พันธมิตรฯ ม้วนเดียวจบ: เรื่องขำยามเย็น

เกิดมาชีวิตหนึ่งไม่มีอะไรจะภูมิใจเท่านี้เลย จู่ๆ ก็ได้ร่วมคณะเป็นกบฎ ร้อยเก้าสิบกว่าวันผ่านไปยกระดับไปเป็น “ผู้ก่อการร้ายสากล” นับแต่นี้ไปจะไม่อิจฉา “บิน ลาเดน” อีกแล้ว ..ฮา! ประทานโทษเถอะครับ เรื่องไร้สาระทั้งเพ จะกบฎจะผู้ก่อการร้าย เออ เราเห็นระดับสติปัญญาสื่อบ้านเราหรือยัง วานนี้และวันนี้ออกข่าวกันพรึบๆ เรื่องขยะรอบทำเนียบ พ่อคุณแม่คุณเอ๋ย งานวัดยามเลิกรายังมีขยะมากกว่านี้เลย หลายๆ เดือนที่ผ่านมาหากไม่มีการจัดการขยะและความสะอาดที่ดี รับรองได้ว่าทำเนียบไม่มีที่ให้ยืน เห็นระบบการให้คุณค่าของสื่อกับเก้าอี้ไม้อัดฉีก-ขาด-ถูกกรีดแล้วก็บอกได้อย่างเดียว เพราะสื่อมัน “กาก” อย่างนี้แหละบ้านเมืองถึงได้เป็นอย่างนี้ ..ระอาเต็มทีที่ได้ยินได้เห็นอาการเย้วๆ “คุกคามสื่อ คุกคามประชาชน” โดยที่พวกมันแทบทุกตัวไม่เคยได้สำเนียกแม้สักน้อยว่า มันเองนั่นแหละ “ตัวเบ้ง” ที่ “คุกคาม-ทำร้าย” ทั้งประเทศและประชาชนมาหลายสิบปี!!

ตลอดการชุมนุมในทำเนียบ สื่อโดยเฉพาะค่ายมติชนรายงานเรื่องอะไรบ้างเป็นสาระหลัก? เก้าอี้ขาหักจำนวน ๑ ตัว ตะกวดถูกยิงตายอย่างทุกข์ทรมานจำนวน ๑ ตัว ปลาตายจำนวนหลายตัว!?  หญ้าหน้าทำเนียบตาย-เน่าเพราะคนนั่ง-นอนทับและฝนตก? …แด่คุณภาพของประเทศ!!

ความจริงอย่างหนึ่งที่รับรู้มานานมากแล้วว่ามีการขโมยเข้าของภายในที่ชุมนุมในทำเนียบ ผมทราบจากพี่กอบเต้นท์สมุยและจากหลายที่ว่า เวลาตีสองตีสามที่ส่วนใหญ่หลับแล้วมักมีคนจากข้างนอกย่องเข้ามาขโมยและจับได้หลายครั้ง ขโมยทุกอย่างที่จะเอาได้ จะกาแฟ ที่ต้มน้ำ หม้อหุงข้าว ฯลฯ แต่ไอ้แบบที่เข้าไปในตึกกรีด-ขโมย-รื้อข้าวของ ออกข่าวให้ตายผมก็ไม่เชื่อว่าพวกเราทำ เล่นข่าวไปตามสบายครับ มีใครมั่งที่จะเข้าตึกได้? แค่ห้องน้ำยังเปิดเป็นเวลาและมีระเบียบบังคับ หากจะเป็นเช่นนั้นจริงก็ต้องบอกว่าโคตรโง่เลยเนาะ ไปทำลายข้าวของทั้งที่วันหนึ่งต้องคืนและต้องมีคนรู้? เอ๋..ใครลืมทิ้งระเบิดไว้ในตึกบ้างเอ่ย ..ฮา!!

ชวนนอกเรื่องยาวมาสามย่อหน้า ขอกลับเข้าประเด็นเล่าเรื่องสงครามครั้งสุดท้าย ภาระกิจม้วนเดียวจบ ที่ผมขาดไปในช่วงวันที่ ๒๓-๒๔ พฤศจิกานะครับ ต่อเนื่องจากตอนที่แล้วที่ (อีกรอบ) — ผมเดินออกจาตลาดนัด เข้าพื้นที่ชุมนุมทางสะพานชมัยมรุเชฐ สิ่งที่เห็นคือความละลานตา คนเต็มถนนหน้า ปปช. และหน้าทำเนียบ แน่นขนัดจนนึกในใจว่าจะเดินไปแยกสวนมิสกฯ ได้ยังไง

พันธมิตรแน่นขนัดหน้า ปปช.

หน้าทำเนียบ

หนูน้อยพันธมิตรกับอาหารเย็น

พันธมิตรตัวน้อยกับข้าวกล่อง น่ารักจริงๆ

ผมเดินไปหาของกินไปบ้าง เต้นท์ ๑ มีแจกอาหารแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ผมได้ขนมค่อม (ภาษากลางเขาเรียกอะไรหว่า) เดินมาแจก ทราบว่าส่งมาจากวัดหนึ่งย่านเมืองนนท์ และได้เย็นตาโฟมาถ้วยนึงจากแถวประตูสี่ พอคลายความหิว เวลาผมถ่ายของกินที่ถือในมือนี่ต้องมีคนมาหัวเราะมาแซวทุกครั้งไป แปลกตรงไหน หรือว่าคนอื่นเขาไม่ทำกัน

ขนมค่อม

เย็นตาโฟประตู ๔

ที่แยกสวนมิสกวันเดินกันไม่หลวมไม่แน่น แต่ได้บรรยากาศวันเดิมๆ ที่เราอยู่สะพานมัฆวานฝั่งกระทรวงศึกษาฯ พวกเราเดินมาแล้วก็เดินไป เดินไปแล้วก็เดินมา เดินกันทำไมนักหนาก็ไม่รู้ มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลืองอยู่ตลอดเวลา ว่าแต่เขาผมก็เดินไปเดินมาทั่วเหมือนกัน

แยกสวนมิกสวัน

แยกสวนมิกสวัน

ทางขนานราชดำเนินนอกติดรั้วทำเนียบ

แยกสวนมิกสฯ ไปแยกพระบรมรูปทรงม้า

แยกสวนมิกสวัน

มุมรั้วทำเนียบที่แยกสวนมิสกวันนั้นเอง เป็นจุดที่วันก่อนหน้าถูกลอบยิงด้วยระเบิด M79 ที่ทำให้การ์ดอาสาน้องชายของเรเสียชีวิตไป ๑ ร่องรอยทุกอย่างยังปรากฏชัดเจนอยู่ตรงนั้น วิถีกระสุนเมื่อเห็นแล้วก็ไม่มีข้อสงสัยเพราะชัดเจนว่าตรงมาจากมุมรั้ว บช.น.

ร่องรอบระเบิด M79

ร่องรอบระเบิด M79

ร่องรอบระเบิด M79 วิถีกระสุน

ใกล้ๆ กันมีจุดบริการอาหาร วันนี้เป็นอีกวันที่อาหารพรั่งพร้อม อาจจะเพราะบรรดาแม่ยกและผู้มีน้ำใจทราบดีว่าเราจะมากันมามากและไม่ละเลยที่จะดูแลเรื่องอาหารการกินไม่ให้บกพร่อง บริเวณแยกมีการลงผ้าใบสำหรับรองนอนเป็นแถวยาว จริงๆ ผ้าใบลักษณะนี้ถูกปูทั่วทั้งถนนราชดำเนินนอก จากมัฆวานถึงหน้าทัพภาค ๑ เพื่อให้ผู้มาชุมนุมไม่ต้องนอนบนพื้นถนนเกลี้ยงๆ บนถนนราชดำเนินนอกเริ่มติดตั้งเต้นท์ใหญ่สำหรับกันแดดกันน้ำค้าง แว้บนั้นรู้สึกว่าม้วนเดียวจบท่าจะม้วนยาวหลายวัน

อาหารเย็นริ้มรั้วทำเนียบ

จัดแจงที่พักแยกสวนมิกสวัน

ขึ้นเต้นท์บนราชดำเนินนอก

พันธมิตร ราชดำเนินนอก

พันธมิตร ราชดำเนินนอก

พันธมิตร ราชดำเนินนอก ประตู ๕

มาด้วยรถเขน หน้าประตูกระทรวงศึกษา

เดินทั่วบริเวณสำคัญ ผมก็ไม่พลาดจะแวะไปดูหลังบ้าน บช.น. มิตรเก่า-คู่แค้นที่มี “สุ(นัข)ชาติ เหมือน(บาง)แก้ว” เป็นผู้บัญาชาการ บริเวณนี้ครั้งหนึ่งถูกเจรจาเป็นเขต “no man land” หรือเป็น “buffer zone” ที่ห้ามใครเข้าพันธมิตรจะไม่เข้าไปและตำรวจจะไม่เข้ามา วันนั้นพันธมิตรตั้งแนวบังเกอร์ยางและเหล็กกั้น  ห่างออกไปใกล้ประตูด้านหลัง บช.น. ตำรวจตั้งแผงเหล็กกั้นและตำรวจตั้งแถว ๑ แถว พวกราไปเดินดูตรงนั้นไม่มากนักแค่หลักร้อย

หลัง บช.น.

ตำรวจตั้งแถวหลัง บช.น.

เรื่องฮา ชนิดท้องคัดท้องแข็งเกิดตอนประมาณ ๖ โมงเย็น ผมเดินห่างออกมาจากแถวของเราหน่อยนึง นั่งม้วนใบจากพลันมีเสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องซ้อนๆ กัน ๕-๖ ครั้ง ดังมากจนน่าตกจน ผมหันไปทางต้นเสียงว่าเป็นเสียงอะไรและมาจากไหน คนอื่นๆ ก็หันไปดู มีทำสีหน้าตกใจบ้างไม่กี่คน ส่วนใหญ่จะหันไปดูเฉยๆ ไม่มีใครวิ่งหนี แต่พอสิ้นเสียงระเบิดก็ตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น ผมลึกขึ้นดูภาพที่เห็นคือตำรวจวิ่งหนีเสียงปืนใหญ่กันกระเจิง วิ่งแบบไม่คิดชีวิต ทิ้งโล่ทิ้งกระบองวิ่งเข้า บช.น. ใครที่เห็นภาพนี้เป็นต้องหัวเราะท้องแข็ง บางคนหัวเราะจนน้ำตาไหล หัวเราะจนเหนื่อย ผมขอโทษทุกท่านด้วยที่ไม่มีภาพตอนวิ่งเพราะมัวแต่หัวเราะ จะมีก็แต่ Before-and-After นึกถึงตอนนั้นทีไรเป็นต้องหัวเราะจนเหนื่อยทุกที ตำรวจไทยเก่งอย่างนี้นี่เอง!!

ตำรวจตั้งแถวหลัง บช.น. - ก่อนเสียงปืนใหญ่

ตำรวจตั้งแถวหลัง บช.น. - หลังเสียงปืนใหญ่

ตำรวจตั้งแถวหลัง บช.น. - หลังเสียงปืนใหญ่

ขืนให้ผมอยู่หลัง บช.น. ต่อคงไม่เป็นต้องทำอะไร มีหวังหัวเราะจนตำรวจเคือง ก็เห็นแหละครับว่าบางคนแสดงอาการเสียหน้า ก็พันธมิตรไม่วิ่งแต่ตำรวจดันเปิดแนบ!! ที่แยกสวนมิกสฯ เริ่มมืดแล้วล่ะครับ ผมเดินต่อไปที่ต้นเสียงปืนใหญ่ที่ทหารกำลังซ้อมสวนสนาม ทราบว่ามีลูกหลงด้วย ๑ ลูกที่ระเบิดไม่ได้นัดหมาย พวกเราไปชมสวนสนามกันก็มากครับ ที่เราเห็นยิ่งใหญ่ในโทรทัศน์ผมกลับรู้สึกว่าเล็กน้อยมากหากเทียบกับทะเลเสื้อเหลืองบนพื้นที่เดียวกันเมื่อเช้า ๒๔ พฤศจิกายน

พันธมิตรแยกสวนมิกสวัน

ปืนใหญ่หน้าทัพภาค ๑

ปืนใหญ่หน้าทัพภาค ๑

ซ้อมสวนสนามลานพระบรมรูปทรงม้า

ซ้อมสวนสนามลานพระบรมรูปทรงม้า

หน้า บช.น. จุดที่เกิดเหตุยิงระเบิดแก๊สน้ำตาสองครั้งสองกรณีนั้น และไม่ห่างจากที่น้องโบว์เสียชีวิตและ ๔ คนขาขาดนั้น ตำรวจตั้งแถวพร้อมลวดหนาวมปิดทางอาจเป็นระบบความปลอดภัยและอาจเพราะความกลัว แถวตำรวจปิดทุกช่องจราจร ใช้ตำรวจสีกากีตั้งแถวหน้าและตำรวจกองปราบ (ชุดเขียว) ตั้งแถวหลังห่างออกไป เห็นชุดสีเขียวก็จริงแต่ไม่ใช่ ตชด. นะครับ ผมเข้าไปคุยกับหัวหน้าที่มาดูแลก็ทราบว่าสีกากีนั้นมาจากเมืองกาญจน์ ส่วนกองปราบคงไม่ต้องบอกมีเป้ที่เข้าใจว่ามีอุปกรณ์สำหรับสลายการชุมนุมพร้อมแต่ไม่เห็นปืนยิงแก๊ส (คงมีเฉพาะแบบขว้าง?)

แถวตำรวจหน้า บช.น.

แถวตำรวจหน้า บช.น.

แถวตำรวจหน้า บช.น.

แถวตำรวจหน้า บช.น.

แถวตำรวจกองปราบหน้า บช.น.

แถวตำรวจกองปราบหน้า บช.น.

แถวตำรวจกองปราบหน้า บช.น.

มืดหน่อยที่รถเวทีเชิงสะพานมัฆวานมีการปราศรัยและดนตรีแฮมเมอร์ ผมวนแถวนั้นพักนึงได้กระเพาะปลาอร่อยๆ ถ้าจำไม่ผิดมาจากแม่กลอง ผมมีนัดกับพี่ชายใจดี พี่โอ ผู้ร่วมอาสาพิทักษ์เอเอสทีวีที่แยกสวนมิกสฯ พี่โอไปเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อกาแฟมาเลี้ยงผม..ขอบคุณอย่างสูงครับ

รถเวทีเชิงสะพานมัฆวาน

ผมไปนอนงีบที่หน้าทัพภาค ๑ บนผืนผ้าใบที่จัดไว้รอฟังแกนนำประกาศ ท้ายสุดลุงจำลองประกาศว่าให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่จะออกรบในรุ่งเช้า เสร็จจากแกนนำผมปิดเครื่องตัวเองแบบง่ายดาย และมาตื่นเพราะยุงปลุกตอนเที่ยงคืน แบ่งปันยากันยุงที่ได้มาเมื่อหลายเดือนก่อนกับคนที่อยู่ใกล้เคียงแล้วก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่หน่อย เลยเดินไปมัฆวานระหว่างทางแทบทุกคนหลับหมดแล้ว พักผ่อนเพื่อเตรียมออกรบในวันรุ่ง

หลับหมดแล้ว แยกสวนมิกสฯ

หลับไหลบนราชดำเนินนอก

หลับไหลเชิงสะพานมัฆวาน

หลับไหลเชิงสะพานมัฆวาน

คืนนั้น ๔ น. และ ๑ ต. หน่อย เน นิค นีมและต้น เดินกันแทบจะทั้งคืน ซดโจ้กหมูอร่อยๆ ใกล้เต้นท์ สรส. ที่ทุกคนอิดออดและผมเหมือนจะเห็นแก่กินอยู่คนเดียว แต่พอได้ลองใครไม่รู้ไปขอเบิ้ลเพิ่มหมูอีกสองเท่าแล้วเหลือไว้แต่ข้าวโจ้ก ..คืนนั้นไปฟังเสียงระเบิด ๑ ลูกที่แยกบางลำภูและอีก ๓ ลูกที่เอเอสทีวี ก่อนจะมาสมทบที่มัฆวานเมื่อฟ้าเริ่มสาง ได้หลับแค่ครึ่งชั่วโมง!

Posted in เรื่องเล่า and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Click the image below for Shared Hosting ONLY $2.48/month

11 Responses to พันธมิตรฯ ม้วนเดียวจบ: เรื่องขำยามเย็น

  1. Benny says:

    :555+: คุณเน ชอบรูปคนใส่เสื้อยืดสีเขียวที่ยืนอมยิ้ม แบบขำๆ อ่ะ สะใจมากๆ รูปที่ตำรวจกระจายอ่ะ รออ่านอีกนะ

  2. n/e says:

    พี่ชายท่านนั้นเป็นหนึ่งในทีมงาน พันธมิตรฮิปปี้กู้ชาติแห่งแประเทศไทย

    ( คนเดียวกับ http://www.boringdays.net/pad-112-2/ )

  3. Pingback: พันธมิตรฯ ม้วนเดียวจบ: ยึดสภาเมื่อรุ่งอรุณ ๑ | Boring Days

  4. pear says:

    ตะกวดขี้ขลาด ดีแต่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้อ่ะ
    ฝั่งเราไม่มีอาวุธ ยังยืนขำ
    โฮ๊ะๆ

  5. Prang PAD says:

    เห็นด้วยที่ว่าถ้าสื่อมวลชนของบ้านเราไม่ขายตัว ประเทศคงเจริญรุ่งเรือง ผู้คนหูต่างสว่าง ไม่คอยแต่ให้โอกาสคนเลว จับผิดคนดี พวกที่อยู่หน้าจอทีวี แล้วบอกว่ารับข่าวสารทุกด้านไม่ใช่เอาแต่ดูเอสทีวี จะได้เลิกพูดจาเป็นนกแก้วอย่างบรรดานางมารหน้าจอวิกน้อยสี และไม่มีสีทั้งหลาย..
    ปล. พี่ได้พยายามที่จะติดต่อน้องแล้ว เบอร์ที่ได้จากพี่แหม่มโทรไปก็เป็นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันรับสายซะงั้น จริงๆ ก็ว่าจะเดินไปขอเบอร์จากพี่หน่อย ตอนที่แกไปร้องเพลงที่ดอนเมืองแล้วล่ะ แต่เกรงใจ ฮ่าๆๆ เราน่ะแหล่ะ พี่ก็ให้เบอร์ไว้ ไม่เห็นเคยโทรฯ มา อดของฝากและอดนั่งซีวิคคันโคตระซิ่งของพี่เลย อิๆๆ

  6. n/e says:

    @Prang PAD
    ก็ไม่คิดว่าพี่จะลางานมาได้นี่นาเลยไม่ได้โทรหา เบอร์จากพี่แหม่มทิ้งไปได้เลย จดไปผิด
    ที่พี่หน่อยก็มีน่าจะขอ แต่ก็เพราะผมไม่ได้โทรหาจริงๆ นั่นแหละ วุ่นๆ จนลืมไปหมดเลย
    ไว้วันหลังจะส่งข้อความไปบอกเบอร์ แต่คงไม่ได้ทวงของฝากแล้ว :แลบ:

  7. noi_pounjadkoo says:

    คุณน้องเนบังอาจนินทาเรา เรื่องโจ๊กหมูเด้ง ก็หมูมันเด้งนี่เลยต้องเบิ้ล
    เรื่องเบอร์ของน้องเน ถ้าคุณ Prang PAD มาขอคงไม่ให้ เพราะน้องเนเขาหวงเบอร์ (เขาบอก)
    เขาเป็นคนงก เหมือนไอ้อ้วนหวงที่นอน ยังไงยังงั้น อิอิ

  8. n/e says:

    @noi_pounjadkoo
    โจ้กหมูเด้งอร่อยมาก แถวก็สั้นเพราะดึกแล้ว ชอบจริงๆ
    ผมยังไม่ได้ออกชื่อใครเลยนะครับ ทำไมถึงรีบมาออกตัวรับเสียล่ะ :แง่:

  9. YHUN says:

    ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า หากไม่มีพันธมิตร ประเทศไทยจะเป็นเช่นไร

    ขอขอบคุณนักรบประชาชนด้วยใจจริง

    ที่สำคัญคือบรรดาแกนนำทุกท่าน

  10. Nim says:

    พี่เน ขนมค่อม น่ะ เขาเรียกว่า “ขนมใส่ใส้”

    เรื่องข้าวต้มหมูเด้ง อย่าไปว่าพี่หน่อยเขาเลย หุ หุ

    ตักมาแล้วกินเหลืออีกตะหาก

  11. n/e says:

    @Nim
    ขอบใจมากนีม นึกอยู่ตั้งนานว่าเขาเรียกว่าอะไร
    อยู่กรุงเทพขนมทุกอย่างชื่อ “นี่ๆ” หมด :แลบ:

    ปล. พี่หน่อยฟังน้องชายพี่ไว้นะ :อ๋าย: