เยือนเวทีพันธมิตรปราจีน ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
28 September 2008 - 21:17
ได้รับการชักชวนเมื่อวานนี้ทั้งจากป้าเพ็ญและพี่ชัย ทีมงานสมัชชาประชาชนว่าจะไปเยือนเวทีพันธมิตรจังหวัดปราจีนบุรี ตื่นแต่เช้าตรู่ปล่อยแมวเที่ยวและเก็บแมวเสร็จใกล้เจ็ดโมงเช้าการเดินทางครั้งที่สองสู่ภาคตะวันออกก็เริ่มขึ้น เป็นครั้งแรกสำหรับผมครับในการไปเยือนเมืองปราจีน เป้าหมายโดยที่ผมไม่รู้คือโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (เดิมชื่อโรงพยาบาลปราจีนบุรี) และเป็นตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ใช้เป็นที่สัมมนาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปราจีนบุรี
ชื่อเสียงเรียงนามของโรงพยาบาลแห่งนี้คุ้นหูผมมานานในด้านที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร และแพทย์ทางเลือก ได้รับทราบว่าสมุนไพรของที่นี่มีชื่อเสียงมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น
ในคณะมีวิทยากรร่วมด้วยสองท่าน คือ พล.ต.ท. สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ที่รู้จักกันดีในฐานะ “มือปราบตี๋ใหญ่” และคุณวีระ สมความคิด สิ่งแรกที่ได้เจอทันทีที่ลงจากรถคือ “รอยยิ้มพันธมิตร” มิตรจิตมิตรใจแบบที่เรามีและคุ้นเคย ด้วยทุกข์ด้วยสุขที่เผชิญกันมาเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน ผมเก็บภาพบางส่วนภายในตึกมาฝากสำหรับท่านที่ไม่เคยไปเยือน
ด้านหลังตึกเป็นสวนสมุนไพร เข้าใจว่าเป็นแปลงสาธิตพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ด้านข้างตึกมีช้อปจำหน่ายสมุนไพรและนวดแผนโบราณ มีไก่อยู่คู่นึงด้วยแต่คงไม่ใช่ไก่สมุนไพร
พันธมิตรปราจีนบุรีที่มาร่วมสัมมนาคราวนี้จากข้อมูลลงทะเบียนประมาณ ๒๐๐ คน สำหรับห้องประชุมขนาดที่ไม่ใหญ่อย่างห้องประชุมอภัยภูเบศรนั้นแน่นทำให้ต้องมีเก้าอี้เสริม และกระจายอยู่หน้าห้องบางส่วน ผพันธมิตรปราจีนส่วนใหญ่มาพร้อมเสื้อเหลือง ผ้าเหลือง และที่ขาดไม่ได้คืออาวุธร้ายอย่าง “มือตบ”
บรรยากาศคุยกันออกรสทีเดียวครับ ช่วงท้ายมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะประเด็นร้อนๆ อย่าง กกต. คือ ต้นเหตุหลักสำคัญอย่างหนึ่งของความวุ่นวายปัจจุบัน (ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้ง)
ต้องออกปากชมไว้ว่าอาหารเช้าที่พันธมิตรปราจีนจัดไว้ให้ทีมงานจากกรุงเทพนั้นอร่อยมาก มีอาหารเจให้ด้วย และพรั่งพร้อมด้วยน้ำสมุนไพรที่แพ็คขวดใหญ่มาให้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะน้ำใบกาบหอยและน้ำมะขามป้อม อย่างหลังช่วยให้ท้องโล่งดีทีเดียว เป็นน้ำสมุนไพรที่ผลิตเองในช้อปของโรงพยาบาล
เวทีพักครึ่งประมาณเที่ยง ผมได้ทีแอบงีบในห้องชั้นสองท้ายตึก เข้าใจว่าห้องนี้เคยถูกใช้เป็นห้องบรรทมของรัชกาลที่ ๖ หรือเชื้อพระวงศ์ ผมนอนพื้นนะครับ ห้องนั้นมีประวัติโรงพยาบาลและตัวอย่างสมุนไพร ไกลตาผู้คนหน่อยนึง คณะต้องเดินทางกลับประมาณเที่ยงกว่าๆ เพราะคุณวีระมีคิวต้องขึ้นเวทีที่ทำเนียบประมาณ ๔ โมงเย็น ส่วนพันธมิตรปราจีนบุรีมีกำหนดสัมมนาระดมความคิดกลุ่มย่อยต่อตลอดทั้งบ่าย
ช่วงขาไปและขากลับ ริมฝั่งแม่น้ำปราจีนจะเห็นว่าน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และนองถนนในบางจุด มีแนวถุงทรายวางเป็นกำแพงกั้นน้ำ
เรากลับถึงทำเนียบก่อน ๔ โมงเล็กน้อย ไม่นานจากนั้นฝนก็เริ่มตกและตกอย่างหนัก ภาพที่ทำเนียบขอยกยอดไว้คราวหลังนะครับ
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓ --
What I hate is one with shallow brain and narrow mind, do nothing but judge everything.













29 September 2008 เมื่อ 01:59
ไปเที่ยวที่นี่มาแล้ว ชอบมากๆเลยค่ะ นึกถึงที่คุณพิภพที่ท่านพูดว่าการรักษาแบบทางเลือกต้องได้รับการยอมรับ สมุนไพรไทยนี่สุดยอดค่ะ ควรได้รับการสนับสนุน พัฒนา
คุณn/e มีคลิปของสว.สมบูรณ์บ้างไหมคะ ดิฉันเป็นแฟนคลับท่านค่ะ ท่านพูดได้ฮามาก
29 September 2008 เมื่อ 06:13
ภาพสวยจังเลย…บรรยากาศดีเนอะ
ท่าทางอากาศเย็นแบบชื้นๆ น่าไปเที่ยว
แต่เราก็ปฏิเสธไปเองนี่หว่า ว่าไม่ไป
วันนี้ก็ซ้อมเพลงตลอดตั้งแต่ช่วงประมาณสี่ทุ่มจนตีสอง
ว่าจะโชว์เหนือ ร้องเพลงสากลซะสองเพลง
พี่แหลมก็ยุ่งเรื่องงาน เลยต้องมานั่งซ้อมเพลงกับน้องนิม
แล้วก็ร้องเพลงกับน้องนิม…เรามีแรงบันดาลใจจากภาพพันธมิตรที่พารากอน
ดูแล้วรู้สึกว่า…พวกเรา (พันธมิตรฯ) นี่เก่งจัง
29 September 2008 เมื่อ 09:04
@เราชาวไทย
เขาว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในปราจีน ระหว่างสัมมนามีหนุ่มสาวมาถ่ายรูปแต่งงานด้วย ส่วนคลิปที่ว่าผมไม่มีนะครับ ส่วนใหญ่จะขึ้นดึก ตอนนั้นผมหลับไปแล้ว
@พี่หน่อย
วันนั้นอากาศสบายค่อนไปทางร้อน แต่ที่สวนด้านหลังร่มรื่นสบายดีครับ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลเป็นแม่น้ำปราจีน น้ำกำลังเอ่อเลยครับ ได้บรรยากาศน้ำท่วมดีแท้ๆ เลย เรื่องพลาดโอกาสนั้นว่ากันไม่ได้จริงๆ แหละพี่หน่อยปฏิเสธเองเนาะ
เมื่อวานกลับมาทำเนียบก็อยู่กันไม่นานก็กลับทั้งคณะ เหนื่อยหน่อยนึง ผมหลับไปตั้งแต่ ๕ ทุ่ม หลับสนิทสบายที่สุดเลย
ไม่ทราบว่าพี่หน่องอาการดีขึ้นหรือยังครับ เพลงใหม่ที่ซ้อมกันมีเพลงไรบ้างครับ จะได้อัดไว้
29 September 2008 เมื่อ 13:33
วันหน้าถ้าจะแอบไปงีบล่ะก็…อย่าลืมเอาโทร.ไปด้วย ไอ้เราก็หาให้ควั่ก…เกือบตกรถแล้วมั้ยล่ะ!
29 September 2008 เมื่อ 14:32
มีแต่คนถามถึงพี่หน่อง พี่หน่อง แล้วก็พี่หน่อง
เขาปิดโทรศัพท์แหละ…คาดว่ากำลังนอนแน่ๆ
พี่เพิ่งผ่านประสบการณ์การเป็นไข้หวัดใหญ่มาหมาดๆ
ก็เลยทราบว่ามันระบมขนาดไหน
เรื่องเพลงนั้น พี่มักจะซ้อมเพลงสากลนะช่วงนี้ เพราะว่าชอบ (ไม่ได้ร้องก็ไม่สน)
แต่พี่ก็จะหาเพลงเก่าที่เคยดังในอดีตมาซ้อม เช่น กล้าหาญชาญชัย
ตัวพี่แหลมเขาไม่ค่อยว่างซ้อมเท่าไรนัก
เราก็เลยต้องอาศัยน้องนิม (ซึ่งเป็นน้องภรรยาพี่หมียุทธิยงค์) ไปพลางๆ
ตัวพี่ซ้อมเพลงไทยไว้ก็หลายนะ เป็นพวกเพลงปลุกใจ
เราแนะนำให้น้องๆ ในวงกอไก่ไปร้องกันดีกว่า
ส่วนป้าๆ อย่างเราก็คงต้องถือศีลกินเจ นัม มอ หนี่ ถ่อ ฮุก
29 September 2008 เมื่อ 14:51
พี่หน่อยครับ ถ้าเขาเห็นหน้าพี่หน่อยอยู่แล้วถามหาพี่หน่อยกับพี่หน่อย พี่ว่ามันจะไม่แปลกไปหน่อยหรือ
วันที่พี่หน่อยไม่สบายมีการประกาศแจ้งที่เวทีทำเนียบด้วยนะครับ
29 September 2008 เมื่อ 15:05
ก็อาจจะถามเป็นมารยาทไงว่า “พี่หน่อยแก่ขึ้นรึยัง”
ตอนป่วยพี่แหลมแกคงรำคาญที่คนถามถึงเราเยอะจนขี้เกียจตอบ
เลยบอกเขาไปทั่ว ทั้งพี่อมร พี่หมี คุณแอ้ม พี่ปอง ฯลฯ รวมไปถึงแฟนเพลง
สุดท้ายก็เลยแก้ปัญหาด้วยการเขียนใส่กระดาษแล้วยื่นให้พี่อัญฯ กับคุณเติม
พูดใน newshour ว่าคุณหน่อยป่วยอยู่โรงพยาบาล
พอจบรายการคุณแอ้มเห็นกระดาษโน้ตของพี่แหลมก็เลยพูดอีกว่าพี่หน่อยป่วย
วันนั้นโทรศัพท์มี miss call เพียบ เห็นคนห่วงเยอะๆ กำลังใจแยะๆ ก็ชื่นใจ
29 September 2008 เมื่อ 15:13
เข้าใจความเป็นมาล่ะ ว่าทำไมถึงมีประกาศ
ถามว่าแก่ขึ้นหรือยังนี่ไม่เคยได้ยินนะ แต่ถามแบบนี้แสดงว่ายังดูอ่อนอยู่ แต่ถ้าใครมันชมเราตอนอายุมากขึ้นว่ายังดูสาวดูเป็นหนุ่ม ให้ระวังความหมายตรงข้าม
29 September 2008 เมื่อ 15:34
ยอมรับในความเป็นจริงค่ะ
อายุเป็นเพียงตัวเลขนะ ลูกคนเล็กอย่างเรา ยังไงก็เด็กเสมอในสายตาของครอบครัว
แก่แค่ไหนก็เป็นน้องหน่อยของพี่พี่ที่บ้านซาเหมอ
ปล.แก่แค่ไหนฉันก็สวย ฉันมั่นใจ ที่บ้านฉันไม่มีกระจก
29 September 2008 เมื่อ 16:34
อ่านมาด้วยความรู้สึกจริงจัง ตบท้ายที่ ปล. นี่หมดกัน