หลายวันที่ผ่านมาสืบเนื่องด้วยกรณีขายชาติยกดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร โดยทนายเหล่ หมารับใช้ไอ้เหลี่ยม แลกกับผลประโยชน์บนเกาะกง สถานอบายมุขครบวงจร แหล่งทรัพยากรทางทะเล และประโยชน์อื่น มีประดิษฐกรรมของคนไทยกลุ่มหนึ่งว่าด้วย “ศิลปกรรม” และประวัติศาสตร์ ชนชาติ เกิดขึ้นเพื่อรองรับความชอบธรรมในกระบวนการขายชาติแบบลับๆ ล่อๆ
วาทะกรรมประดิษฐ์เหล่านี้อ้างย้อนไปถึงเมื่อครั้งอาณาจักรฟูนันล่มสลาย ต่อเนื่องด้วยความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของอาณาจักรแขมร์ (Khmer Empire) หรือเขมรโบราณในช่วงศตวรรษที่ ๙ –๑๓ ก่อนการล่มสลาย ที่สาเหตุหนึ่งตามสัณนิษฐานของนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีระบุว่าเกิดจากการโจมตีของอาณาจักรอยุธยา ยึดครองเป็นประเทศราช สืบต่อเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ที่ต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้โจรนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส
เป็นที่ทราบและเข้าใจกันดีว่าปราสาทพระวิหารนั้นสร้างโดยพวกขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๑ – ๒ ศิลปกรรมเป็นแบบฮินดู-พราหมณ์ พื้นที่บริเวณนั้นและภาคกลางของไทยปัจจุบันเป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน ประเด็นนี้ไม่มีใครเถียง (ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมไม่ใช่ชนชาติ)
ถ้าจะอธิบายความชอบธรรมว่าด้วย “คนสร้าง” และ “ศิลปกรรม” เพื่อยกปราสาทพระวิหารและดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร เช่นนั้น ไทยมีความจำเป็นต้องตัดแบ่งดินแดนเพิ่มเติมให้เขมรอีกหลายส่วน ไล่ตั้งแต่พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มาจดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เพราะดินแดนเหล่านี้เป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน มีศิลปะขอมอยู่หลายที่ เช่น ประสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย และอาจรวมถึงเมืองละโว้ (ลพบุรี)
และด้วยมาตรฐานเดียวกัน ควรตัดแบ่งตั้งแต่ชุมพรลงไป คืนแก่อาณาจักรศรีวิชัยเดิม ตัดภาคเหนือทั้งหมดให้ล้านนา-ไทยใหญ่ ถูกไหม? ถามว่าเมื่อคืนดินแดนต่างๆ ที่ว่าแล้ว เหลือที่เป็น “ไทย” อยู่เท่าใด และระบบปักปันเขตแดนของทั้งโลกไม่ฉิบหายวายป่วงกันทั้งหมดหรือ?
และถ้ายกปราสาทพระวิหารให้เขมรด้วยเหตุว่าเป็นอารยธรรมและสร้างโดยเขมรโบราณ ทำไมเราจึงไม่สมควรยกพนมรุ้งและพิมายให้เขมรไปด้วยพร้อมกัน ด้วยมาตรฐานเดียวกัน อธิบายได้ไหม?
นั่นคือ คิดอย่างไม่เข้าใจความเป็นจริงในเรื่องประวัติศาสตร์ ที่เดิมไม่ได้มีลักษณะของ “ประเทศ” ในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องของ “อาณาจักร” และ “เขตอิทธิพล”
อาณาจักร อารยธรรมใดที่เจริญรุ่งเรื่องขึ้นมา ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีความเข้มแข็งก็ขยายเขตอิทธิพลทั้งโดยทางการค้า ศาสนา-ความเชื่อ และการสงคราม ออกไปกว้างขวาง และเมื่อถึงจุดล่มสลาย มีอาณาจักรอื่นที่เข้มแข็งกว่าเข้าโจมตีและยึดครอง เป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง ซ้ำๆ กันตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
พื้นที่ในเขมรปัจจุบันส่วนใหญ่ของตกเป็นของไทยมาตั้งแต่ครั้งอยุธยา ต่อเนื่องมารัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เข้าสู่ยุคจักรวรรดินิยม ที่มีความเปลี่ยนแปลงความมายของ “เขตอิทธิพล” เป็น “ประเทศ” ในความหมายใหม่ ที่มีขอบเขต-อาณาเขตชัดเจนในลักษณะ “รัฐชาติ”
การแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศในปัจจุบันมักใช้หลักรัฐชาติ-ประเทศ ตามประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ยุคล่าเมืองขึ้นของพวกผิวขาว เพื่อรักษาดินแดนส่วนใหญ่ สยามจำยอมต้องตัดพื้นที่ยึดครองบางส่วนไปเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ หนึ่งในนั้นคือพื้นที่เขมรในหลายจังหวัด และข้อตกลงเดิม คือ ใช้สันปันน้ำอันเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับกัน ต่อมาฝรั่งเศสทำแหว่งล้อมกินพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจด้วย ถามว่าจู่ๆ มันแหว่งปลายแบบนั้น เป็นองคชาติตัดหัวได้อย่างไร?
การแพ้ในศาลระหว่างประเทศที่เราเรียกกันว่า “ศาลโลก” นั้นมีข้อกังขาหลายประการที่สะท้อนความไม่ชอบมาพากลในกรรมวิธืการตัดสินคดีความ และไทยได้ประท้วงต่อสหประชาชาติเพื่อสงวนสิทธิที่จะเอาปราสาทและดินแดนบริเวณนั้นคืน แม้ ๔๖ ปีที่ผ่านมาจะไม่มีการดำเนินการใดเพื่อเอาดินแดนส่วนนี้คืน แต่ทางการไทยไม่เคยยอมรับแผนที่เขมรและการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กระทั่งรัฐบาลพลังประชาชนดำเนินกระบวนการฉ้อฉลเพื่อยกพระวิหารให้เขมร
ถามว่าการที่คนไทยจำนวนหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อต้านนั้น เป็นความคลั่งชาติหรือ? การต่อต้านพฤติกรรมฉ้อฉลเพื่อลบล้างการสวนสิทธิ์เดิมเหนือเขาพระวิหารรวมไปถึงบริเวณโดยรอบที่เป็นไปเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนบางคนนั้น เป็นความ “คลั่งชาติ” อย่างนั้นหรือ เป็นชาตินิยมหลงทางอย่างนั้นหรือ?
อย่างน้อยสุดคนเหล่านี้ไม่ได้เข้าใจประวัติศาตร์อย่างบกพร่อง ไม่ใช่พวกกู้ชาติโง่ๆ หรือนักวิชาการควายๆ (ดร. สมปอง สุจริตกุล – ศ.ดร.อดุลย์ วิเชียรเจริญ – ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ – ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร – ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ – สถาบันไทยคดีศึกษาธรรมศาสตร์? ) อ่านแผนที่ไม่เป็น (มันคิดว่ามีแต่มันและพวกเท่านั้นที่ดูแผนที่ภูมิประเทศเป็น? ) และที่สำคัญไม่ใช่คนไทยคลั่งไฟร์ฟอกซ์แน่ๆ
ไอ้ที่จะมาอ้างว่าอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกรมแผนที่ทหารเห็นชอบด้วยนั้น อย่าพล่อยอ้างดีกว่าครับ อธิบดีที่เขาไม่เห็นชอบด้วยกับเรื่องขายชาติถูกเด้งฟ้าผ่าไปก่อนนั้นทำไมไม่ยกมาพูดถึง? วิธีตีความเล่นลิ้นเล่นคำว่า “แถลงการณ์ร่วม” ไม่ใช่สนธิสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ น่ะ พอได้แล้ว พอเสียที จะเรียก “ควาย” “กระบือ” หรือ “กาสร” มันก็ของอย่างเดียวกันนั่นแหละ เว้นแต่จะเรียก “ตัวกินหญ้า” ที่ความหมายอาจครอบคลุมถึงคนไทยบางส่วนด้วย อย่างนั้นค่อยว่ากัน
แทนที่จะช่วยกันดูแล ปกป้องอธิปไตย กลับทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วดันมาดึงขากันเองเสียอีก
บทความฝากอ่านเป็นพิเศษ
- จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี"เขาพระวิหาร
- Clip ไขปมเขาพระวิหาร : ตื่นเถิดชาวไทย! อย่ายอมให้รัฐบาลขายชาติ-ยกเขาพระวิหารให้เขมร
- ด่วน! สถาบันไทยคดีฯ ระดมสมองทวงคืนปราสาทพระวิหาร : ดาวน์โหลดแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และข้อมูลเขาพระวิหาร
- และ ดาวน์โหลดแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และข้อมูลเขาพระวิหาร (ขอบคุณ คุณชัยสำหรับไฟล์)

ประวัติศาสตร์ไทยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างใน พ.ศ. ๑๗๘๑
ตรงกับสมัยอาณาจักรสุโขทัย และสมัยอาณาจักรล้านนาแห่งภาคเหนือ กระทั่งอาณาจักรสุโขทัยเสื่อมอำนาจลงในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ความรุ่งเรืองจึงปรากฏในอาณาจักรทางใต้คือกรุงศรีอยุธยาแทน ครั้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สองใน พ.ศ. ๒๓๑๐ พระเจ้าตากสินจึงทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี อย่างไรก็ดี ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีอาณาเขตไม่แน่ชัด
ภายหลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อพ.ศ. ๒๓๒๕
อาณาจักรสยามเริ่มมีความเป็นปึกแผ่น โดยได้มีการผนวกดินแดนบางส่วนของอาณาจักรล้านช้างเข้าเป็นส่วนหนึ่ง ครั้นในรัชกาลที่ ๕ จึงได้มีการผนวกเอาเมืองเชียงใหม่หรืออาณาจักรล้านนา อันเป็นการผนวกดินแดนครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย
เขาพระวิหาร
จารึกที่จารด้วยอักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤตและเขมร ในจารึกหลักที่ ๑ ระบุปี พ.ศ. ๑๕๘๐ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ส่วนหลักที่สอง ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ระบุปี พ.ศ. ๑๖๖๔
สืบสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ปี พ.ศ. ๑๖๖๔ สู่การสถาปนาเอกราชอาณาจักรสุโขทัย
๑๗๘๑ (๑๑๗ ปี)
เดิมที สุโขทัย เป็นสถานีการค้าของแคว้นละโว้ (ลวรัฐ) ของอาณาจักรขอม บนเส้นทางการค้าผ่านคาบสมุทรระหว่างอ่าวเมาะตะมะ กับเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง (ประเทศลาว) คาดว่าเริ่มตั้งเป็นสถานีการค้าในราวพุทธศักราช ๑๗๐๐ ในรัชสมัยของพระยาธรรมิกราช กษัตริย์ละโว้ โดยมีพ่อขุนศรีนาวนำถม เป็นผู้ปกครองและดูแลกิจการภายในเมืองสุโขทัย และศรีสัชนาลัย ต่อมาเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสวรรคต ขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งเป็นคล้ายๆกับผู้ตรวจราชการจากลวรัฐ เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองสุโขทัย จึงส่งผลให้ พ่อขุนผาเมือง (พระราชโอรสของพ่อขุนศรีนาวนำถม) เจ้าเมืองราด และ พ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง ตัดสินพระทัยจะยึดดินแดนคืน การชิงเอาอำนาจจากผู้ครองเดิมคือ อาณาจักรขอม เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๘๑ และสถาปนาเอกราช ให้กรุงสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานีของชาวไทย โดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐใด
***อาจารย์รัฐศาตร์ที่ไม่ใช่คนไทย (จีนปนอังกฤษ) มันคงไม่สำเหนียกสำนึกหรอก
ถ้าพูดเรื่องนายใจ ก็ปล่อยไปเถิด เพิ่งเคยเห็นฟาสซิสต์คลั่งประชาธิปไตยเอาก็ตอนไปเย้วๆ เอากับ คมช. หลังรัฐประหารนั่นแล
ใครกันว้า สมคบสุมหัวกันทำเว็บไซต์รู้ทันราชวงศ์จักรี
เฮ้อ…วันนี้ตามข่าวทั้งการอภิปรายในสภา และข่าวอื่น ๆ เกี่ยวกับกลุ่มม็อบเสื้อแดง โผล่ที่นั่นที่นี่ ข่าวโจมตีพันธมิตร ฯลฯ
เราจะต้องอยู่กับนอร์มินีพวกนี้จริงหรือ? หรืออย่างไรคะคุณเน?
ไม่รู้จะว่าอย่างไรเหมือนกันครับ อำนาจอยู่ในมือเขาๆ ก็ฮึกเหิม ใช่เฉพาะว่าคิดต่างเพียงอย่างเดียว วิธีคิด-การกระทำก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ่อย ต่ำ เสียเหลือเกิน ผิดถูกชั่วดีไม่รู้จัก
เราจะหนีไปไหนได้เล่า หรือคุณเดียมีทางออก นอกจากต้องล้มกันไปข้างหนึ่งเพื่อเปลี่ยนสังคมใหม่
พฤติกรรมหลายประการของทุนสามานย์ ที่สื่อแสดงความไร้จริยธรรม อยุติธรรม สังคมที่เอาวัตถุเป็นหลักและจิตวิญญาณกำลังเสื่อม ความชั่วถูกยกระดับให้เป็นเรื่องปกติธรรมดา ตราบที่ทำชั่วแล้วไม่ทิ้งหลักฐานหรือเอาเงินทำลายหลักฐาน หอกหักเหล่านั้นก็ยังชูคอเป็นผู้มีเกียรติ
คนจำนวนมากมองเห็นและ รังเกียจระบบชั่วนี้ ยอมหักไม่ยอมงอ
คนจำนวนมากยินดีขอมีส่วนร่วมผสมกลมกลืนกับระบบชั่วนี้
คนจำนวนมากไม่รู้สึกรู้สม….ประเภทจิ้งจก อะไรก็ช่าง ชีวิตนี้ขอเคลิ้ม ๆ ไปก็พอ
ถ้าแพ้พวกแรกก็ต้องขุดรูอยู่ แผ่นดินนี้พวกอัปรีย์ยึดแล้ว
กลุ่มชาวไทยผู้รักชาติและมุ่งปกป้องอธิปไตยของชาติเหนือปราสาทพระวิหาร (จากหลายสาขาอาชีพ อาทิ นักกฎหมาย นักวิชาการ แพทย์ และนักพัฒนาเอกชน ฯลฯ) ขอเชิญชวนชาวไทยผู้มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ไปร่วมลงชื่อในหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ณ บริเวณสำนักงานยูเนสโก (กรุงเทพฯ) ถนนสุขุมวิท ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551 เวลา 09.00 – 10.00 น.เพื่อยื่นหนังสือต่อตัวแทนยูเนสโกในวันเดียวกัน
@คุณชัย
บางทีอาจไม่สะดวก ถ้าคุณชัยสามารถประสานทีมจัดได้ อยากให้ตั้งโต๊ะรับลงชื่อล่วงหน้าตามจุดต่างๆ (ถ้าเป็นไปได้ ยกเว้นเป็นเอกสารแนบท้ายฉบับเดียวกัน)
สำเนาหนังสือคัดค้าน…(ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมระดมความคิดเห็นเมื่อบ่ายวันนี้)
ราชอาณาจักรไทย
24 มิถุนายน 2551
เรื่อง ประชาชนชาวไทยขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
เรียน คณะกรรมการมรดกโลก ผ่านยูเนสโก ประจำประเทศไทย
พวกเราประชาชนชาวไทยผู้มีรายนามข้างท้ายนี้ เป็นผู้มีสิทธิเป็นตัวแทนประเทศไทย โดยการรับรองของกฎหมายระหว่างประเทศ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ขอแสดงความประสงค์คัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งจะมีการพิจารณาในที่ประชุมสมัยที่ 32 ณ เมืองควิเบค ประเทศแคนาดาด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้
1.ปัญหาของปราสาทพระวิหารโดยตรง เนื่องจากยังมีปัญหาว่าอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศใดระหว่างไทยหรือกัมพูชา และประชาชนชาวไทยกำลังจะขอใช้สิทธิที่ได้สงวนไว้ในเรื่องอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารตามที่รัฐบาลไทยได้สงวนสิทธิ์ไว้เมื่อ10 กรกฎาคม พ.ศ.2505
2.ปัญหาความไม่สมบูรณ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของตัวปราสาทในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เนื่องจากยังต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เช่น สระตราว สถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำที่ผามออีแดง และปราสาทโดนตรวล
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบว่า ประชาชนชาวไทยขอคัดค้าน การกล่าวอ้างสิทธิเหนือประสาทเขาพระวิหาร เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก และขอปฏิเสธการกล่าวยอมรับข้อตกลง และ หรือ การทำสัญญาใดๆ ระหว่างรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช กับรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ และได้โปรดพิจารณาระงับการรับคำร้องขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของรัฐบาลกัมพูชาดังกล่าว
ขอแสดงความนับถือ
ประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย
ขอก็อปไปประกาศต่อนะคะ
อ้อ ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนใช่มั๊ยคะ
ต้องเรียนว่าที่ประชุมได้มีการแบ่งๆ ความรับผิดชอบในการล่ารายชื่อไปแล้วครับ และคงได้จำนวนไม่น้อยจากหลายๆ สาย มีทั้งที่ธรรมศาสตร์ ประสานมิตร นิด้า และกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างจำกัด จึงต้องขอบอกกล่าวเพื่อให้ผู้ร่วมอุดมการณ์ไปร่วมกันสดๆ เพื่อภาพข่าวจะได้ออกมาสวยๆ ครับ
ปล.ที่ประชุมได้เห็นพ้องกันว่ากลุ่มอื่นๆ สามารถดำเนินการเช่นเดียวกันนี้ก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะซ้าซ้อนกัน เรื่องนี้คนไทยยิ่งตื่นตัวกันมากเท่าไหร่ยิ่งดี เช่น วันนี้กลุ่ม ส.ว.และบุคคลชั้นนำจำนวนกว่า 300 รายชื่อก็ได้ไปยื่นเป็นกลุ่มแรกแล้ว ประเด็นก็คือควรยื่นก่อนการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 2 ก.ค.2551 ที่แคนาดา (อ้อ…หนังสือที่ยื่นควรยื่นฉบับภาษาอังกฤษคู่กันไปด้วย)
ถ้าจะร่วมกับกลุ่มนี้ก็ทำแบบฟอร์มตีตาราง 4 ช่อง (กระดาษเอ 4 แนวตั้ง) ข้อความดังนี้
(หัวเรื่อง)
ประชาชนชาวไทยร่วมลงนาม
ในการขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
1 2 3 4
ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ลายเซ็น
ปล.ใช้ลายมือเขียน โดยไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน (ไม่เหมือนถอดถอน) ขอบคุณสำหรับพรวันเกิดนะครับ…
คุณชัยครับ ถ้าตอนนี้ทำแบบฟอร์มเสร็จแล้วส่งให้ผมทางเมลหน่อยนะครับ จะได้เป็นแบบแผนเดียวกัน จะลองรวบรวมให้ครับ
และถ้าคุณเนได้รับแบบฟอร์มแล้ว
ช่วยส่งต่อให้ทางเมลด้วยได้มั๊ยคะ จาขอบคุณมัก ๆ ค่ะ
ส่งยังไงอ่า เมลของคุณเดียสะกดผิดอยู่
อ้าว! เหรอคะ งั้นกรอกใหม่ค่ะ
อ๋อ ๆ เห็นแล้วค่ะ h เกินไปตัว
- ใช้ Firefox ในฐานะบราวเซอร์ธรรมดาๆ ตัวหนึ่งมานานแล้ว เรียกว่าคลั่งหรือครับ ?
- พื้นที่แหว่งปลายตั้งฉาก เป็นเฉพาะพื้นที่ตัวปราสาทตามคำพิพากษาของศาลโลก เป็นคนละประเด็นกับพื้นที่ทับซ้อน และการปักปันอาณาเขตด้วยสันปันน้ำ
- ถ้าอยากเอาข้อมูลแต่ละส่วนมาขยำรวมกันเพื่อกู้ชาติ ก็ตามใจครับ เพราะข้อมูลใน link เขียนแยกหัวข้อชัดเจนแล้ว
คุณเนค่ะ
แปลกจังคะ มีหลายคนเหมือนกันนะ ที่เค้าคิดว่าเค้ารู้ประวัติศาสตร์ดีกว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศ
เหยียดหยามว่าคนอื่นรู้ผิด ๆ เรียนมาผิด ๆ จึงมีอาการ “คลั่งชาติ”
ถ้าเราต้องการความโปร่งใส ตรงไปตรงมา เค้าเรียกว่าขอความเป็นธรรมให้บังเกิดขึ้น มันต่างกันนะ?
จัดให้แล้วนะครับ!
เรียกร้องความเป็นธรรมตามประวัติศาสตร์สมัยใหม่
หรือเรียกร้องความเป็นธรรมตามประวัติศาสตร์สมัยเก่า
เลือกเขตแดนตามสันปันน้ำสมัยใหม่ หรือเลือกเอาพื้นที่เขตแดนอาณาจักรไทยสมัยเก่า
เอาให้ชัดเจนก่อนครับ ไม่ใช่หยิบเอาที่เราได้เปรียบตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยมายำรวมกัน
อันนี้เป็นปัญหา ความคิดของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ปัญหาว่ารู้ประวัติศาสตร์แค่ไหนครับ