โดยความเห็นส่วนของคนที่ไม่เชี่ยวธรรมะและไม่นิยมยกคำพระมาอ้างและสลัดจีวรจากกายเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมา ผมเว้นว่างไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องอันเป็นกระแส “พระพยอมกับความจริงวันนี้” ทั้งไม่สนใจบทความเชิงกระเทาะสายสัมพันธ์ มากสุดก็แค่หยิบมาแซว และเห็นเป็นประจักษ์อย่างหนึ่งว่าวัดสวนแก้วเป็นเวทีทัศนะ การเมือง วิชาการมาแต่ไหนแต่ไรตามที่พระคุณเจ้า พระพยอม กัลยาโณ พยายามอธิบาย ว่าไปแล้วผมแทบไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าใครจะกระทำในเชิงยุทธวิธีเพื่อหวังผลอะไรมากสุดก็แค่รอดู
ความนับถือใน “ม้าพยอม” ค่อยๆ ละลายตามเวลาสำหรับหลายๆ คน จากหลายกรณี ผมไม่เป็นข้อยกเว้น แรกที่เป็นเด็กฟังเทปโปกฮาของพระพยอมก็นิยมชมชอบ โตขึ้นรู้ฟังข่าวสารมากขึ้น คิดเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น จากความชอบตื้นๆ เปลี่ยนเป็นทาบโดยเหตุผล อย่างไรเสียผมนับถือพระคุณเจ้าในฐานะพระนักพัฒนาที่ได้ให้โอกาสกับคนจำนวนมากในสังคม ทำอย่างที่ผู้อื่นไม่นิยมทำ คือ ท่านได้ให้ทานโดยการสอนหากิน ไม่ใช่ป้อนให้แบบพอรอดมื้อ คุณูปการนี้ไม่มีใครลบล้างได้
หลายคนได้ส่งบทความต่อเนื่องสองตอนที่พระคุณเจ้าพยายามอธิบายเหตุผลในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ (ยกวัดสวนแก้วให้ ความจริงวันนี้สัญจร และ การเมืองกับศาสนา อย่างไรก็ต้องเกี่ยวกัน) มาให้ ทำให้เห็นว่าพระคุณเจ้าพยายามให้เหตุผลอย่างข้างๆ คูๆ ลากโยงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน ชักแม่น้ำเพื่อรองรับการอนุญาตนั้นให้ดูดี แต่ไม่มีแม่น้ำสายใดในนั้นที่ฟังขึ้นเลย
ท่านได้ยกธรรมขั้นสูงว่าด้วย “สมมติ” ขึ้นมาอ้างว่าผู้แสดงความเห็นในเชิงติงเตียนนั้นติดในสมมติมากเกินไป ผมเสียวใจแปลบว่าถ้าชาวบ้านหลุดออกจากสมมติว่าพระคุณเจ้าเป็นพระ คือ สมมติแห่งความเป็นพระ ก็ไม่รู้การกระทำของพระคุณเจ้านั้นจะถูกฉีกจนจีวรป่นหรือไม่ เขายั้งๆ ก็ด้วยสมมติว่าเป็นพระ จึงยำเกรงและเคารพต่อผ้าเหลือง
ผมไม่ทราบว่า “มิจฉาทิฐิ” ที่เกาะกุมความคิดพระคุณจ้า หรือ อวิชชา กันแน่ที่พาลให้พระคุณเจ้ายังเข้าใจไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ณ เวลานี้ เป็นแค่เพียง “การทะเลาะ” ความรับรู้เข้าใจของท่านเจ้าคุณพระพยอมยังตื้นเขินไม่เปลี่ยนไปเลยจากวันที่ออกมารณรงค์ “รักพ่ออย่าทะเลาะกัน” ในวันที่ลูกคนนึงประพฤติ “ทรพี” และลูกอีกหลายคนออกมาขวาง!
พระคุณเจ้ายกคำท่านพุทธทาสมาอย่างฉาบฉวยว่า “ชั่วทั้งดีมันก็อัปรีย์ทั้งเพ” ท่านได้แสดงความตื้นเขินทางปัญญาด้วยการแสดงทัศนะต่อกรณีสมชายกับรองเท้า หรือกรณีสมัครกับป้าย อันที่จริงผมไม่อยากมองว่าเป็นความ “เขลา” หากแต่เป็น “ฉันทาคติ” ที่ลำเอียง-ไม่ต้องอยู่ในความเป็นธรรมเพราะรักใคร่ชอบพอ หรืออาจเพราะการทำเลวชั่วชีวิตของนายสมัครไม่อยู่ในความรับรู้ของพระพยอม และข้าวที่บิณฑบาตรมาพระพยอมท่านอาจไม่รู้ว่านายสมัครปล้นเงินจากคนซื้อข้าวในห้วงเวลาที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งไม่รู้เหตุแห่งที่มาของรองเท้า!
ส่วนการวางวัตถุประสงค์จะทดสอบสมองนั้นเห็นว่าฟังไม่ขึ้น ข้างๆ คูๆ ผิดกาลผิดที่ผิดเวลาและเป็นคนละเรื่องที่ไร้ซึ่งความเชื่อมโยง ส่วนอาสา “เป็นกาวใจ” นั้นผมเห็นว่าความคิดท่านเจ้าคุณ “ไม่เข้าท่า” ไม่รู้ที่มาและบริบทของเหตุการณ์ ฉาบฉวยที่เห็นเพียงคน “ทะเลาะกัน” ผมไม่แน่ใจความหมายของว่าเป็นกลางในทัศนะพระพยอม ว่ากลางระหว่างอะไรกับอะไร หรือเป็นกลางเลอะเทอะอีกรูปแบบหนึ่ง ไหนๆ ก็จะเป็นกาวใจ กรณีปัญหาที่ดินครั้งนั้นท่านได้เป็น “กาวใจ” ระหว่าง “คนหลอกเอาที่มาขาย” กับ “เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริง” อย่างไร? เขาเข้าใจกันดี-เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันใช่หรือเปล่า? ไม่ต่างกันหรอกครับ ในมิติหนึ่งความขัดแย้งในครั้งนี้เป็นเรื่องของ “เจ้าทรัพย์” เจ้าของอำนาจอธิปไตย กับ “โจรปล้นชาติ-ขายชาติ” และปล้นอธิปไตย!
ท่านโอ้อวดว่า “อาตมาก็เป็นนักประท้วง แต่ประท้วงแบบใช้สมอง เคยประท้วงกรมที่ดินโดยการสร้างอนุสาวรีย์ถุงกล้วยแขก” ผมอยากเรียนถามอย่างตรงไปตรงว่า ถ้าไม่ใช่ “ชื่อ-ชั้น” พระพยอม จะกี่ร้อยถุงกล้วยแขกจะสัมฤทธิ์ผลไหม? ท่านยกกรณีระดับกระจิบมาเทียบเคียงผมไม่เห็นเป็นเหตุเป็นผล ปัญหาเป็นคนละเรื่อง คนละมิติ คนละระนาบกัน
ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยที่เห็นว่าพระข้องเกี่ยวกับการเมืองได้ ประเด็นนี้สอดคล้องต้องกันทั้งพระพยอม ท่านสมณะโพธิรักษ์ แม้ในรายละเอียดท่านสมณะฯ จะให้ทัศนะที่แยบคายกว่า (เรื่องนี้ไม่แปลกเพราะพระพยอมไม่ใช่พระสายปัญญา) เพียงแต่ว่าท่านเจ้าคุณพระพยอมยกเรื่องนี้มา “อ้าง” อย่างข้างๆ คูๆ เพื่อหาเหตุอธิบาย
โดยที่จริงและอย่างที่บอกว่าผมไม่มีข้อขัดข้องเลยหากพวกเสื้อแดง-หางแดงจะใช้พื้นที่วัดสวนแก้ว แต่ไม่เห็นพ้องต้องด้วยกับเหตุผลที่พระคุณเจ้าพยายามอธิบาย แต่อย่างไรก็ตามผมตั้งความหวังว่าหากพระพยอมมี “ปัญญา” คงจะได้เทศนาโปรดคนเหล่านั้นให้เป็นผู้เป็นคน-มีดวงตาเห็นธรรมขึ้นมาบ้าง และรู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างที่คนมีศาสนาพึงมี อย่าทำหน้าที่เป็นเพียง “คนสับคัตเอาต์” แล้วอย่าเผลอให้คนพวกนั้น “ย้อมสีจีวร” ท่านเสียล่ะ!
ถึงที่สุดแล้ว พระคุณจ้าก็หาเหตุหาผลมาอธิบายแบบไถลไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งอธิบายยิ่งเห็นความเอนยิ่งเห็นความเอียง และเห็นหลังไวๆ อยากติงเตือนด้วยความปรารถนาดีว่าพระคุณเจ้ากำลังเปิดพื้นที่และให้ท้ายกลุ่มคนอันเป็นผู้สนับสนุนบุคคลที่หวังโค่นล้มทำลาย “ท่าน” ผู้ซึ่งให้พระพยอมขึ้นลิฟท์!!
เจริญในธรรมและปัญญาครับท่านเจ้าคุณ


ผมเป็นห่วงว่าไอ้สามเเกลอหัวขวด มันพูดโกหกประชาชน แล้ว พระที่ให้ความร่วมมือ จะอาบัติด้วยหรือเปล่าผมไม่รู้จริงๆ ถ้า มันโกหก กันทุกคนผมว่า พระท่านจะอาบัติหลายครั้ง ท่านจะปลงอาบัติไม่ไหว
เนื่องจากเช้าวันนี้(13 พย.2551)มีการยื่นหนังสือถอดถอน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โทษฐาน
(๑)ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
(๒)ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
(๓)จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕0
(๔)จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย
(๕)ฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ทางกลุ่มองค์กรแพทย์ ห้าสถาบัน ผู้เป็นต้นเรื่อง จึงขอแรงประชาชน 20,000 รายชื่อ ยื่นต่อประธาน
รัฐสภาภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
http://www.manager.co.th/Polit.....4%b6%cd%b9
การร่วมลงชื่อสามารถเดินทางมาที่ทำเนียบพร้อมสำเนาบัตรประชาชน ที่เต้น TGO
ตรงข้ามเต๊นพยาบาล
หรือ Download แบบ http://www.cyberjom.com/pad
http://cpdthai.org/files/form4.pdf
http://www.t-g-o.tk
ตู้ ปณ. ๓๓๙ ปณศ. สามเสนใน
พญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
ช่วยๆกันนะครับ พวกเรา
ผมอยากขอนิมนต์ให้พระพยอมไปเทศน์คู่กับท่านจันทร์ที่ทำเนียบประชาชนก่อน 23 พ.ย. นี้จังเลยครับ
Pingback: พยอม จีวรแดง | Boring Days
ฟังแล้วดีมากๆเลย ปรากฏว่าในว่าวันนี้ท่านเองตะหากที่ไม่เข้าใจในเรื่องลึกซึ้ง
พิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงเจตนาของคนเสื้อแดงรอบข้างท่านแล้วพิจารณาในใจท่าน
เมื่อรู้คำตอบที่เป็นความจริง ไม่ใช่ในความจริงวันนี้ แล้วท่านจะเสียใจนะครับ
ถ้าว่างก็นั่งสมาธิ วิปัสสนา ก็ดีครับ (ถ้าทำอยู่ กราบขออภัยท่านด้วย)
เสียใจนะที่เคยก้มกราบ
พระนักพูด นักโต้วาที ก็แค่นั้นครับ
ท่านเคยเตือนสติสังคมมาบ้างก็จริง
แต่ครั้งนี้ท่านชักนำสังคมไปในด้านตรงข้ามกับคำว่า”ปัญญา”
ขอนมัสการพระคุณเจ้านะเจ้าค่ะ การเป็นพระไม่มีใครห้ามว่าไม่ควรศึกษาหาความรู้ และข่าวสารทางโลกหรอกนะคะ ชีวิตประจำวันของพระน่าจะมีเวลาพอที่จะศึกษา หาความรู้ได้ และการเป็นพระน่าจะมีสติ และมีปัญญาที่จะพิจารณาเห็นจริงเห็นชอบมากกว่ารากหญ้าที่ไอ้หน้าเหลี่ยมหลอกใช้อยู่ทุกวันนี้ และหากรู้อะไรไม่มาก รู้ไม่จริงก็อย่าพึ่งแสดงอิทธิฤทธิ์ มันจะถึงจุดเสื่อมเร็วเกินไป เราชาวพุทธเป็นห่วงท่าน ในฐานะที่เคยกราบ (สั่นดอกหว่า)
:555+: