พระวิหาร วาทกรรม ศิลปกรรม ชนชาติ คลั่งชาติ ขายชาติ
ลำดับที่ 749 • 24 June 2008 - 11:55
หลายวันที่ผ่านมาสืบเนื่องด้วยกรณีขายชาติยกดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร โดยทนายเหล่ หมารับใช้ไอ้เหลี่ยม แลกกับผลประโยชน์บนเกาะกง สถานอบายมุขครบวงจร แหล่งทรัพยากรทางทะเล และประโยชน์อื่น มีประดิษฐกรรมของคนไทยกลุ่มหนึ่งว่าด้วย “ศิลปกรรม” และประวัติศาสตร์ ชนชาติ เกิดขึ้นเพื่อรองรับความชอบธรรมในกระบวนการขายชาติแบบลับๆ ล่อๆ
วาทะกรรมประดิษฐ์เหล่านี้อ้างย้อนไปถึงเมื่อครั้งอาณาจักรฟูนันล่มสลาย ต่อเนื่องด้วยความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของอาณาจักรแขมร์ (Khmer Empire) หรือเขมรโบราณในช่วงศตวรรษที่ ๙ –๑๓ ก่อนการล่มสลาย ที่สาเหตุหนึ่งตามสัณนิษฐานของนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีระบุว่าเกิดจากการโจมตีของอาณาจักรอยุธยา ยึดครองเป็นประเทศราช สืบต่อเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ที่ต้องเสียดินแดนส่วนนี้ให้โจรนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส
เป็นที่ทราบและเข้าใจกันดีว่าปราสาทพระวิหารนั้นสร้างโดยพวกขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๑ – ๒ ศิลปกรรมเป็นแบบฮินดู-พราหมณ์ พื้นที่บริเวณนั้นและภาคกลางของไทยปัจจุบันเป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน ประเด็นนี้ไม่มีใครเถียง (ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรมไม่ใช่ชนชาติ)
ถ้าจะอธิบายความชอบธรรมว่าด้วย “คนสร้าง” และ “ศิลปกรรม” เพื่อยกปราสาทพระวิหารและดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารให้เขมร เช่นนั้น ไทยมีความจำเป็นต้องตัดแบ่งดินแดนเพิ่มเติมให้เขมรอีกหลายส่วน ไล่ตั้งแต่พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มาจดภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เพราะดินแดนเหล่านี้เป็นเขตอิทธิพลของขอมมาก่อน มีศิลปะขอมอยู่หลายที่ เช่น ประสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินพิมาย และอาจรวมถึงเมืองละโว้ (ลพบุรี)
และด้วยมาตรฐานเดียวกัน ควรตัดแบ่งตั้งแต่ชุมพรลงไป คืนแก่อาณาจักรศรีวิชัยเดิม ตัดภาคเหนือทั้งหมดให้ล้านนา-ไทยใหญ่ ถูกไหม? ถามว่าเมื่อคืนดินแดนต่างๆ ที่ว่าแล้ว เหลือที่เป็น “ไทย” อยู่เท่าใด และระบบปักปันเขตแดนของทั้งโลกไม่ฉิบหายวายป่วงกันทั้งหมดหรือ?
และถ้ายกปราสาทพระวิหารให้เขมรด้วยเหตุว่าเป็นอารยธรรมและสร้างโดยเขมรโบราณ ทำไมเราจึงไม่สมควรยกพนมรุ้งและพิมายให้เขมรไปด้วยพร้อมกัน ด้วยมาตรฐานเดียวกัน อธิบายได้ไหม?
นั่นคือ คิดอย่างไม่เข้าใจความเป็นจริงในเรื่องประวัติศาสตร์ ที่เดิมไม่ได้มีลักษณะของ “ประเทศ” ในความหมายปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องของ “อาณาจักร” และ “เขตอิทธิพล”
อาณาจักร อารยธรรมใดที่เจริญรุ่งเรื่องขึ้นมา ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีความเข้มแข็งก็ขยายเขตอิทธิพลทั้งโดยทางการค้า ศาสนา-ความเชื่อ และการสงคราม ออกไปกว้างขวาง และเมื่อถึงจุดล่มสลาย มีอาณาจักรอื่นที่เข้มแข็งกว่าเข้าโจมตีและยึดครอง เป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง ซ้ำๆ กันตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
พื้นที่ในเขมรปัจจุบันส่วนใหญ่ของตกเป็นของไทยมาตั้งแต่ครั้งอยุธยา ต่อเนื่องมารัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เข้าสู่ยุคจักรวรรดินิยม ที่มีความเปลี่ยนแปลงความมายของ “เขตอิทธิพล” เป็น “ประเทศ” ในความหมายใหม่ ที่มีขอบเขต-อาณาเขตชัดเจนในลักษณะ “รัฐชาติ”
การแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศในปัจจุบันมักใช้หลักรัฐชาติ-ประเทศ ตามประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ยุคล่าเมืองขึ้นของพวกผิวขาว เพื่อรักษาดินแดนส่วนใหญ่ สยามจำยอมต้องตัดพื้นที่ยึดครองบางส่วนไปเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ หนึ่งในนั้นคือพื้นที่เขมรในหลายจังหวัด และข้อตกลงเดิม คือ ใช้สันปันน้ำอันเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับกัน ต่อมาฝรั่งเศสทำแหว่งล้อมกินพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เราไม่ได้ยินยอมพร้อมใจด้วย ถามว่าจู่ๆ มันแหว่งปลายแบบนั้น เป็นองคชาติตัดหัวได้อย่างไร?
การแพ้ในศาลระหว่างประเทศที่เราเรียกกันว่า “ศาลโลก” นั้นมีข้อกังขาหลายประการที่สะท้อนความไม่ชอบมาพากลในกรรมวิธืการตัดสินคดีความ และไทยได้ประท้วงต่อสหประชาชาติเพื่อสงวนสิทธิที่จะเอาปราสาทและดินแดนบริเวณนั้นคืน แม้ ๔๖ ปีที่ผ่านมาจะไม่มีการดำเนินการใดเพื่อเอาดินแดนส่วนนี้คืน แต่ทางการไทยไม่เคยยอมรับแผนที่เขมรและการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กระทั่งรัฐบาลพลังประชาชนดำเนินกระบวนการฉ้อฉลเพื่อยกพระวิหารให้เขมร
ถามว่าการที่คนไทยจำนวนหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยลุกขึ้นมาเรียกร้องและต่อต้านนั้น เป็นความคลั่งชาติหรือ? การต่อต้านพฤติกรรมฉ้อฉลเพื่อลบล้างการสวนสิทธิ์เดิมเหนือเขาพระวิหารรวมไปถึงบริเวณโดยรอบที่เป็นไปเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนบางคนนั้น เป็นความ “คลั่งชาติ” อย่างนั้นหรือ เป็นชาตินิยมหลงทางอย่างนั้นหรือ?
อย่างน้อยสุดคนเหล่านี้ไม่ได้เข้าใจประวัติศาตร์อย่างบกพร่อง ไม่ใช่พวกกู้ชาติโง่ๆ หรือนักวิชาการควายๆ (ดร. สมปอง สุจริตกุล - ศ.ดร.อดุลย์ วิเชียรเจริญ - ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ - ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร - ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ - สถาบันไทยคดีศึกษาธรรมศาสตร์? ) อ่านแผนที่ไม่เป็น (มันคิดว่ามีแต่มันและพวกเท่านั้นที่ดูแผนที่ภูมิประเทศเป็น? ) และที่สำคัญไม่ใช่คนไทยคลั่งไฟร์ฟอกซ์แน่ๆ
ไอ้ที่จะมาอ้างว่าอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกรมแผนที่ทหารเห็นชอบด้วยนั้น อย่าพล่อยอ้างดีกว่าครับ อธิบดีที่เขาไม่เห็นชอบด้วยกับเรื่องขายชาติถูกเด้งฟ้าผ่าไปก่อนนั้นทำไมไม่ยกมาพูดถึง? วิธีตีความเล่นลิ้นเล่นคำว่า “แถลงการณ์ร่วม” ไม่ใช่สนธิสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ น่ะ พอได้แล้ว พอเสียที จะเรียก “ควาย” “กระบือ” หรือ “กาสร” มันก็ของอย่างเดียวกันนั่นแหละ เว้นแต่จะเรียก “ตัวกินหญ้า” ที่ความหมายอาจครอบคลุมถึงคนไทยบางส่วนด้วย อย่างนั้นค่อยว่ากัน
แทนที่จะช่วยกันดูแล ปกป้องอธิปไตย กลับทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วดันมาดึงขากันเองเสียอีก
บทความฝากอ่านเป็นพิเศษ
- จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี"เขาพระวิหาร
- Clip ไขปมเขาพระวิหาร : ตื่นเถิดชาวไทย! อย่ายอมให้รัฐบาลขายชาติ-ยกเขาพระวิหารให้เขมร
- ด่วน! สถาบันไทยคดีฯ ระดมสมองทวงคืนปราสาทพระวิหาร : ดาวน์โหลดแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และข้อมูลเขาพระวิหาร
- และ ดาวน์โหลดแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และข้อมูลเขาพระวิหาร (ขอบคุณ คุณชัยสำหรับไฟล์)
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














24 June 2008 เมื่อ 13:58
ประวัติศาสตร์ไทยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างใน พ.ศ. ๑๗๘๑
ตรงกับสมัยอาณาจักรสุโขทัย และสมัยอาณาจักรล้านนาแห่งภาคเหนือ กระทั่งอาณาจักรสุโขทัยเสื่อมอำนาจลงในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ความรุ่งเรืองจึงปรากฏในอาณาจักรทางใต้คือกรุงศรีอยุธยาแทน ครั้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สองใน พ.ศ. ๒๓๑๐ พระเจ้าตากสินจึงทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี อย่างไรก็ดี ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีอาณาเขตไม่แน่ชัด
ภายหลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อพ.ศ. ๒๓๒๕
อาณาจักรสยามเริ่มมีความเป็นปึกแผ่น โดยได้มีการผนวกดินแดนบางส่วนของอาณาจักรล้านช้างเข้าเป็นส่วนหนึ่ง ครั้นในรัชกาลที่ ๕ จึงได้มีการผนวกเอาเมืองเชียงใหม่หรืออาณาจักรล้านนา อันเป็นการผนวกดินแดนครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย
เขาพระวิหาร
จารึกที่จารด้วยอักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤตและเขมร ในจารึกหลักที่ ๑ ระบุปี พ.ศ. ๑๕๘๐ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ส่วนหลักที่สอง ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ระบุปี พ.ศ. ๑๖๖๔
สืบสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ปี พ.ศ. ๑๖๖๔ สู่การสถาปนาเอกราชอาณาจักรสุโขทัย
๑๗๘๑ (๑๑๗ ปี)
เดิมที สุโขทัย เป็นสถานีการค้าของแคว้นละโว้ (ลวรัฐ) ของอาณาจักรขอม บนเส้นทางการค้าผ่านคาบสมุทรระหว่างอ่าวเมาะตะมะ กับเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง (ประเทศลาว) คาดว่าเริ่มตั้งเป็นสถานีการค้าในราวพุทธศักราช ๑๗๐๐ ในรัชสมัยของพระยาธรรมิกราช กษัตริย์ละโว้ โดยมีพ่อขุนศรีนาวนำถม เป็นผู้ปกครองและดูแลกิจการภายในเมืองสุโขทัย และศรีสัชนาลัย ต่อมาเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสวรรคต ขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งเป็นคล้ายๆกับผู้ตรวจราชการจากลวรัฐ เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองสุโขทัย จึงส่งผลให้ พ่อขุนผาเมือง (พระราชโอรสของพ่อขุนศรีนาวนำถม) เจ้าเมืองราด และ พ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง ตัดสินพระทัยจะยึดดินแดนคืน การชิงเอาอำนาจจากผู้ครองเดิมคือ อาณาจักรขอม เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๘๑ และสถาปนาเอกราช ให้กรุงสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานีของชาวไทย โดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐใด
***อาจารย์รัฐศาตร์ที่ไม่ใช่คนไทย (จีนปนอังกฤษ) มันคงไม่สำเหนียกสำนึกหรอก
24 June 2008 เมื่อ 17:24
ถ้าพูดเรื่องนายใจ ก็ปล่อยไปเถิด เพิ่งเคยเห็นฟาสซิสต์คลั่งประชาธิปไตยเอาก็ตอนไปเย้วๆ เอากับ คมช. หลังรัฐประหารนั่นแล
ใครกันว้า สมคบสุมหัวกันทำเว็บไซต์รู้ทันราชวงศ์จักรี
24 June 2008 เมื่อ 18:09
เฮ้อ…วันนี้ตามข่าวทั้งการอภิปรายในสภา และข่าวอื่น ๆ เกี่ยวกับกลุ่มม็อบเสื้อแดง โผล่ที่นั่นที่นี่ ข่าวโจมตีพันธมิตร ฯลฯ
เราจะต้องอยู่กับนอร์มินีพวกนี้จริงหรือ? หรืออย่างไรคะคุณเน?
24 June 2008 เมื่อ 18:31
ไม่รู้จะว่าอย่างไรเหมือนกันครับ อำนาจอยู่ในมือเขาๆ ก็ฮึกเหิม ใช่เฉพาะว่าคิดต่างเพียงอย่างเดียว วิธีคิด-การกระทำก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ่อย ต่ำ เสียเหลือเกิน ผิดถูกชั่วดีไม่รู้จัก
เราจะหนีไปไหนได้เล่า หรือคุณเดียมีทางออก นอกจากต้องล้มกันไปข้างหนึ่งเพื่อเปลี่ยนสังคมใหม่
24 June 2008 เมื่อ 19:00
พฤติกรรมหลายประการของทุนสามานย์ ที่สื่อแสดงความไร้จริยธรรม อยุติธรรม สังคมที่เอาวัตถุเป็นหลักและจิตวิญญาณกำลังเสื่อม ความชั่วถูกยกระดับให้เป็นเรื่องปกติธรรมดา ตราบที่ทำชั่วแล้วไม่ทิ้งหลักฐานหรือเอาเงินทำลายหลักฐาน หอกหักเหล่านั้นก็ยังชูคอเป็นผู้มีเกียรติ
คนจำนวนมากมองเห็นและ รังเกียจระบบชั่วนี้ ยอมหักไม่ยอมงอ
คนจำนวนมากยินดีขอมีส่วนร่วมผสมกลมกลืนกับระบบชั่วนี้
คนจำนวนมากไม่รู้สึกรู้สม….ประเภทจิ้งจก อะไรก็ช่าง ชีวิตนี้ขอเคลิ้ม ๆ ไปก็พอ
ถ้าแพ้พวกแรกก็ต้องขุดรูอยู่ แผ่นดินนี้พวกอัปรีย์ยึดแล้ว
24 June 2008 เมื่อ 19:53
กลุ่มชาวไทยผู้รักชาติและมุ่งปกป้องอธิปไตยของชาติเหนือปราสาทพระวิหาร (จากหลายสาขาอาชีพ อาทิ นักกฎหมาย นักวิชาการ แพทย์ และนักพัฒนาเอกชน ฯลฯ) ขอเชิญชวนชาวไทยผู้มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ไปร่วมลงชื่อในหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ณ บริเวณสำนักงานยูเนสโก (กรุงเทพฯ) ถนนสุขุมวิท ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551 เวลา 09.00 - 10.00 น.เพื่อยื่นหนังสือต่อตัวแทนยูเนสโกในวันเดียวกัน
24 June 2008 เมื่อ 19:55
@คุณชัย
บางทีอาจไม่สะดวก ถ้าคุณชัยสามารถประสานทีมจัดได้ อยากให้ตั้งโต๊ะรับลงชื่อล่วงหน้าตามจุดต่างๆ (ถ้าเป็นไปได้ ยกเว้นเป็นเอกสารแนบท้ายฉบับเดียวกัน)
24 June 2008 เมื่อ 19:59
สำเนาหนังสือคัดค้าน…(ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมระดมความคิดเห็นเมื่อบ่ายวันนี้)
ราชอาณาจักรไทย
24 มิถุนายน 2551
เรื่อง ประชาชนชาวไทยขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
เรียน คณะกรรมการมรดกโลก ผ่านยูเนสโก ประจำประเทศไทย
พวกเราประชาชนชาวไทยผู้มีรายนามข้างท้ายนี้ เป็นผู้มีสิทธิเป็นตัวแทนประเทศไทย โดยการรับรองของกฎหมายระหว่างประเทศ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ขอแสดงความประสงค์คัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งจะมีการพิจารณาในที่ประชุมสมัยที่ 32 ณ เมืองควิเบค ประเทศแคนาดาด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้
1.ปัญหาของปราสาทพระวิหารโดยตรง เนื่องจากยังมีปัญหาว่าอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศใดระหว่างไทยหรือกัมพูชา และประชาชนชาวไทยกำลังจะขอใช้สิทธิที่ได้สงวนไว้ในเรื่องอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารตามที่รัฐบาลไทยได้สงวนสิทธิ์ไว้เมื่อ10 กรกฎาคม พ.ศ.2505
2.ปัญหาความไม่สมบูรณ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของตัวปราสาทในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เนื่องจากยังต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เช่น สระตราว สถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำที่ผามออีแดง และปราสาทโดนตรวล
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบว่า ประชาชนชาวไทยขอคัดค้าน การกล่าวอ้างสิทธิเหนือประสาทเขาพระวิหาร เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก และขอปฏิเสธการกล่าวยอมรับข้อตกลง และ หรือ การทำสัญญาใดๆ ระหว่างรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช กับรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ และได้โปรดพิจารณาระงับการรับคำร้องขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของรัฐบาลกัมพูชาดังกล่าว
ขอแสดงความนับถือ
ประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย
24 June 2008 เมื่อ 20:07
ขอก็อปไปประกาศต่อนะคะ
24 June 2008 เมื่อ 20:10
อ้อ ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนใช่มั๊ยคะ
24 June 2008 เมื่อ 20:12
ต้องเรียนว่าที่ประชุมได้มีการแบ่งๆ ความรับผิดชอบในการล่ารายชื่อไปแล้วครับ และคงได้จำนวนไม่น้อยจากหลายๆ สาย มีทั้งที่ธรรมศาสตร์ ประสานมิตร นิด้า และกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างจำกัด จึงต้องขอบอกกล่าวเพื่อให้ผู้ร่วมอุดมการณ์ไปร่วมกันสดๆ เพื่อภาพข่าวจะได้ออกมาสวยๆ ครับ
ปล.ที่ประชุมได้เห็นพ้องกันว่ากลุ่มอื่นๆ สามารถดำเนินการเช่นเดียวกันนี้ก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะซ้าซ้อนกัน เรื่องนี้คนไทยยิ่งตื่นตัวกันมากเท่าไหร่ยิ่งดี เช่น วันนี้กลุ่ม ส.ว.และบุคคลชั้นนำจำนวนกว่า 300 รายชื่อก็ได้ไปยื่นเป็นกลุ่มแรกแล้ว ประเด็นก็คือควรยื่นก่อนการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 2 ก.ค.2551 ที่แคนาดา (อ้อ…หนังสือที่ยื่นควรยื่นฉบับภาษาอังกฤษคู่กันไปด้วย)
24 June 2008 เมื่อ 20:20
ถ้าจะร่วมกับกลุ่มนี้ก็ทำแบบฟอร์มตีตาราง 4 ช่อง (กระดาษเอ 4 แนวตั้ง) ข้อความดังนี้
(หัวเรื่อง)
ประชาชนชาวไทยร่วมลงนาม
ในการขอคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
1 2 3 4
ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ลายเซ็น
ปล.ใช้ลายมือเขียน โดยไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน (ไม่เหมือนถอดถอน) ขอบคุณสำหรับพรวันเกิดนะครับ…
24 June 2008 เมื่อ 20:28
คุณชัยครับ ถ้าตอนนี้ทำแบบฟอร์มเสร็จแล้วส่งให้ผมทางเมลหน่อยนะครับ จะได้เป็นแบบแผนเดียวกัน จะลองรวบรวมให้ครับ
24 June 2008 เมื่อ 21:07
และถ้าคุณเนได้รับแบบฟอร์มแล้ว
ช่วยส่งต่อให้ทางเมลด้วยได้มั๊ยคะ จาขอบคุณมัก ๆ ค่ะ
24 June 2008 เมื่อ 22:12
ส่งยังไงอ่า เมลของคุณเดียสะกดผิดอยู่
24 June 2008 เมื่อ 22:56
อ้าว! เหรอคะ งั้นกรอกใหม่ค่ะ
อ๋อ ๆ เห็นแล้วค่ะ h เกินไปตัว
25 June 2008 เมื่อ 15:00
- ใช้ Firefox ในฐานะบราวเซอร์ธรรมดาๆ ตัวหนึ่งมานานแล้ว เรียกว่าคลั่งหรือครับ ?
- พื้นที่แหว่งปลายตั้งฉาก เป็นเฉพาะพื้นที่ตัวปราสาทตามคำพิพากษาของศาลโลก เป็นคนละประเด็นกับพื้นที่ทับซ้อน และการปักปันอาณาเขตด้วยสันปันน้ำ
- ถ้าอยากเอาข้อมูลแต่ละส่วนมาขยำรวมกันเพื่อกู้ชาติ ก็ตามใจครับ เพราะข้อมูลใน link เขียนแยกหัวข้อชัดเจนแล้ว
25 June 2008 เมื่อ 16:47
คุณเนค่ะ
แปลกจังคะ มีหลายคนเหมือนกันนะ ที่เค้าคิดว่าเค้ารู้ประวัติศาสตร์ดีกว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศ
เหยียดหยามว่าคนอื่นรู้ผิด ๆ เรียนมาผิด ๆ จึงมีอาการ “คลั่งชาติ”
ถ้าเราต้องการความโปร่งใส ตรงไปตรงมา เค้าเรียกว่าขอความเป็นธรรมให้บังเกิดขึ้น มันต่างกันนะ?
25 June 2008 เมื่อ 17:00
จัดให้แล้วนะครับ!
25 June 2008 เมื่อ 18:12
เรียกร้องความเป็นธรรมตามประวัติศาสตร์สมัยใหม่
หรือเรียกร้องความเป็นธรรมตามประวัติศาสตร์สมัยเก่า
เลือกเขตแดนตามสันปันน้ำสมัยใหม่ หรือเลือกเอาพื้นที่เขตแดนอาณาจักรไทยสมัยเก่า
เอาให้ชัดเจนก่อนครับ ไม่ใช่หยิบเอาที่เราได้เปรียบตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยมายำรวมกัน
อันนี้เป็นปัญหา ความคิดของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ปัญหาว่ารู้ประวัติศาสตร์แค่ไหนครับ
25 June 2008 เมื่อ 18:21
@Chubby
กลับไปทำความเข้าใจกับความคิดตัวเอง กับสิ่งที่ตัวเองเขียนให้ดีเสียก่อนเถิด ก่อนจะมาเรียกร้องคนอื่น ถ้าหลับหูหลับตาไม่ยอมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในกรมแผนที่ทหาร-กรมสนธิสัญญา ก่อนเรื่องจะกลับเป็นอีกด้าน ก็สุดแต่ระดับสติปัญญาท่านเถิดครับ
แต่อย่ามา “เหลี่ยม” ให้มากนัก
ปล. ที่ยกมาอ้าง เหมือนไอ้เหล่ทุกกระเบียดนิ้ว
25 June 2008 เมื่อ 19:20
ถ้าการอ้างเรื่องรูปธรรมเป็น “เหลี่ยม”
แล้วการอ้างนามธรรมไม่ “กลม” กลิ้งหรือครับ ?
เขาว่าอย่างนั้น เขาว่าอย่างนี้ คนนั้นโดนปลอดเพราะอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ
ที่ยกมาอ้าง เหมือนเจ้านายทุกกระเบียดนิ้วเลยครับ
25 June 2008 เมื่อ 20:52
คุณชับบี้
***ประวัติศาสตร์สมัยเก่านั้นนำมายกให้ฟังเพื่อลำดับความ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับรู้ความเป็นมาอันยาวนานนั้น
***ส่วนประวัติศาสตร์ใหม่หากจะเริ่มนับจากที่เกิดมีคดีความแล้ว ความเป็นธรรม ที่เราเรียกร้องคือความเป็นธรรมจากประเด็นที่ “ทางรัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลกโดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคตด้วย”
*หมายถึงการสงวนซึ่งสิทธิ์นั้นเอาไว้*
ซึ่งนี่คือประเด็นของความเป็นธรรมที่เราพูดถึง
และขอประท้วงการที่รัฐบาลชุดนี้รีบเจรจาและลงนามปิดดีลกับฝ่ายขะแมร์ ซึ่งไม่ทราบว่ามีเงื่อนงำอำพรางใดหรือไม่อย่างไร
แม้กระทั่งการออกรายการทางสื่อทีวีสาธารณะก็กระทำโดยพูดเอง เออเองแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำไมไม่เชิญหลาย ๆ ฝ่ายที่ไม่เห็นชอบด้วยมาออกพร้อม ๆ กันให้เป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างโปร่งใส
25 June 2008 เมื่อ 21:08
คุณเดียปล่อยเขาไปเถอะ ตะแบงไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละ คนพวกนี้เขาเก่งเรื่องทำนองนี้
25 June 2008 เมื่อ 23:07
ขอบคุณค่ะคุณเน
บางครั้งเมื่อเห็นกระทู้แสดงความคิดเห็นที่บางทีหลุดโลกประเภทพวกมีปมด้อยกับชาติและความเป็นไทยของตัวเองแล้วก็เวทนา
คนไทยที่จิตวิญญาณเคว้งคว้าง สำนึกโหว่ว้าง เที่ยวตามหาความแปลกแยกที่จะทำให้ตัวเองดูเด่น แตกต่างจากคนอื่น ๆ มาคุยฟุ้งประวัติศาสตร์ไทย หาว่าคนจำนวนมากในประเทศนี้เรียนกันมาผิด ๆ เขียนประวัติศาสตร์มาผิด ๆ เกทับชาวบ้านประหนึ่งว่า ตัวมันผู้นั้นเกิดทันอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้นเองปานนั้น….บ้างก็ว่าด้วยอารมณ์เสียดสี ส่อแสดงปมด้อยและความโง่ของตัวเองว่า..”"คนไทยคงรับไม่ได้ถ้าสุโขทัยไม่ใช่เมืองยิ่งใหญ่ เป็นเพียงหัวเมืองระดับกลางเมืองหนึ่งแห่งอาณาจักรเขมรหรอก”
ฮากลิ้ง…คิดได้ไง..ความจริงคนพวกนี้มันน่าจะคิดอย่างงี้มากกว่า..
*ขะแมร์ฮุนคงรับไม่ได้กระมังที่วันนี้… อาณาจักรไทยยิ่งใหญ่กว่าขะแมร์
แต่ขะแมร์ฮุนหัวเราะได้ “เพราะคนไทยที่จ้องทำลายและขายชาติไทยนั้นมีอยู่มากกว่าและหาง่าย”
สิ่งที่เกิดขึ้นแต่อดีตมันก็มีทั้ง ดีและไม่ดีปน ๆ กัน แต่อย่างน้อยวันนี้เรามีแผ่นดิน มีชาติอยู่ มีภาษา และสถาบันทั้งกษัตริย์และศาสนาฯลฯ
สำนึกนั้นคือเราจะช่วยกันอย่างไรให้อนาคตลูกหลานไม่ตกเป็นทาสวัตถุ มีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงจิตวิญญาณที่บางพวกไม่เคยคำนึงถึงแต่กลับคิดว่าเป็นเรื่อง “นามธรรม” ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมชั่วร้ายหรือดีงามทั้งหลายแหล่ก็ออกมาจากจิตใจทั้งนั้น
สังคมมันวุ่นวายเพราะอะไร ถ้าไม่เพราะโรคโกงเรื้อรัง เอาเปรียบกันแลกัน โดยเฉพาะพวกผู้ปกครองที่ไร้คุณธรรม
25 June 2008 เมื่อ 23:29
@คุณเดีย
ลืมบอก ส่งเอกสารแบบฟอร์มไปให้ทางเมลแล้วนะครับ
นับถือในความเห็นที่เขียนมาครับ
26 June 2008 เมื่อ 08:40
ใน link ต้นทางมิได้ขัดขวางการเรียกร้องความเป็นธรรมที่มีเหตุผลครับ
เพียงแต่แปลกใจอยู่ประการเดียวว่าผมเขียนถึงไฟร์ฟอกซ์เพียง entry เดียวในรอบปี ก็ถูกเจ้าของเว็บนี้กล่าวหาว่าเป็นพวกคลั่งไฟร์ฟอกซ์ไปเสียแล้ว มันน่าน้อยใจแทนคนอื่นในเว็บเดียวที่เขาเขียนถึงไฟร์ฟอกซ์กันวันเว้นวันจริงๆ ครับ
พอเห็นระดับความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลและจับแพะชนแกะแบบนี้ ผมก็ไม่มีความเห็นต่อแล้วล่ะครับ ไม่ได้ห้ามใครเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย เอาให้เต็มที่เลยครับ
26 June 2008 เมื่อ 12:26
ขอบคุณค่ะคุณเน
ได้รับแล้ว
อีกสักครู่ก็จะออกไปแล้วค่ะ มีอีกหลายคนด้วยแหละ
27 June 2008 เมื่อ 12:52
ทำอย่างไรดีล่ะ มันน่าเบื่อสังคมมันเป็นแบบนี้เพราะมีสื่อมวลชนเลวที่รับเงินจากทุนสามาลย์ คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ข้อมูล เราว่าพิมพ์เอกสารออกมาแล้วกระจายไป ส่งทางไปรษณีย์ไปทุกบ้าน
เอาข้อมูลหลักฐานต่างๆแนบไป เอาหนังสือเยลโลเพจเจสมาเปิดกันเลย
อย่าลืมเอาสรุปงาน คตส.ถ่ายเอกสาร ส่งทางไปรษณีย์ด้วยล่ะ ถ้าตกลงก็เตรียมข้อมูลมาเลยจะช่วยกระจายให้
มันต้องให้ข้อมูลตอกย้ำหว่านไปใครไม่รับช่างหัวมัน แสดงว่าบัวใต้น้ำ
อีกประการเวลาเจอใคร บอกว่าโกงนิดโกงหน่อยแต่รัฐบาลทำงาน เราก็อวยพรให้มัน ทำมาค้าขายเจอแต่คนขี้โกงทุกคน ถ้ามันเคืองเรา เราก็บอกว่า เมิงชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
27 June 2008 เมื่อ 13:04
@wan
จริงอย่างว่าครับ สิ่งที่เราทำได้คือการพยายามเผยแพร่ข้อมูล การส่งทางไปรษณีย์ก็เข้าท่าแต่งบสูงมากครับ
ความคิดการตอบประเด็น “โกงแต่มีผลงาน” เข้าท่าดีนะครับ จะเอาไปใช้บ้าง
27 June 2008 เมื่อ 13:12
ขอบคุณชุมชนใหม่ เพิ่งเข้ามาเว็บนี้เป็นครั้งแรก จะไป writh VCD การปราศรัย ว่าจะให้คนงานที่มาตกแต่งซ่อมบ้านไปดู จะได้ตาสว่างบ้าง พวกนี้ไม่รู้เรื่องเพราะ TV ทุกช่องไม่มีภาพหรือเนื้อหาความรู้อะไรเลย
bye แล้วจะมาติดตามกระทู้ใหม่ๆอีกนะ
27 June 2008 เมื่อ 13:13
ว้าย สะกด write ผิด
27 June 2008 เมื่อ 16:05
@wan
ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่จะนำไปเผยแพร่ต่อครับ
//ว่าแต่จะให้เรียกชื่อว่าอย่างไรดี ผมเนครับ