พระวิหาร วาทกรรม ศิลปกรรม ชนชาติ คลั่งชาติ ขายชาติ

หลายวันที่ผ่านมาสืบเนื่องด้วยกรณีขายชาติยกดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร โดยทนายเหล่ หมารับใช้ไอ้เหลี่ยม แลกกับผลประโยชน์บนเกาะกง สถานอบายมุขครบวงจร แหล่งทรัพยากรทางทะเล และประโยชน์อื่น มีประดิษฐกรรมของคนไทยกลุ่มหนึ่งว่าด้วย “ศิลปกรรม” และประวัติศาสตร์ ชนชาติ เกิดขึ้นเพื่อรองรับความชอบธรรมในกระบวนการขายชาติแบบลับๆ ล่อๆ

vihear

วาทะกรรมประดิษฐ์เหล่านี้อ้างย้อนไปถึงเมื่อครั้งอาณาจักรฟูนันล่มสลาย ต่อเนื่องด้วยความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของอาณาจักรแขมร์ (Khmer Empire) หรือเขมรโบราณในช่วงศตวรรษที่ ๙ –๑๓ ก่อนการล่มสลาย ที่สาเหตุหนึ่งตามสัณนิษฐานของนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีระบุว่าเกิดจากการโจมตีของอาณาจักรอยุธยา ยึดครองเป็นประเทศราช สืบต่อเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ที่ต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้โจรนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส

เป็นที่ทราบและเข้าใจกันดีว่าปราสาทพระวิหารนั้นสร้างโดยพวกขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๑ – ๒ ศิลปกรรมเป็นแบบฮินดู-พราหมณ์ พื้นที่บริเวณนั้นและภาคกลางของไทยปัจจุบันเป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน ประเด็นนี้ไม่มีใครเถียง (ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมไม่ใช่ชนชาติ)

vihear2

ถ้าจะอธิบายความชอบธรรมว่าด้วย “คนสร้าง” และ “ศิลปกรรม” เพื่อยกปราสาทพระวิหารและดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร เช่นนั้น ไทยมีความจำเป็นต้องตัดแบ่งดินแดนเพิ่มเติมให้เขมรอีกหลายส่วน ไล่ตั้งแต่พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มาจดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เพราะดินแดนเหล่านี้เป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน มีศิลปะขอมอยู่หลายที่ เช่น ประสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย และอาจรวมถึงเมืองละโว้ (ลพบุรี)

และด้วยมาตรฐานเดียวกัน ควรตัดแบ่งตั้งแต่ชุมพรลงไป คืนแก่อาณาจักรศรีวิชัยเดิม ตัดภาคเหนือทั้งหมดให้ล้านนา-ไทยใหญ่ ถูกไหม? ถามว่าเมื่อคืนดินแดนต่างๆ ที่ว่าแล้ว เหลือที่เป็น “ไทย” อยู่เท่าใด และระบบปักปันเขตแดนของทั้งโลกไม่ฉิบหายวายป่วงกันทั้งหมดหรือ?

และถ้ายกปราสาทพระวิหารให้เขมรด้วยเหตุว่าเป็นอารยธรรมและสร้างโดยเขมรโบราณ ทำไมเราจึงไม่สมควรยกพนมรุ้งและพิมายให้เขมรไปด้วยพร้อมกัน ด้วยมาตรฐานเดียวกัน อธิบายได้ไหม?

นั่นคือ คิดอย่างไม่เข้าใจความเป็นจริงในเรื่องประวัติศาสตร์ ที่เดิมไม่ได้มีลักษณะของ “ประเทศ” ในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องของ “อาณาจักร” และ “เขตอิทธิพล

อาณาจักร อารยธรรมใดที่เจริญรุ่งเรื่องขึ้นมา ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีความเข้มแข็งก็ขยายเขตอิทธิพลทั้งโดยทางการค้า ศาสนา-ความเชื่อ และการสงคราม ออกไปกว้างขวาง และเมื่อถึงจุดล่มสลาย มีอาณาจักรอื่นที่เข้มแข็งกว่าเข้าโจมตีและยึดครอง เป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง ซ้ำๆ กันตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา

พื้นที่ในเขมรปัจจุบันส่วนใหญ่ของตกเป็นของไทยมาตั้งแต่ครั้งอยุธยา ต่อเนื่องมารัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เข้าสู่ยุคจักรวรรดินิยม ที่มีความเปลี่ยนแปลงความมายของ “เขตอิทธิพล” เป็น “ประเทศ” ในความหมายใหม่ ที่มีขอบเขต-อาณาเขตชัดเจนในลักษณะ “รัฐชาติ

การแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศในปัจจุบันมักใช้หลักรัฐชาติ-ประเทศ ตามประวัติศาสตร์ยุคใหม่

ยุคล่าเมืองขึ้นของพวกผิวขาว เพื่อรักษาดินแดนส่วนใหญ่ สยามจำยอมต้องตัดพื้นที่ยึดครองบางส่วนไปเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ หนึ่งในนั้นคือพื้นที่เขมรในหลายจังหวัด และข้อตกลงเดิม คือ ใช้สันปันน้ำอันเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับกัน ต่อมาฝรั่งเศสทำแหว่งล้อมกินพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจด้วย ถามว่าจู่ๆ มันแหว่งปลายแบบนั้น เป็นองคชาติตัดหัวได้อย่างไร?

vihear3

การแพ้ในศาลระหว่างประเทศที่เราเรียกกันว่า “ศาลโลก” นั้นมีข้อกังขาหลายประการที่สะท้อนความไม่ชอบมาพากลในกรรมวิธืการตัดสินคดีความ และ แม้ ๔๖ ปีที่ผ่านมาจะไม่มีการดำเนินการใดเพื่อเอาดินแดนส่วนนี้คืน แต่ทางการไทยไม่เคยยอมรับแผนที่เขมรและการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กระทั่งเพื่อยกพระวิหารให้เขมร

ไอ้เหล่ ยูเนสโก้

ถามว่าการที่คนไทยจำนวนหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อต้านนั้น เป็นความคลั่งชาติหรือ? การต่อต้านพฤติกรรมฉ้อฉลเพื่อลบล้างการสวนสิทธิ์เดิมเหนือเขาพระวิหารรวมไปถึงบริเวณโดยรอบที่เป็นไปเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนบางคนนั้น เป็นความ “คลั่งชาติ” อย่างนั้นหรือ เป็นชาตินิยมหลงทางอย่างนั้นหรือ?

อย่างน้อยสุดคนเหล่านี้ไม่ได้เข้าใจประวัติศาตร์อย่างบกพร่อง ไม่ใช่พวกกู้ชาติโง่ๆ หรือนักวิชาการควายๆ (ดร. สมปอง สุจริตกุล – ศ.ดร.อดุลย์ วิเชียรเจริญ – ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ – ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร – ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ – สถาบันไทยคดีศึกษาธรรมศาสตร์? ) อ่านแผนที่ไม่เป็น (มันคิดว่ามีแต่มันและพวกเท่านั้นที่ดูแผนที่ภูมิประเทศเป็น? ) และที่สำคัญไม่ใช่คนไทยคลั่งไฟร์ฟอกซ์แน่ๆ

ไอ้ที่จะมาอ้างว่าอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกรมแผนที่ทหารเห็นชอบด้วยนั้น อย่าพล่อยอ้างดีกว่าครับ ไปก่อนนั้นทำไมไม่ยกมาพูดถึง? วิธีตีความเล่นลิ้นเล่นคำว่า “แถลงการณ์ร่วม” ไม่ใช่สนธิสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ น่ะ พอได้แล้ว พอเสียที จะเรียก “ควาย”  “กระบือ” หรือ “กาสร” มันก็ของอย่างเดียวกันนั่นแหละ เว้นแต่จะเรียก “ตัวกินหญ้า” ที่ความหมายอาจครอบคลุมถึงคนไทยบางส่วนด้วย อย่างนั้นค่อยว่ากัน

แทนที่จะช่วยกันดูแล ปกป้องอธิปไตย กลับทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วดันมาดึงขากันเองเสียอีก

บทความฝากอ่านเป็นพิเศษ

Posted in ทัศนะ and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: boringdays for $9.94 discount

33 Responses to พระวิหาร วาทกรรม ศิลปกรรม ชนชาติ คลั่งชาติ ขายชาติ

  1. n/e says:

    @Chubby
    กลับไปทำความเข้าใจกับความคิดตัวเอง กับสิ่งที่ตัวเองเขียนให้ดีเสียก่อนเถิด ก่อนจะมาเรียกร้องคนอื่น ถ้าหลับหูหลับตาไม่ยอมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในกรมแผนที่ทหาร-กรมสนธิสัญญา ก่อนเรื่องจะกลับเป็นอีกด้าน ก็สุดแต่ระดับสติปัญญาท่านเถิดครับ

    แต่อย่ามา “เหลี่ยม” ให้มากนัก

    ปล. ที่ยกมาอ้าง เหมือนไอ้เหล่ทุกกระเบียดนิ้ว

  2. Chubby says:

    ถ้าการอ้างเรื่องรูปธรรมเป็น “เหลี่ยม”
    แล้วการอ้างนามธรรมไม่ “กลม” กลิ้งหรือครับ ?
    เขาว่าอย่างนั้น เขาว่าอย่างนี้ คนนั้นโดนปลอดเพราะอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ
    ที่ยกมาอ้าง เหมือนเจ้านายทุกกระเบียดนิ้วเลยครับ

  3. เดียเองนะ says:

    คุณชับบี้

    ***ประวัติศาสตร์สมัยเก่านั้นนำมายกให้ฟังเพื่อลำดับความ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับรู้ความเป็นมาอันยาวนานนั้น

    ***ส่วนประวัติศาสตร์ใหม่หากจะเริ่มนับจากที่เกิดมีคดีความแล้ว ความเป็นธรรม ที่เราเรียกร้องคือความเป็นธรรมจากประเด็นที่ “ทางรัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลกโดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคตด้วย”

    *หมายถึงการสงวนซึ่งสิทธิ์นั้นเอาไว้*

    ซึ่งนี่คือประเด็นของความเป็นธรรมที่เราพูดถึง

    และขอประท้วงการที่รัฐบาลชุดนี้รีบเจรจาและลงนามปิดดีลกับฝ่ายขะแมร์ ซึ่งไม่ทราบว่ามีเงื่อนงำอำพรางใดหรือไม่อย่างไร
    แม้กระทั่งการออกรายการทางสื่อทีวีสาธารณะก็กระทำโดยพูดเอง เออเองแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำไมไม่เชิญหลาย ๆ ฝ่ายที่ไม่เห็นชอบด้วยมาออกพร้อม ๆ กันให้เป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างโปร่งใส :ฉงน:

  4. n/e says:

    คุณเดียปล่อยเขาไปเถอะ ตะแบงไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละ คนพวกนี้เขาเก่งเรื่องทำนองนี้

  5. เดียเองนะ says:

    ขอบคุณค่ะคุณเน
    บางครั้งเมื่อเห็นกระทู้แสดงความคิดเห็นที่บางทีหลุดโลกประเภทพวกมีปมด้อยกับชาติและความเป็นไทยของตัวเองแล้วก็เวทนา

    คนไทยที่จิตวิญญาณเคว้งคว้าง สำนึกโหว่ว้าง เที่ยวตามหาความแปลกแยกที่จะทำให้ตัวเองดูเด่น แตกต่างจากคนอื่น ๆ มาคุยฟุ้งประวัติศาสตร์ไทย หาว่าคนจำนวนมากในประเทศนี้เรียนกันมาผิด ๆ เขียนประวัติศาสตร์มาผิด ๆ เกทับชาวบ้านประหนึ่งว่า ตัวมันผู้นั้นเกิดทันอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้นเองปานนั้น….บ้างก็ว่าด้วยอารมณ์เสียดสี ส่อแสดงปมด้อยและความโง่ของตัวเองว่า..”"คนไทยคงรับไม่ได้ถ้าสุโขทัยไม่ใช่เมืองยิ่งใหญ่ เป็นเพียงหัวเมืองระดับกลางเมืองหนึ่งแห่งอาณาจักรเขมรหรอก”

    ฮากลิ้ง…คิดได้ไง..ความจริงคนพวกนี้มันน่าจะคิดอย่างงี้มากกว่า..

    *ขะแมร์ฮุนคงรับไม่ได้กระมังที่วันนี้… อาณาจักรไทยยิ่งใหญ่กว่าขะแมร์
    แต่ขะแมร์ฮุนหัวเราะได้ “เพราะคนไทยที่จ้องทำลายและขายชาติไทยนั้นมีอยู่มากกว่าและหาง่าย”

    สิ่งที่เกิดขึ้นแต่อดีตมันก็มีทั้ง ดีและไม่ดีปน ๆ กัน แต่อย่างน้อยวันนี้เรามีแผ่นดิน มีชาติอยู่ มีภาษา และสถาบันทั้งกษัตริย์และศาสนาฯลฯ

    สำนึกนั้นคือเราจะช่วยกันอย่างไรให้อนาคตลูกหลานไม่ตกเป็นทาสวัตถุ มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงจิตวิญญาณที่บางพวกไม่เคยคำนึงถึงแต่กลับคิดว่าเป็นเรื่อง “นามธรรม” ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมชั่วร้ายหรือดีงามทั้งหลายแหล่ก็ออกมาจากจิตใจทั้งนั้น

    สังคมมันวุ่นวายเพราะอะไร ถ้าไม่เพราะโรคโกงเรื้อรัง เอาเปรียบกันแลกัน โดยเฉพาะพวกผู้ปกครองที่ไร้คุณธรรม :ฮือ:

  6. n/e says:

    @คุณเดีย
    ลืมบอก ส่งเอกสารแบบฟอร์มไปให้ทางเมลแล้วนะครับ
    นับถือในความเห็นที่เขียนมาครับ :ขยิบ:

  7. Chubby says:

    ใน link ต้นทางมิได้ขัดขวางการเรียกร้องความเป็นธรรมที่มีเหตุผลครับ
    เพียงแต่แปลกใจอยู่ประการเดียวว่าผมเขียนถึงไฟร์ฟอกซ์เพียง entry เดียวในรอบปี ก็ถูกเจ้าของเว็บนี้กล่าวหาว่าเป็นพวกคลั่งไฟร์ฟอกซ์ไปเสียแล้ว มันน่าน้อยใจแทนคนอื่นในเว็บเดียวที่เขาเขียนถึงไฟร์ฟอกซ์กันวันเว้นวันจริงๆ ครับ :555+:
    พอเห็นระดับความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลและจับแพะชนแกะแบบนี้ ผมก็ไม่มีความเห็นต่อแล้วล่ะครับ ไม่ได้ห้ามใครเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย เอาให้เต็มที่เลยครับ

  8. เดียเองนะ says:

    ขอบคุณค่ะคุณเน
    ได้รับแล้ว
    อีกสักครู่ก็จะออกไปแล้วค่ะ มีอีกหลายคนด้วยแหละ :ยิ่มแฉ่ง

  9. wan says:

    ทำอย่างไรดีล่ะ มันน่าเบื่อสังคมมันเป็นแบบนี้เพราะมีสื่อมวลชนเลวที่รับเงินจากทุนสามาลย์ คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ข้อมูล เราว่าพิมพ์เอกสารออกมาแล้วกระจายไป ส่งทางไปรษณีย์ไปทุกบ้าน
    เอาข้อมูลหลักฐานต่างๆแนบไป เอาหนังสือเยลโลเพจเจสมาเปิดกันเลย

    อย่าลืมเอาสรุปงาน คตส.ถ่ายเอกสาร ส่งทางไปรษณีย์ด้วยล่ะ ถ้าตกลงก็เตรียมข้อมูลมาเลยจะช่วยกระจายให้

    มันต้องให้ข้อมูลตอกย้ำหว่านไปใครไม่รับช่างหัวมัน แสดงว่าบัวใต้น้ำ

    อีกประการเวลาเจอใคร บอกว่าโกงนิดโกงหน่อยแต่รัฐบาลทำงาน เราก็อวยพรให้มัน ทำมาค้าขายเจอแต่คนขี้โกงทุกคน ถ้ามันเคืองเรา เราก็บอกว่า เมิงชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ :ยิ่มแฉ่ง

  10. n/e says:

    @wan
    จริงอย่างว่าครับ สิ่งที่เราทำได้คือการพยายามเผยแพร่ข้อมูล การส่งทางไปรษณีย์ก็เข้าท่าแต่งบสูงมากครับ

    ความคิดการตอบประเด็น “โกงแต่มีผลงาน” เข้าท่าดีนะครับ จะเอาไปใช้บ้าง :ขยิบ:

  11. wan says:

    ขอบคุณชุมชนใหม่ เพิ่งเข้ามาเว็บนี้เป็นครั้งแรก จะไป writh VCD การปราศรัย ว่าจะให้คนงานที่มาตกแต่งซ่อมบ้านไปดู จะได้ตาสว่างบ้าง พวกนี้ไม่รู้เรื่องเพราะ TV ทุกช่องไม่มีภาพหรือเนื้อหาความรู้อะไรเลย

    bye แล้วจะมาติดตามกระทู้ใหม่ๆอีกนะ :555+:

  12. wan says:

    ว้าย สะกด write ผิด :555+:

  13. n/e says:

    @wan
    ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่จะนำไปเผยแพร่ต่อครับ

    //ว่าแต่จะให้เรียกชื่อว่าอย่างไรดี ผมเนครับ