พันธมิตรฯ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ๒
26 November 2008 - 16:49
ต่อจากตอนที่แล้ว ขอย้อนไปช่วงก่อนค่ำหน่อยนึงนะครับ ช่วงค่ำพันธมิตรจากที่ชุมนุมอื่นทั้งดอนเมือง ทำเนียบ กองบัญชาการกองทัพไทยและที่อื่นๆ ทะยอยมาสมทบบนทางยกระดับสุวรรณภูมิ ประมาณการด้วยสายตาไม่น้อยกว่า ๕ พัน ไม่ได้มากมายใช่ไหมครับ แต่เป็นกองทัพรถส่วนตัวขนาดใหญ่มาก แต่ละคนช่วยกันขนติดรถกันมา ..มีเจ้าหน้าที่การบินไทยจอดรถของการบินไทยโบกมือให้กำลังใจที่ถนนด้านล่างเป็นระยะ
๒๐.๑๕ รถเครื่องเสียงสั่งหยุดขนวนบริเวณใกล้งวงซ้ายมือ ห่างแนวของตำรวจประมาณ ๑๐๐ เมตร เพื่อจัดความพร้อมและเจรจากับตำรวจเพื่อให้ถอนแนวจากเสาสองของอาคาร ระหว่างนั้นมีการช่วยอำนายความสะดวกกับผู้โดยสารจำนวนหนึ่งที่ต้องการผ่านทางไปขึ้นเครื่องบิน ช่วงนั้นผู้ชุมนุมส่วนใหญ่คึกคักมากเป็นพิเศษ ทั้งที่อยู่กับอากาศร้อนและเดินไกลตลอดช่วงบ่าย ทัพหน้าที่ยกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่จำนวนทั้งหมดที่มี ประมาณคร่าวๆ ไม่น่าเกิน ๓ พัน ที่อาคารสนามบินเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งมุงดูชิดผนังอาคาร ๒๐.๒๕ เริ่มเคลื่อนอีกครั้งประชิดแถวแนวตำรวจ การ์ดแถวหน้าทิ้งระยะห่างกับตำรวจ ๒๐ เมตร ๒๐.๓๐ สั่งนั่งอีกครั้งเพื่อไม่ให้มีใครวู่วามไปปะทะหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถเวทีเจรจาให้ตำรวจถอย ๑๐๐ เมตร ขอให้พื้นที่เฉพาะหน้าสนามบิน (ลานจอดรับส่งชั้น ๔) โดยจะไม่เข้าไปในตัวอาคาร ช่วงนี้พันธมิตรและตำรวจแบ่งเป็นสองสายปิดทั้งสองช่อง ช่องซ้ายของพันธมิตรเป็นทัพมวลชน ขณะที่ช่องขวาเป็นทัพรถยนต์ส่วนตัว มีการ์ดตั้งแถวกันเป็นแนวหน้าทั้งสองด้าน

ที่เห็นบนรถดับเพลงคือ ตัวเกะกะที่เรียกว่า “ผู้สื่อข่าว” ที่ทำให้ระบบความปลอดภัยมีปัญหาทุกครั้งในการเคลื่อนขบวน ระหว่างการเจรจาพันธมิตรฯ ปรบมือให้กำลังใจตำรวจเป็นระยะ เป็นการปรบมือจริงๆ ไม่ได้ใช้มือตบ ๒๐.๔๖ การเจรจาสำเร็จตำรวจขยับถอนพร้อมรถดับเพลิง รถเวทีสั่งห้ามพันธมิตรเคลื่อนตามเพื่อให้ตำรวจสามารถถอนแนวได้อย่างราบรื่น จากนั้นพันธมิตรฯ เคลื่อนตามโดยตำรวจตั้งแนวรับใหม่ที่ประตู ๕



ระหว่างนั้นรถเวทีเจรจาให้ตำรวจที่ตั้งแถวปิดประตูต่างๆ ปล่อยเพื่อนพันธมิตรที่ติดอยู่ในตัวอาคารก่อนหน้านั้นออกมา โดยถามหาขอเจรจากับผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่คุมแถว นายตำรวจท่านนั้นยกมือแสดงตัวแต่รถเวทีไม่เห็นจึงสั่งให้แนวที่อยู่ชิดประตู ๒ เรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนออกมา เสียงตะโกน “ออกมาๆ” และมือตรบดังสนั่นบนลานชั้น ๔



ผมเดินไปชิดแนวตำรวจเพื่อหามุมถ่ายรูป ก็เลยสังเกตเห็นนายตำรวจหลายคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นายตำรวจที่อยู่ชิดกับผมเหงื่อซึมผมเลยเปิดเป้หยิบผ้าเย็นส่งให้ แล้วไปถ่ายรูปต่อ


ภาพด้านล่างคือระหว่างผลักดันให้ตำรวจประจำแต่ละประตู กลับเข้าในตัวอาคาร




กระทั่งสามทุ่มกว่า เริ่มการผลักดันต่ออีกรอบเพื่อคุมพื้นที่ลานหน้าอาคารทั้งหมด การผลักดันรอบนี้เป็นการผลักดันรวดเดียวจบ คือ ดันตั้งแต่ประตู ๕ จนเลยประตู ๙ กระทั่งสุดเขตไปยันป้ายเขียวเลยอาคารจอดรถ บรรยากาศการผลักดันรอบนี้ค่อนข้างเป็นการผลักดันแบบขำๆ รถเวทีร้องเพลงแซว-ชมตำรวจ พันธมิตรฯ ตะโกน “ตำรวจรักประชาชน” “ตำรวจน่ารัก” พร้อมเสียงมือตบดังกึกก้อง ตำรวจค่อยๆ ถอยอย่างเป็นระเบียบ


๑๙.๓๐ ส่วนหนึ่งติดตามรถเวที ส่วนที่เหลือเข้าทักทายกับตำรวจที่ตั้งแถวปิดประตู บางส่วนถ่ายรูปคู่ บรรยากาศจะเรียกว่าชื่นมื่นก็ไม่น่าจะผิดนัก มีทั้งรอบยิ้มและเสียงหัวเราะจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยจริงจริ๊งงงง! มีการเลือกถ่ายรูปกับตำรวจหล่อๆ ด้วยนะ!!

ผมนั่งพักครู่นึงก็ออกเดิน คุณป้าสองคนกำลังจัดการกับหมูสะเต๊ะ มีขนมปังและองค์ประกอบพร้อมเชียวครับ ผมกดถ่ายปั๊บคุณป้าหันมายิ้ม “ต้องฉลอง” ดีนะที่ไม่ชวน “ก๊ง”

จากนั้นผมเอนหลังบริเวณประตู ๘ กระทั่ง ๒๒.๑๐ รถปราศรัยอีกคันพร้อมทัพพันธมิตรฯ ที่เหลือตามมาสมทบ เสียงพี่ปอง อัญชลี ดังแหบๆ มาแต่ไกล “สุวรรณภูมิ อนุสาวรีย์คอรัปชั่นที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก” !!

ผมนอนฟังอยู่จนหลับไปตอนไหนไม่ทราบ ถูกปลุกให้ตื่นตอนก่อนตีหนึ่งว่าตำรวจตั้งแถวเตรียมบุกเข้ามาสลาย มีการเรียกขออาสาสมัครเป็นการ์ดเพื่อไปสมทบ ผู้ชุมนุมเกือบทั้งหมดลุกจากที่นอนและเคลื่อนไปสมทบเพื่อกันไม่ได้เกิดการสลาย กระทั่ง ๐๑.๑๗ เวทีประกาศว่ามีสัญญาณที่ดีและคลี่คลาย จากนั้นพี่ประทีบ ขจัดพาลขึ้นร้องเพลง “เราจะไม่ถอย” และต่อเนื่องอีกสองเพลง ผมกลับมายึดพื้นที่ริมสุดของขอบฟุตบาทเลยประตู ๙ เอนหลังบนผ้าขาวม้าผืนเดิมและม่อยหลับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ตื่นอีกครั้งตอน ๐๕.๑๐ เห็นเพื่อนพันธมิตรหลับสนิท ภายใต้สายลมหนาวที่พัดแรงบนชั้น ๔ ไม่มีเสียงจากรถเวที

๐๕.๔๐ เสียงเจื้อยแจ้วของพี่ปองจากรถเวทีปลุกให้พันธมิตรตื่นเมื่อยามรุ่งอรุณบนลานหน้าอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ อากาศตอนเช้าหนาวมาก ลมพัดบาดผิวกายอันบอบบางของผม ดีที่มีเสื้อทับอีกตัว ช่วงนั้นพันธมิตรหลายท่านเริ่มแจกจ่ายถุงดำสำหรับใส่ขยะ อันที่จริงขยะบนพื้นมีไม่มากนักเพราะทุกคนทิ้งกันในถังขยะ และเจ้าหน้าที่อาคารจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง แต่ถังขยะไม่พอรองรับปริมาณผู้ชุมนุม อันนี้เป็นถุงดำพับสวยงามของผมเอง พื้นตรงนั้นคงโดนฝนสาดบ่อย สกปรกมาก

พันธมิตรทยอยลุกขึ้นและไปเข้าแถวรอใช้รถสุขา กทม. ที่มาจอดให้บริการอยู่ ๓ คัน ภาพบรรยากาศรุ่งอรุณที่สุวรรณภูมิ พี่ปองอ่านข่าวสรุปสั้นๆ จากนั้นมีการเล่นดนตรี






แรกทีเดียวผมเข้าใจว่าเรามีกันประมาณ ๕ พัน ก่อนผมหลับ ตื่นเช้ามาไม่ใช่อย่างที่ผมคาด เรามีกันบนนั้นไม่น้อยกว่าสองหรือสามหมื่น มีเข้าไปอยู่ในตัวอาคารบางส่วน บางคนล้างหน้าแปรงฟันกันบนกระถางใบใหญ่ที่ไม่มีต้นไม่ (มีแค่แกลบ) ภาพผมมีแค่นี้แหละครับ ถ่านหมดแค่นี้
พันธมิตรหลายท่านเดินถือกาแฟหอมกรุ่นที่ซื้อมาจากภายในตัวอาคาร เจ้าหน้าที่การบินไทย การท่าฯ และนักท่องเที่ยวออกมาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ในอาคารร้านค้าต่างๆ เปิดจำหน่ายเป็นปกติ (กลับมาบ้านทราบข่าวและไม่เข้าใจว่าทำไม INN และสำนักข่าวอื่นๆ ถึงเสนอข่าวโกหก — สำนักข่าวพวกนี้มันเป็นตัวอะไร?) ผมเดินไปมาในตัวอาคารทั้งสี่ชั้นก่อนกลับบ้าน ร้านค้าต่างๆ ก็เห็นเปิดเป็นปกติ แต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีก็แต่เจ้าหน้าที่ของการท่าฯ ที่ทะยอยกลับบ้าน คุยกันก็ทราบว่าผู้บริหารสั่งให้กลับ ไม่ต้องมาทำงาน และสั่งไม่ให้รถวนเวียนภายใน (บัสเล็ก) เลิกเข้ามารับคน มีเฉพาะรถตู้ ขสมก. ที่เข้ามารับส่งพาไปยังจุดต่างๆ แทนรถของการท่าและการบินไทย! บัสเทอมินอล ก็ไกลแสนไกลแถมรถเมล์บางสายของ ขสมก. เองก็ไม่เข้าบัสเทอมินอลเสียด้วยซ้ำ
ผมเชื่อว่าเพื่อนพันธมิตรของเราหลายคนกำลังว้าวุ่นและไม่มั่นใจกับปฏิบัติการสูงสุดที่เรากำลังดำเนินการ ขอให้มั่นใจเถอะครับ ภาวะที่เกิดขึ้นเป็นแค่สิ่งที่เกิดชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ผ่านไป แต่สิ่งที่เราทำจะเป็นคุณูปการสำคัญในการปกป้องทั้งสามแก่นหลักของชาติ ขับดันเพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่เราจะมีสังคมที่ดีงามกว่าที่เป็นอยู่ ช่วงเปลี่ยนผ่านย่อมเจ็บปวดเป็นธรรมดา นักท่องเที่ยวเขาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่นี่มันประเทศที่เราเกิด-อยู่-และตายที่นี่ เราจะทำอะไรมันเรื่องของเรา สังคมผู้เป็นกลางที่นิ่งเฉยก็ช่างหัวเขา ในเมื่อเขาไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง เขาก็แค่พลเมืองไร้พลังที่ดีแต่บ่นไม่เคยทำอะไร สนใจฟังก็เสียเวลาเปล่าเท่านั้นเอง ลองหาอ่านที่ป๋าเปลวสีเงินเขียนในไทยโพสต์วันนี้สิครับ จะได้กำลังใจและความมั่นใจโขเลย
พลังความดีชนะทุกอย่าง ใส่เสื้อเหลือง คล้องมือตบแล้วมุ่งไปสุวรรณภูมิเดินอาดๆ ด้วยความภาคภูมิเถอะครับ แม้เราหลายคนยังไม่เข้าใจและไม่แน่ใจทิศทาง ขอแค่รับรู้ว่าเรากำลังไล่ล่าให้รัฐบาลทรราชไม่มีที่ยืน มันต้องราบพณาสูรด้วยกำลังแห่งเรา..กองทัพคุณธรรมของพระราชา-พระราชินี ..เชื่อเถอะ ม้วนเดียว ม้วนยาวนิดนึง..จบ!
ปล. อย่าสงสัยว่าทำไมทั้งสองหัวข้อมีเวลาระบุชัด ผมจดรายละเอียดเป็นบันทึกย่อไว้โดยตลอด
ปล. ๑ แปดโมงเช้าวันนี้คล้ายกับว่าเป็นครั้งแรกที่เพลงชาติกึกก้องสุวรรณภูมิ ขณะพันธมิตรและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยืนตรงและร้องเพลงชาติกึกก้อง แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่รู้จักการยืนตรงเคารพเพลงชาติ!
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- พันธมิตรฯ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ๑ (1.000)
- พันธมิตรฯ บุกกองบัญชาการกองทัพไทย ยุทธการไล่เห็บ! (1.000)
- สายๆ ที่ทำเนียบชั่วคราวดอนเมือง (1.000)
- ชมห้องประชุม ครม. ทำเนียบชั่วคราวดอนเมือง (1.000)
- PAD: The Last Day The Last Battle (1.000)
- เพียร ยงหนู: รถไฟสองหัว (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















26 November 2008 เมื่อ 19:08
@n/e
Thank you for everything you do for all,
but what i can do ..is just to encourage & support you (&PAD)here.
Take care.
26 November 2008 เมื่อ 21:07
@Sunshine
ขอบคุณสำหรับแรงใจ
26 November 2008 เมื่อ 21:49
ขอบคุณมากค่ะน้องเน
27 November 2008 เมื่อ 15:14
ถ้านักการเมืองไทย มี
…ศีล 5
…หิริ โอตัปปะ
…พรหมวิหาร 4
เหตุการณ์วันนี้ คงไม่เกิดขึ้น
วิชาศีลธรรมในชั้นประถม ตอนนี้ยังสอนกันไหมคะ…
27 November 2008 เมื่อ 20:30
ถ้าไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น… ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น… ก็คงดี….
สร้างความเสียหายได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมมากๆ
ทั้งปิดสนามบิน… ทั้งหยุดวิ่งรถไฟ… ทั้งตัดน้ำตัดไฟ…. ช่างสร้างสรรค์ต่อชาติบ้านเมืองจริงๆ
วิธีอื่นมีเยอะแยะ… ไม่ทำ… การกระทำโดยรวม… เปรียบได้ประหนึ่งว่า… “คนๆ นึงถูกไ่ล่ออกจากงานเพราะสาเหตุใดก็ตาม … ก็ไปปล้นธนาคาร… แต่บอกว่าตนเองปล้นธนาคารไม่ผิด… คนผิดคือ..นายจ้างที่ไล่เขาออก…. ทำให้เขาต้องมาปล้นธนาคารทำให้คนอื่นเดือดร้อน…” อันนี้ก็เหมือนกัน… ปิดสนามบิน…บอกว่ารัฐบาลผิด ไม่ยอมลาออก…ไม่ยอมยุบสภา… ทำให้เขาต้องมาปิดสนามบิน…. เฮ้อ…หัวคนช่างคิด…
ผมเสนอให้ยุบสภา… เลือกตั้งใหม่… ถ้ากลับเข้ามาได้อีก… ทุกคนก็ต้องทำใจยอมรับ… ถ้ากลับเข้ามาไม่ได้… ก็ร้องไชโย…. นั่นแหละคือ “ชัยชนะ” ที่แท้จริง
แค่แสดงความคิดเห็น…. ไม่ชอบก็ลบไปแล้วกัน
27 November 2008 เมื่อ 20:42
@คนไทย
คิดอะไรตื้นๆ มักง่ายดีแท้
ปล. ถามจริงเถอะ จุดหาพระแสงอะไรตั้งมากมาย
1 December 2008 เมื่อ 15:22
ตอนนี้ ชาวพธม. ไม่กลัวตำรวจอีกต่อไปแล้ว
หลังจากที่เราดันตำรวจออกไปได้ จะสังเกตุว่า
พี่น้องเรา จะเอาที่ปูพื้นมาปูนอนกันทันที ทั้งๆที่ ยังดันตำรวจไม่เสร็จด้วยซ้ำ ^^
1 December 2008 เมื่อ 15:45
@To those who come fromfarangforum.ru
I have read what a stupidity named ‘heina’ told you that PAD’s people get paid between 300-500 Baht. It’s surprised me to know that the dirty trick also there, ashamed. No reason for me to clarify but hundreds thousands people and more than 6 months of rally already proved for it.