ใครจะคิดล่ะครับว่าวันหนึ่งที่เราเป็น “ม็อบข้างถนน” กินนอนกลางถนน วันหนึ่งเราก็ยึดทำเนียบรัฐบาลจนรัฐบาลทรราชระหกระเหิรเป็นผีเร่ร่อนไม่มีศาล ครั้นรัฐบาล “สมชาย ม่านรูด” หนีไปซบสนามบินดอนเมือง อาศัยรังร้างปลายกิ่งเป็นที่พัก เป็นทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว เมื่อพันธมิตรฯ ประกาศสงครามครั้งสุดท้าย ไล่ล่ารัฐบาลทรราชฆาตรกรด้วยปฏิบัติการม้วนเดียวจบ สงครามหลอกล่อทุ่มกำลังปิดล้อมรัฐสภา ตามด้วยน้ำจิ้มบุก บช.น. และกระทรวงการคลัง ด้วยยุทธการดาวกระจายสงครามเก้าทัพ แต่เป้าหมายแท้ปรากฏในตอนบ่าย คือ สอยรังนก ยึดทำเนียบดอนเมือง เพิ่มความกดดันไม่ใช้รัฐบาลไม่มีที่อยู่ อย่างที่คุณเปลวสีเงินเรียกว่ายุทธการไล่เห็บ!
ผมขอเก็บตกเหตุการณ์ช่วงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ก่อนจะหาเวลาย้อนเรื่องย้อนราวเล่าเหตุการณ์วันที่ ๒๔ นะครับ ดึกคืนวันที่ ๒๓ ผมกลับมาที่บ้านและเดินทางกลับไปร่วมสมทบที่ดอนเมือง บรรยากาศที่ดอนเมืองขอผลัดผ่อนไปก่อนนะครับ ๑๒.๑๕ มีประกาศจากเวทีดอนเมืองให้มุ่งไปแจ้งวัฒนะ สู่กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อไล่เห็บไม่ให้หลบหลังทหาร ไม่มีการจัดรถจัดรานะครับ ต่างคนต่างไป สะดวกวิธีไหนก็ไปวิธีนั้น บางส่วนรวมกันขึ้นแท็กซี่ บางส่วนอาศัยรถพันธมิตรด้วยกันยัดกันไปเต็มคันรถ มีพันธมิตรที่ไม่ได้ชุมนุมที่ดอนเมืองแวะเข้ามารับไปส่งด้วย

ผมกับเพื่อนพันธมิตรอีก ๔ คนกระโดดขึ้นรถเก๋งของครูสาวโรงเรียนย่านแยกลาดพร้าวคนหนึ่ง เธอลางานโดยให้เหตุผลว่าจะมาทำธุระที่โรงเรียนลูก แต่จริงๆ แอบมาช่วยพันธมิตรที่ดอนเมือง เธอมาช่วยรับคนที่จะไปร่วมบุกกองบัญชาการกองทัพไทยด้วย นี่คือ น้ำใจของพันธมิตรที่เราช่วยกันทุกสถานการณ์ รถคันอื่นๆ ก็กระโดดขึ้นกันเต็มรถแบบมาช่วยกันแบ่งรับและต่างไปด้วยเป้าหมายเดียวกัน การ์ดช่วยอำนวยความสะดวกจัดคนขึ้นรถที่ดอนเมือง ๕ คนบนรถคุยกันอย่างถูกคอ
คณะผมไปถึงกองบัญชาการกองทัพไทย ๑๓.๑๕ ขณะนั้นมีพวกเราอยู่ไม่เกินสองร้อยคน กำลังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่บนตึก ๕ ออกมามุงดูกันเต็มไปหมด



๑๕ นาทีให้หลังพันธมิตรตามมาสมทบเป็นทิวสีเหลืองไม่ขาดสาย พร้อมเสบียงทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ฯลฯ ก่อนบ่ายสองพันธมิตรเคลื่อนมาสมทบไม่น้อยกว่าสองพันคน รอบบริเวณรั้วด้านนอกของกองบัญชาการฯ โดยไม่มีการบุกหรือมีทีท่าว่าจะบุกเข้าไปข้างใน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับรถที่ผ่านเข้าออก









ที่กองทัพไทยไม่มีอะไรมากครับ เป็นการออกลังกายกึ่งบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ มาร้องเพลงสนุกสนานกันมากกว่า แทบไม่มีบรรยากาศการชุมนุมประท้วง เพลงส่วนใหญ่ก็ร้องด่าสมชายนั่นแหละครับ เหตุการณ์สำคัญไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่นอกจากข่าวรัฐมนตรีหนีไปทางโน้นทางนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเพราะเป้าหมายที่มาที่นี่คือ การไล่เห็บไม่ให้มาเกาะ-ซ่อนหลังทหาร ที่นี่ไม่มีความตึงเครียดกับทหารที่อำนวยการจราจร เป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยเคารพในกันและกัน
พันธมิตร กสท. สีชมพูมาสมทบในฐานะเจ้าบ้านด้วยเช่นกัน เตรียมและเปิดห้องน้ำห้องท่าที่ตึก กสท. ให้เข้าใช้ แต่มันไกลอยู่สักหน่อย ส่วนอาหารการกินสมบูรณ์พร้อมพรั่ง ทั้งสำหรับพุทธและอิสลาม หลากหลายอย่างมาก ผมจดๆ มาได้บางส่วน ได้แก่ มักกะโรนี ข้าวหมกไก่ ลาบ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวเหนียวปีกไก่ ข้าวไข่พะโล้ น้ำสมุนไพร ผมไม้ ไอศรีมหลากรสเนื้อเนียนอร่อยมาก ฯลฯ (ผมมีแต่เรื่องของกินแงะ) ..โปรดชมรายการอาหาร




บรรกายาศทั่วครับ ทหารสาวสวยมาอำนวยบรรยากาศและถ่ายรูปร่วม










๑๕.๑๕ มีการแจ้งว่าตำรวจปิดทางด้านนอกไม่ให้คนอื่นๆ เข้ามาสมทบและขอกำลังพันธมิตรหญิง๑๐๐ ออกไปรับ แต่ไปกันพรึบ!ทำให้ได้เห็นว่าประตูหลังของกองบัญชาการฯ มีพวกเราอีกมาก รวมทั้งหมดแล้วไม่น้อยกว่า ๕ พัน สำหรับกองกำลังย่อย ขอบอกว่ามีมือตบตามมาขายถึงที่ด้วยนะครับ





ไปถึงปากซอยทางเข้า ซึ่งติดกับศาลปกครอง (แห่งใหม่) ปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร ส่วนบนตึกศาลปกครองเจ้าหน้าที่ออกมายืนดูที่ระเบียงข้างเต็มไปหมด บนดาดฟ้ามีคนอยู่ด้วยจนน่าสงสัยว่าขึ้นไปทำอะไรบนนั้น



ระหว่างที่ส่วนใหญ่เคลื่อนกลับเข้าไปข้างในหลังรถเวทีคันใหญ่มาถึง รถไอติมวอลล์ ๑ คันพร้อมไอติมถ้วยเต็มคัน (ถ้วยละสามสี่สิบบาท?) มาแจกจ่าย ร้อนๆ ชื่นใจจริงๆ แม่ยกไอตีมสวยทุกรายจริงๆ

ผมนั่งทานไอติมแถวนั้นพักใหญ่กระทั่งเลยบ่ายสี่ ผมติดสอยพันธมิตร กสท.-ทีโอที (ด้วยอาการปวดฉี่อย่างหนัก) เพื่อจะขึ้นรถไปสุวรรณภูมิ (พร้อมนึกในใจนี่เราเอาจริงเหรอ จะเล่นแรงถึงขั้นปิดสนามบินหรือ แต่เอาไงเอากัน!) เดินถึงหน้าไปรษณีย์หลักสี่เจอกับรถตู้พันธมิตรประจวบ กระโดดขึ้นรถ..มุ่งสู่สุวรรณภูมิ
ปล.๑ คนไทยนี่ประหลาดสุดๆ รัฐบาลโกง-ผลาญเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้านหุบปากกันนิ่งสนิท พอพันธมิตรฯ ยึดสนามบิน การท่าฯ ประกาศเสียหายวันละ ๕๐ ล้าน ก็จะเป็นจะตายกันขึ้นมา ทั้งที่การท่าฯ เป็นบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ที่รัฐบาลถือหุ้นครึ่งนึง!

ขอบคุณน้องเน ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจของพันธมิตรค่ะ
ไปไม่ถึงกองทัพไทย โดนข่าวปล่อยซะก่อน เลยไปดอนเมืองแทน
ขอบคุณที่ถ่ายรูปมาให้ดูค่า~ ^^
Pingback: สายๆ ที่ทำเนียบชั่วคราวดอนเมือง | Boring Days