วได้นานเท่าทำเนียบรัฐบาลแน่นอน ” ..ก็ปากหมาได้เรื่อยๆ แหละครับสำหรับ ’พยอม กัลยาโณ’ — ไม่ได้ถูกย้อมแต่พฤติกรรมวันนี้สีจีวรปรากฎชัดแล้ว!!


นายพยอมพูดจาได้ใจสีกาจริง ๆ ค่ะ
เก็บความเห็นว่าเว็บผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Local.....0000145751
ความคิดเห็นที่ ๒๕๓ (คนข้างวัด)
====================
เมื่อเวปมาสเตอร์กล้าลงข้อความของผมให้ ผมก็ขอสาวไส้วัดสวนแก้วให้ทราบกันต่ออีกนิดนะครับ
-ผู้จัดการมูลนิธิวัดสวนแก้วชื่อนางดวงใจนั้น เป็นสมาชิกของพรรคพปช.นนทบุรี ชอบทำตัวเป็นเจ้าของวัดแต่ผู้เดียว แต่ลึกๆนั้น มีเงินมีทองมากมายขนาดส่งลูกไปเรียนออสเตรเลียได้ถึง 2 คน(ไปเดินเก็บเงินตกๆหล่นๆจากคนมาทำบุญในวัดได้กระมัง?)
-ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิวัดสวนแก้วชื่อนายวิทูรย์และเป็นที่ปรึกษากฎหมายของวัด เคยสมัครส.ส.ในนามพรรคพปช.และยังเป็นที่ปรึกษาของสส.พรรคพปช.ชื่อพอ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร)ด้วย
-ทักษิณและสุดารัตน์เป็นนายทุนรายใหญ่ผู้หาเงินบริจาคให้วัด โดยเอาเงินมาทั้งจากกองสลาก/จากพ่อค้าในเครือข่ายของตน ฯลฯ
-เรื่องที่ดินข้างวัดที่พระพยอมหาว่าถูกโกงจนโวยวายลั่นนั้น เบื้องหลังที่แท้จริงก็คือ ถูกคนข้างเคียงในวัดของตนนั่นเองร่วมมือกับป้าคนดูแลที่ดินผืนนี้หากินหลอกเอาโฉนดมีปัญหามาขายหวังจะได้ค่านายหน้าและราคาที่บวกเพิ่มเข้าไป
-พระพยอมนิยมเทศเชียร์ทักษิณและสมัคร กับต่อต้านพันธมิตรออกอากาศรอบวัดเป็นประจำ คนแถวนี้เค้ารู้กันดีครับว่า แกเป็นพวกปฏิกิริยาบ้าคนมีเงินและคนมีอำนาจรัฐ
-ข้าวของที่มีคนบริจาคให้วัดนั้น มีความรั่วไหลมากครับ เช่นคอมพิวเตอร์ที่ได้รับบริจาคพอไปถึงก็จะถูกคนในวัดแกะเอาส่วนที่ยังมีสภาพดี แล้วรวบรวมไปขายให้กับร้านคอมมือสองในพันธุ์ทิพย์เอาเงินเข้ากระเป๋าตนหมด ที่เหลือก็แค่พวกของชำรุดแล้ว หรือพวกโต๊ะ/ตู้เตียงที่ยังมีสภาพดีๆ ก็จะมีพ่อค้าที่ผูกขาดเหมาไว้ มารอรับขนออกไปทันทีที่มีคนไปบริจาคให้(ใครไม่เชื่อลองไปบริจาคของดูเองตอนนี้ก็ยังได้)
-ตอนนี้คนเมืองนนท์ส่วนใหญ่เค้าเลิกไปทำบุญที่วัดนี้แล้วเพราะหมดศรัทธา รายได้ของวัดจึงตกต่ำมาก อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้แกจำต้องทำตัวเป็นข่าวออกมามากในระยะนี้
เรื่องเงิน 2 ล้านนี่ก้อ ของปลอมนะครับ ที่หอยู่หัวเตียง พี่โต้ง เทอดศักดิ์ ที่พ่อตาย ที่เชียงใหม่ โดน นปก ฆ่า อ่ะ แกบอกว่า ของปลอม ยุทธการดึงหน้าสื่ออ่ะครับ แก เป็นนักข่าวอะครับ เลยรู้เรื่องนี้ดี เเล้ว เรื่อง เขาพระวิหารอีก บอกว่าเขาอยากได้ให้เขาไปเหอะ เเต่ที่ดินของวัดเอง โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จะฟ้องอย่างเดียว นี่ไงครับ หางแดง มันโผล่ 555555
แค่ไม่สามารถแยกออกว่า ความจริงวันนี้ พูดจริงแค่ครึ่งเดียว ก็รู้แล้วว่า พระพยอมไม่ได้ใช้ธรรมะในการวิเคราะห์ แต่ใช้ผลประโยชน์ในการวิเคราะห์
ดูดีๆแล้ว หากเอาณัฐวุฒิมาโกนหัว โกนคิ้ว แล้วห่มเหลือง ใช้ลีลานักโต้วาทีโน้มน้าว ก็คงไม่ต่างจากพระพยอมเท่าไร
พระพยอม ตามประวัติแล้วจากลูกชาวบ้านธรรมดาเคยเป็นคนงานก่อสร้าง โชคดีหน่อยที่ได้เข้ามาบวชทางพระและก็ไม่ได้เรียนทางธรรมสูงส่งอะไร เก่งทางด้านนักพูด ถ้าสมมุติว่าไม่เดินมาทางนี้ ท่านอาจจะเป็น คณะลิเกคณะใดคณะหนื่ง แสดงเป็นตัวตลก เป็นพระเอกคงไม่ได้ เลยหลงมัวเมาแยกแยะดีชั่วของคนไม่เป็น เวลาเทศน์สอนก็ใช้ วีธีการอุปโหลก สิ่งที่เป็นไม่ได้ เช่นครั้งหนึ่งเคยว่า ขณะนั่งรถโดยสารไป มีไอร้คนขี่เมาเอามือมาลูบหัวพระ นั้งก็อุปโหลกขึ้นมา ใครนะถึงคนไทยถึงแม้นว่าจะเมาแค่ใหน ไม่มีใครลบลู่ดูหมิ่นพระขนาด นั้น ยังมีอีกหลายแบบที่อุปโหลกขึ้นมาเทศน์ ตอนนี้ก็ถูกไอร้สามเกลอหัวขวดต้มซะสุก ปลงเถอะท่าน กลับใจอยู่เฉยๆ สักพัก ศรัทราจะกลับมาเอง
ไม่เคยมีศรัทธากับคนๆนี้อยู่แล้ว และไม่อยากเรียกว่าพระ