วานนี้ (๒๗ กรกฎาคม ๕๒) ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร ยื่นแถลงการณ์และทวงถามจุดยืนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องจากการยื่นแถลงการณ์ข้อเรียกร้องกรณีปราสาทพระวิหาร ครั้งก่อน (๒๓ มิถุนายน ๕๒) ที่ทำเนียบรัฐบาล
โดยประเด็นหลักของการเข้ายื่นหนังสือแถลงการณ์คราวนี้ มุ่งประเด็นที่บทบาทและท่าทีของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ที่จะต้องไม่ “สืบทอดนโยบายขายชาติ” จากสองรัฐบาลชุดก่อนหน้า เนื่องจากปรากฎชัดในหลายครั้งว่าท่าทีของนายอภิสิทธิ์ผิดแผกไปจากครั้งเมื่อเป็นผู้นำฝ่ายค้าน การตอบคำถามต่อจุดยืนหลายประการในกรณีปราสาทพระวิหารนั้น เป็นในท่วงทำนอง “เลี่ยงบาลี-ตีฝีปาก” ขณะที่ในระดับปฏิบัติการ การดำเนินการต่อกรณียังเป็นไปในทิศทางเดิม
ซ้ำร้าย การดำเนินการของระดับกระทรวงหลายกรณีเป็นไปในลักษณะที่ตรงข้ามกับมติคณะรัฐมนตรีชุดของนายอภิสิทธิ์เอง ตัวอย่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ระหว่างการเสนอบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาร่วม ที่มุ่งเอาพื้นที่ของไทยและภายใต้อธิปไตยของไทยไปผนวกรวมให้กับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของเขมร กินพื้นที่ป่าอนุรักษ์และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ๗ แห่งใน ๓ จังหวัด รวมพื้นที่ ๑.๕ ล้านไร่ คือ ยกพื้นที่ดังกล่าวไปสมทบเพื่อให้การขึ้นทะเบียนของเขมรเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือกรณีของนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงกระทรวงการต่างประเทศ ก็ดำเนินการในลักษณะที่หมิ่นเหม่ต่อการฝ่าฝืนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง เมื่อ วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑
หรือแม้แต่กรณีระดับรัฐมนตรีอย่างนายสุวิทย์ คุณกิติ ที่ออกมาโกหกมดเท็จเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ ๓๓ ที่ประเทศสเปน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา..
ผมนำภาพบรรยากาศยื่นแถลงการณ์ของภาคีฯ พระวิหาร ที่ประตู ๔ ทำเนียบรัฐบาลมาฝากบางส่วน ช่วงต้นพี่ชัย อ่านแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน ลำดับถัดมาอาจารย์ ม.ล.วัลวิภา จรูญโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญสถาบันไทยคดีศึกษา ให้สัมภาษณ์แจงความเห็นและข้อมูลวิชาการ จากนั้นตัวแทนของรัฐบาลออกมารับหนังสือแถลงการณ์ (อ่านแถลงการณ์แนบท้ายโพสต์)






เก็บตกบรรยากาศรวม ๆ ครับ ทั้งสมาชิกภาคีเครือข่ายฯ พระวิหาร และอีกหลายท่านที่ท่าน ๆ รู้จักมาร่วมสมทบ และแถมให้ ๑ ภาพสุดท้ายสำหรับแฟน ๆ “เจ๊หน่อย ๒๐๐๙” !!







เท่าที่ทราบการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของภาคี ปรากฎในข่าวหลายช่อง รายการชั่วโมงข่าง เอเอสทีวีนิวส์วัน ใช้เวลาช่วงหลัง ๖ โมงเย็นเกือบทั้งช่วงนำเสนอประเด็นข่าวนี้
การเคลื่อนไหวครั้งถัดไป ภาคีเครือข่ายฯ จะไปยื่นหนังสือและวางพวงหรีดที่ยูเนสโก ประจำประทศไทย ต่อพฤติกรรมที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งในการขึ้นทะเบียนพระวิหารซึ่งขัดต่อเงื่อนไขของยูเนสโกเอง ในวันที่ ๓ สิงหาคม เวลา ๑๑.๐๐ น. ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจด้วยนะครับ
———————————————-
แถลงการณ์แนบท้าย
แถลงการณ์ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร
เรื่องนายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องไม่สืบทอดนโยบายขายชาติ
ตามที่ตัวแทน ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร ได้ยื่นแถลงการณ์ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญหลายประการ อาทิ เช่น
- รัฐบาลต้องไม่ยอมรับและไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ในการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 (ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2551) อันเป็นมติที่ไม่โปร่งใส มุ่งสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาอย่างเร่งรีบและรวบรัด จนเป็นที่น่ากังขาว่ามีมูลเหตุจูงใจซ่อนเร้นหรือไม่
- รัฐบาลต้องไม่ยอมรับและไม่เข้าร่วมเป็นกรรมการ ICC (International Coordinating Committee) ที่คณะกรรมการมรดกโลกออกแบบจัดตั้งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการก้าวล่วงอธิปไตยของชาติภาคี โดยการก้าวก่ายฐานทรัพยากรและวัฒนธรรมของไทยอย่างมีนัยซ่อนเร้นเชิงผลประโยชน์
- รัฐบาลต้องยกเลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Communique) เกี่ยวกับการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551 เพื่อแจ้งต่อยูเนสโกและประชาคมโลกอย่างเป็นทางการ
- รัฐบาลต้องยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลของไหล่ทวีป ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544 เนื่องจากปรากฏชัดว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2540 (มาตรา 224) และปี 2550 (มาตรา 190) เพราะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ
- รัฐบาลต้องรายงานผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ณ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2552 ให้สาธารณชนรับทราบอย่างครบถ้วนและชัดเจน และแสดงท่าทีหรือนโยบายที่ชัดเจนในกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หาได้ให้ความสำคัญต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ทั้งยังดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อการกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ระงับการดำเนินการใดๆ อันเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ทั้งๆ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาไปแล้ว อาทิ เช่น
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ละความพยายามในการเตรียมนำเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาร่วม โดยมีเป้าหมายในการขอความร่วมมือให้กัมพูชาผนวกพื้นที่รอยเชื่อมต่อระหว่างเขตแดน (Transboundary) ที่ติดต่อกับบริเวณเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกันอย่างไร้สติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าอนุรักษ์และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใน จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และ จ.สุรินทร์ จำนวน 7 แห่ง รวมพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 1.5 ล้านไร่
- กระทรวงการต่างประเทศ โดยปลัดกระทรวง (นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล) ยังคงเดินหน้าเตรียมจัดการประชุมสัญจรเพื่อให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามมาตรา 190 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ในวันที่ 11 สิงหาคม 2552 ณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นกิจกรรมที่หมิ่นเหม่ต่อการฝ่าฝืนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง (วันที่ 27 มิถุนายน 2551) ที่ห้ามการอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับการที่ไทยแสดงการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏดังกล่าวจึงชวนให้สันนิษฐานได้ว่า ข้าราชการที่เกี่ยวข้องในปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาตั้งแต่ต้น มีความพยายามจะผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก (ด้านวัฒนธรรม) ของกัมพูชาให้สัมฤทธิ์ผลสมบูรณ์ อีกทั้งจะผลักดันให้รัฐบาลร้องขอให้กัมพูชาผนวกผืนป่าอนุรักษ์กว่า 1.5 ล้านไร่ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเป็นเขตแดนเป็นมรดกโลกร่วมกัน (ด้านสิ่งแวดล้อม) อย่างกระเหี้ยนกระหือรือด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมสำหรับประเทศไทย
ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร (ตามรายชื่อแนบท้าย) จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โปรดตอบคำถามต่อสื่อมวลชนให้ชัดเจน 3 ข้อ ดังนี้
- รัฐบาลยังคงยืนยันท่าทีตามมติคณะรัฐมนตรีในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา (แต่เพียงฝ่ายเดียว) ใช่หรือไม่
- รัฐบาลมีนโยบายหรือแนวคิดในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารและพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเขตแดน (กว่า 1.5 ล้านไร่) ให้เป็นมรดกโลกร่วมกันของไทยและกัมพูชาใช่หรือไม่ (โปรดอย่าตอบอย่างเลี่ยงบาลีแต่เพียงว่า “ผมไม่เคยพูดเช่นนั้น”)
- รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้กัมพูชาสร้าง “รัฐกันชน” ระหว่างประเทศกัมพูชาและไทย โดยรวมพื้นที่ของไทย 4.6 ตร.กม.เข้าไป ทั้งๆ ที่ประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา ใช่หรือไม่
ภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีปราสาทพระวิหาร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยเกียรติประวัติอันดีงาม กอปรกับความรู้ความสามารถ และวิสัยทัศน์ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คงจะทำให้รัฐบาลสามารถคลี่คลายปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้อย่างเป็นที่ยอมรับในการยึดถือประโยชน์ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยเป็นหลัก โดยไม่หลงเล่ห์กลของบุคคลทั้งภายนอกและภายในที่มุ่งแสวงประโยชน์อย่างมีวาระซ่อนเร้น และใช้ปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของไทยและกัมพูชา
ทั้งนี้ เพื่อมิให้รัฐบาลต้องถูกประณามว่าสืบทอดนโยบายขายชาติ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ถูกสังคมประณามมาแล้ว
————————————–
กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย, ชมรมใจภักดิ์รักไทย, ป.ป.ช.ภาคประชาชน,เครือข่ายปัญญาสยาม, ชมรมร่วมใจไทยกู้ชาติ, กลุ่มรณรงค์สื่อต้านคอร์รัปชัน, ขบวนประชาธิปไตยยาตรา Democracy Move เครือข่ายพันธมิตรอุดรธานี, ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย, สมาชิกเครือข่ายวิทยุชุมชน 7 ภูมิภาค, สมาคมเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน (ค.อสช.) สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สxส)
27 กรกฎาคม 2552
๏ รบ – ๓ ๖ ๙ ฯ รศ ๒๒๘


ไฟล์วีดีโอ http://www.mediafire.com/?m2mmwj0yyeg
ทำงานดีมาก…เสียอย่างเดียวยังไม่มีรูปหลานฉันนะ
3 สิงหา ไปประท้วง ยูเนสโก
ที่เอกมัย 10.00 น.
@นอ หน่อย คนมีนอ:
รูปสำลี พรุ่งนี้เจ๊
@นอ นิม คนมีนอ:
ขอบคุณมาก ตามนั้นนะนิม
เพิ่มเติม:
- ไทยคดีศึกษายื่นหนังสือทวงถามท่าที รบ.ต่อกรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
http://www.manager.co.th/Home/.....0000084721
- เครือข่ายถกเขมร จี้นายกฯ เลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา
http://www.manager.co.th/Polit.....0000084735
คนไทยบางคนมองพวกเราว่าคลั่งชาติ…แล้วเราทำให้ประเทศชาติเสียหายมากมายแค่ไหนเหรอ???
เพื่อนๆ บางคนบอกว่ามาช่วย “หน่อย” กัน…ช่วย “หน่อย” ทำไมวะ (ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย)
ฉันก็แค่มาแสดงความคลั่งชาติเท่านั้น…ดีกว่าคนที่รักชาติที่ด่าฉันแล้วก็อยู่เฉยๆ
ช่วยมองอย่างลึกซึ้ง แล้วดูว่าทำไม? อย่าเพียงแต่บอกว่า “มาเพราะหน่อยชวนมา”
แม้การเรียกร้องในครั้งนี้คนจะมากันน้อย…แต่ก็มาด้วยใจทั้งนั้น…ไม่มีการจัดตั้งแต่อย่างใด
ฉันพยายามประชาสัมพันธ์ไปบ้างแล้ว…แต่ยังไม่เพียงพอ…บางคนก็มองว่าธุระมันยังไม่ใช่
ถึงยังไง ก็ยังจะสู้ต่อไป เพื่อประเทศไทย เราต้องมีเวลาว่างสำหรับประเทศไทยเสมอ…
ขยันกันหน่อยนะ…คนไทย … นอ หน่อย
เสียดาย วันนั้นไปแถวนั้น รู้เรื่องทีหลัง ไม่งั้นก้จะไปร่วมแล้ว อยากมีส่วนร่วม
เจ๊หน่อย 2009 หายแล้วหน้าตาสดชื่นดีจัง