ขึ้นต้นหัวข้ออย่างนี้ใช่ว่าผมจะเขียนบทความทางการแพทย์ หรืออะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะเชื่อมโยงภาพลายภาพที่คล้ายกัน
เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วย หวัดเล็กหวัดใหญ่ ปวดหัวตัวร้อน มีดบาด รถชน ฯลฯ ยาที่เรามักนึกถึงและหามากินกัน หรือยาที่หมอมักจะสั่งเป็นหลักร่วมกับยาอื่น คือ พาราเซตามอน อาแก้ปวดครอบจักรวาล
นักเศรษฐศาสตร์จะสำนักไหนก็ตามแต่ ทั้งที่เป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ นักการเงินการธนาคาร หรือในคณะรัฐมนตรี เวลาเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ถอดถอย มีปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างอื่น หรือต้องการเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษกิจ ข้อเสนอและสูตรมาตรฐานที่ถูกนำมาใช้บ่อยสุด คือ การกระตุ้นการบริโภค
ส่วนมะเร็งนั้นที่จริงคือเซลล์ในร่างกายเรานี่แหละที่เติบโตและขยายตัวเร็วผิดปกติ มันไม่ได้มาจากที่ไหนไกล เพียงแต่ว่ามัน”ถูกกระตุ้น” จาก “สิ่งเร้า” (ไม่ลงลึกนะครับ) ในระยะเวลาหนึ่ง จนเกิดการเจริญในอัตราเร่งสูง เรียกใช้ทรัพยากร (สารอาหารและอื่นๆ ในร่างกายที่จำเป็น) สูง ไม่หยุดการเจริญ และลามไปทั่ว เป็นการกัดกินตัวเองรูปแบบหนึ่ง
การกระตุ้นการบริโภค เป็นการกระตุ้นทำให้เกิดภาวะเร่งของการบริโภคจับจ่ายใช้สอย เมื่อกระตุ้นการบริโภคบ่อยและนานเข้า สิ่งที่ตามมาคือความคุ้นชิน และยากจะหยุด (แม้บางครั้งเกิดการชะลอตัว แต่มักจะถูกเร่งซ้ำเข้าไปอีก) และเสริมตัวอีกตัวกระตุ้น คือ “ลัทธิบริโภคนิยม” สังคมทั้งสังคมจึงกลายเป็นสังคมแห่งการบริโภค และท้ายสุดเป็นมะเร็ง
