ตั้งแต่ช่วงวันแรก ๆ ของการเคลื่อนไหวของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และขบวนการ “เสื้อแดง” ที่ตั้งเป้าโจมตีองคมนตรีแบบตรงตัว ตั้งป้อมเล็งปืนไปที่ประธานองคมนตรี องคมนตรีอีกหนึ่งท่านและหนึ่งตัว ขีดกันแนวไม่โจมตีเบื้องสูงและแปลงร่างเป็นผู้จงรักภักดียิ่งยวด ทั้งที่พอตกดึกตีสองตีสามก็มิวายลอบกัดเบื้องบน
ตอนนั้นผมวิเคราะห์ให้คนใกล้ชิดฟังว่า ทักษิณกำลังจะชิบหาย
เพราะเห็นเงาราง ๆ ว่าปลายทางจะทำไปสู่การ “เผาบ้านเผาเมือง” ก่อจราจล ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวที่ฮาร์ดคอร์เสื้อแดงถนัด และทำมาอย่างสม่ำเสมอ จนปรากฎเป็น “อัตลักษณ์” ว่าถ้าเสื้อแดง ต้อง “ดิบ ถ่อย เถื่อน” เป็นไปโดยสัญชาตญาณดิบ เป็นไปโดยความถ่อย-เถื่อน และรุนแรง
เพียงแต่ผมไม่ทราบรูปแบบแน่ชัดของการจราจลว่าจะถูกออกแบบมาประมาณไหน และไม่คิดว่าจะไกลขนาดที่เราเห็นเป็น “มหาวินาศกรรมสงกรานต์” (พวกมันเรียกเองเออเองว่า “สงกรานต์เลือด”) แต่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่ไกลกว่าการลอกประวัติศาสตร์ระยะสั้น พฤษภาทมิฬ มาปฏิบัติการซ้ำ
แรกทีเดียวก็คิดว่า คณะทำงานของหน้าเหลี่ยมจะคิดอะไรได้ไกลกว่านี้ ที่อาจจะเพราะประเมินผิดหลายประการ โดยเฉพาะการประเมินการวางบทบาทของพันธมิตรฯ ผิดอย่างร้ายแรง ประเมินนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พลิกบทในนาทีวิกฤติ อย่างผิดพลาด
ประเด็นหลัง ไม่เฉพาะพวกเสื้อแดงแต่รวมถึงผม ที่มองเหตุการณ์หลังเหตุที่พัทยาว่า “อภิสิทธิจบแล้ว”
อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเหตุจบและนายอภิสิทธิ์ ได้รับการชื่นชมอย่างสูงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ดูทิศทางการเดินเกมของนายกรัฐมนตรีหลายประการมีความ “ลึกซึ้งกว่าเดิม” โยนโจทย์ดึงองคาพยบต่าง ๆ ผ่าน “นิรโทษกรรม” ที่ได้ยินเสียงแผ่ว ๆ ในช่วงสุดท้ายก่อนปิดประชุมร่วมรัฐสภาว่า “เห็นไหม สังคม -ใคร ๆ ไม่เอาด้วย”
…การพ่ายแพ้อย่างราบคาบของนักโทษชาย และเสื้อแดงทั้งเวทีในประเทศ-ต่างประเทศนี้ครั้งนี้ มองในแง่ดีอาจเป็นการสลายกำลังและความชอบธรรมส่วนใหญ่ของ “กองโจรเสื้อแดง”
เพียงแต่ว่าพฤติการณ์ความรุนแรงระหว่างวินาศกรรมสงกรานต์ก็ดี การออกมาพลิกประเด็นจากชั่วช้าเลวทรามเป็น “ถูกรังแก” ซ้ำก็ดี ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ไม่รับ และล้วนแต่ผลักให้ “เสื้อแดง” หมดรูปและไม่มีที่ยืนในสังคม
การไม่มีที่ยืนในสังคม เห็นชัดตั้งแต่คราวถอดเสื้อออกจากทำเนียบ และต่อเนื่องด้วยอาการ “เสื้อหลากสี” ไม่กล้าใส่เสื้อแดงชุมนุมที่สนามหลวง เมื่อคืนที่ผ่านมา หากได้รับฟังการปราศรัยและบรรยากาศโดยรวมจะเห็นสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน
นั่นคือ ความคับแค้น และเก็บกดอย่างรุนแรง
หากเสื้อแดงสามารถขยายภูเขาไฟในอกนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และรัฐบาลตั้งรับอย่างเหยาะแหยะ ผมไม่เชื่อว่าความรักจากใจอภิสิทธิ์จะลบล้างความคิดของเสื้อแดงที่ถูกล้างสมอง เป่า ปั่น มาระยะใหญ่ลงได้
เพลิงแค้นครั้งนี้จะปรากฎลุกลามและใหญ่โตกว่าปฏิบัติการคลุ้มหลั่งด้วยสำนึกว่า “ถูกรังแก” ชิงชังอำมาตย์ (ซึ่งคืออะไรก็ไม่ทราบ) อย่างคราวมหาสงกรานต์ที่ผ่านมา
เมื่อนั้นความฉิบหายระดับที่ใหญ่กว่าจะบังเกิด ลุกลามและร้ายแรงกว่าคราวที่ผ่านมา
..สิ่งนี้อันตราย ..สิ่งนี้อันตราย
หมายเหตุ: ในความขัดแย้งในลักษณะของสามฐานอำนาจ นั่นคือ พันธมิตรฯ – เสื้อแดง – ผู้ถืออำนาจรัฐ (แบ่งเป็นสองซ้อนภายใน เขียว-น้ำเงิน กับสีฟ้า) สิ่งที่พันธมิตรฯ ควรทำอย่างยิ่งคือการตั้งมั่นอยู่ในที่และติดตามสถาการณ์ นับจากนี้ไปอีกระยะใหญ่จะยังไม่ใช่เวลาของพันธมิตรฯ ในการออกสู่สนาม โปรดเก็บความห่วงใยต่อบ้านเมืองและมือตบไว้หน้าจอโทรทัศน์ เป็นนักรบหน้าจอไปพลาง ๆ ก่อน
๏ รบ – ๑ ๓ ๖ ฯ รศ ๒๒๘


พวกหางแดงมันจนมุม…มันต้องปั่น ปั้น
ปั่นสังคมให้วุ่นวายจากการปั้นน้ำ (ลาย) เป็นตัว
พวกชั่วๆ พวกนี้จ้องทำลายอย่างเดียว
ตอนนี้ก็จะอดทนนั่งมองความพินาศของประเทศผ่านการปกครองของรัฐบาลอ่อนแอต่อไป
ฉันไม่สามารถทำอะไรได้หรอก…เพราะรุกหนักแค่ไหนเราก็เป็นแค่เบี้ย…ไม่เป็นขุนได้
อดทนรับสภาพทุกอย่าง…พูดไปก็ไม่มีใครฟัง…ฉันมันคนไม่มีพวกย่ะ
@นอ หน่อย:
อย่าเพิ่งน้อยใจไปเจ้ นั่งดูชมด้วยใจร่ม ๆ ดีกว่า พังพินาศอย่างไร จุดหนึ่งก็ซ่อมสร้างได้ และไม่ใช่เฉพาะเราที่ได้รับผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องแบกไปทุกอย่าง
รู้ว่ากังวล แต่ปล่อยวางบ้าง นิดนึง
อดทน เข้มแข็ง รับสภาพความเป็นจริง แล้วเราก้จะมองเห็นอะไรอีกหลายๆอย่างที่มันยังไม่คายออกมา
อ้ายเเละอีคนใดทรยศต่อประเทศชาติ พระสยามเทวาธิราชจะลงโทษมัน
เรื่องนี้ คราวนี้ ต้องนิ่งและอดทน และคอยดูผลต่อไป แม้ในใจจะร้อนรุ่มแค่ไหนก็ตาม
นั่งดูข่าวสาร และการถ่ายทอดกิจกรรมทางการเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ไม่นึกเลยว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้ที่ไม่รู้จัก ผิด ชอบ ชั่ว ดี
รู้เพียงอย่างเดียวว่า ทำอย่างไรให้ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น
แต่ก็ยังดีที่มีพันธมิตรมาปลุกกระแสในทางตรงกันข้าม
อยู่แถวนั้นพอดี
ตอนอาเฮียแบทแมนออกมาอ่ะ
อย่างงาม
แถมยังขับรถแก้สไปได้อีก
“ คนไทยทุกสาขาอาชีพต่างมีกำลังใจในการทำงานเพื่อแผ่นดิน ก็เนื่องมาจากปารภ พระราชกรณียกิจของในหลวงว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่าเรานัก เมื่อพระองค์ทำเพื่อเราคนไทยแล้ว พวกเราต้องน้อมพระพระบารมีของพระองค์ท่านมาเป็นกำลังใจในการทำคุณงานความดี เพื่อถวายพระองค์ ”