เราส่วนใหญ่คิดว่าเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าที่กินเวลาระดมยิงแค่เพียง ๒๐ นาที นั้น กับเสียงระเบิดนับร้อย หนึ่งคนขาขาด หนึ่งคนแขนขาด อีกหลายสิบหรือร้อยบาดเจ็บจากแก๊สและ “สะเก็ดระเบิด” เราว่ามันเลวร้ายสุดๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชนมือเปล่าที่ชุมนุมด้วยสันติ และเพิ่งจะได้ฟังจากวีดีโอว่าผู้สั่งการในพูดที่สั่งลูกน้องว่า “ยิงเข้าไป ยิงเข้าไป ทนได้ให้มันทนไป” –ทนได้ให้มันทนไป!?
อย่างนั้นหรือครับ ขณะที่เราคิดเพียงแค่ว่าเราจะอดทนอย่างที่สุด จะไม่ตอบโต้ทำร้ายตำรวจ เราหยิบยื่นน้ำให้ เราหยอดน้ำเกลือล้างตาให้ เรามีแค่สองมือสองตีนกับขวดน้ำเข้ายันกับอาวุธขี้ขลาดอย่างระเบิดกับแก๊สน้ำตา ถล่มเรา-จะฆ่าเราแล้วลูบหัวว่าไม่ยิงแล้ว แล้วใช้จิตวิทยาผ่านเครื่องขยายเสียงให้เรากลับบ้านด้วยเหตุผลสัปรังเค — นั่นคือเรื่องราวของเช้าตรู่ ครั้นเย็นย่ำค่ำมันกลับกระทำระยำยิ่งกว่า
สิ่งที่พวกมันทำเพื่อเปิดทางให้ ส.ส. – ส.ว. พลังประชาชน ตามสั่งของฆาตรกรที่ไม่สมชาย ไอ้กระดาษรองซาลาเปา ไอ้อดีตผู้พิพากษาระยำหมา ไอ้ฆาตรกรตาขาวที่ปีนกำแพงหนี!!
เย็นวันนั้นเรายันห่าระเบิดที่ยิงเข้าใส่ด้วยมือตบและขวดน้ำได้นานร่วมชั่วโมง ก่อนที่มันจะระดมยิงใส่อย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น รุกเข้ามาและรุกเข้ามา เวลานั้นเราอัดแน่นอยู่ในคอขวดที่แยกพิชัยที่มีทั้งเต้นท์และรถกั้นทางอยู่ สิ่งที่ทำได้คือค่อยๆ ถอยเพื่อไม่ให้เหยียบกันเอง ไม่ได้หนีแบบไม่คิดชีวิต มันยังคงยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่องขณะที่เราถอยร่น หลายคนโดนสะเก็ดระเบิดเลือดนอง บางคนล้มลงต้องช่วยพยาบาล



ผมเป็นรายท้ายๆ ที่อยู่ตรงป้อมประตูรัฐสภา นาทีนั้นตัดสินใจว่าจะไม่ตรงไปแยกอู่ทองในที่พวกเราอยู่กันมาก แต่เลี่ยงเข้าถนนพิชัยตรงนั้นมีพวกเราไม่ถึงร้อยคนอยู่ตรงนั้น ทันทีที่ตำรวจพวกนั้นเข้าถึงประตูข้างของรัฐสภา ผมได้ยินเสียงปืนคล้ายลูกซอง (สั้น?) ยิงในระดับอก (เสียงไม่ฟ้องว่ายิงขึ้นฟ้า) ยิงต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า ๕ นัด ออกจากจุดที่ตำรวจเพิ่งเคลื่อนถึง — ที่ถนนพิชัย ส.ส. ถาวร เสนเนียม มายืนสังเกตการณ์

บรืเวณนั้น คือ วชิราวุธวิทยาลัยที่เขียนป้ายกำกับไว้ด้วยว่าเป็นเขตพระราชฐาน เขตพระราชฐานก็พระราชฐานเถอะ ตำรวจมันก็ยังยิงเข้ามา หลุดเข้ากำแพงวชิราวุธก็หลายลูก ลุงคนหนึ่งถูกยิงเฉี่ยวขากางเกงยีนส์จนขาด ระเบิดลูกนึงพุ่งชนรถบัสตำรวจจนยุบ





บริเวณที่เราอยู่ตำรวจยังคงยิงระเบิดเข้ามาเป็นระยะๆ ขณะเดียวกันเหมือนจะยิงใส่เพื่อนเราที่แยกอู่ทองในและเวทีดังสนั่นอยู่หลายครั้ง ผมไม่ทราบเหตุการณ์เวทีหน้ารัฐสภาเลยได้ยินแต่เสียงระเบิด จนเครื่องเสียงในรถคันหนึ่งบริเวณนั้นที่ใครไม่ทราบเปิดไว้บออกเวลา “โปรดยืนตรงเคารพธงชาติ” และเสียงเพลงชาติดังขึ้น เราทุกคนยืนตรงร้องเพลงชาติด้วยเสียงดัง ขณะเดียวกับที่ไอ้พวกบนแฟลตที่ด่าเราอยู่เนืองๆ ลอยชายสบายใจเฉิบบนระเบียงแฟลต..ราวกับไม่มีเสียงเพลงชาติดังขึ้น
เหมือนจะเสร็จภาระกิจ ตำรวจหน่วยอรินท(ร)ราชถอนตัวออกจากบริเวณแยกอู่ทองในผ่านแยกพิชัย (เข้าใจว่าตอนนั้นเริ่มมีเสียงระดมยิงที่ลานพระบรมรูปฯ แล้ว) มุมนั้นอับเป็นคอขวด ด้วยความโกรธอย่างที่สุดที่กระทำอย่างป่าเถื่อนทั้งเช้าทั้งเย็น ด้วยความที่มันทำกับเราราวไม่ใช่คน ไม่ได้ร่วมแผ่นดินเดียวกัน หลายคนจึงเข้าไปทุบตีอรินท(ร)ราช ด้วยไม้ไผ่และท่อนไม้ขนาดไม่ใหญ่ที่เก็บได้ แปลกที่พวกมันหนีอย่างเดียวทั้งที่เรามีไม่กี่คน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราบางคนขว้างขวดน้ำใส่มันมันก็ขว้างระเบิดเข้าใส่
เราอยู่ตรงนั้นอยู่พักใหญ่ถามไถ่อาการของแต่ละคน ผมยื่นขวดน้ำเกลือที่พี่อู๊ดให้ไว้ใช้ยามจำเป็นให้เพื่อนของเราได้ล้างตา จนฟ้าเริ่มมืดและเสียงระเบิดที่ยังดังกึกก้องมาจากลานพระบรมรูปทรงม้า ผมชวนพี่สาวสองคนเดินกลับไปที่รถเวทีหน้ารัฐสภา ต้องไปด้วยความระมัดระวังและเร็วเพราะตำรวจยังไม่หยุดยิงใส่เรา ที่หน้ารัฐสภาอยู่ในสภาพน้ำเจิ่ง ขวดน้ำเกลื่อนถนน เละพอๆ กันกับราชวิถี นี่มันทำกับเราทุกทาง และในขณะนั้นมันยิงเราตามหลังและยิงดักหน้าเรา มันทำอะไร-มันคิดอะไรของมัน?
ปล. วันนี้ไม่สบาย พี่หน่อยบอกว่าเป็นผลกระทบจากแก๊ส ปวดไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ตัวร้อน รุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ ปวด-แสบขอบตา ไอแห้งๆ มาสองสามวันแล้ว ทนเขียนได้แค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ติดตามช่วงต่อๆ ไปหลังจากอาการดีขึ้นหรือขืนเขียนต่อได้

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ พวกท่านเสียสละอย่างมากมาย
ขอคาราวะจิตใจพี่น้องในเหตุการทุกคนครับ
ถ่ายทอดเรื่องราวที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปร่วมได้เห็นภาพตามไปตลอดเลยครับ
เขียนได้ดีจริง ๆ
ช่วงนี้เหนื่อยใจกับบ้านเมือง
มันทำร้ายเราได้แต่ร่างกาย
แต่ใจเราสู้ไม่เคยถอย
พวกเราพร้อมออกมาสู้ทุกครั้งที่เหตุการณ์ก้าวสู่จุดวิกฤติ
แข็งใจหน่อย ชัยชนะใกล้มาถึงแล้วครับ เพื่อนนักสู้ทุกคน
และขอไว้อาลัยแด่วีรชนผู้กล้าทุกท่าน
ถูกต้องครับ ตรงหน้าท่านเป็นแบบที่ท่านถ่ายรูปมาให้ดูก็ OK ครับ แต่ืที่อื่น ไม่ใช่ ท่านมี NET ลองเข้าหลาย ๆ ที่นะครับ แล้วทำใจให้เป็นกลางแล้วท่านจะทราบว่าอะไรเป็นอะไร
ผม่ไม่ได้อยู่สถานที่เกิดเหตุกับท่าน แต่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นจำนวนมาก จาก NET หลาย WEB ทีวีหลายช่อง ทั้งไทยและต่างประเทศ แม้กระทั่ง ASTV จึงเห็นอะไรมากมาย จึงสามารถประกอบการตัดสินใจได้ครับ
( ผมเคยอยู่ในเหตุการณ์เลาร้ายยิ่งกว่าคุณอีกครับ ทำให้ผมทราบว่าอะไรคืออะไร )
ได้ร่วมในเหตุการณ์นี้เช่นกัน…
และคงไม่มีวันที่จะลืมเสียงสะเทือนเลือนลั่นที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนั้น
ตำรวจของทรราช
น้องเน ทำดี แล้ว ทั้งภาพและเรื่องราว ทั้งหมดที่นำมาลงไว้
ผมเองตั้งใจว่า จะต้องไปร่วมสู้ ร่วมเป็นร่วมตาย กับ พธม.ที่ กทม. แต่ก็ลางาน ไม่ได้
สุดท้าย ก็เป็นเพียง “นักรบหน้าจอ” ติดตามข่าวจาก boringdays ด้วยความรู้สึกที่คับแค้น ในใจ
ยอมรับว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลา จนถึงวันนี้ ผมน้ำตาร่วง หลายครั้งแล้ว….ครั้งสุดท้าย เมื่อทราบว่า สมเด็จราชินี และ ฟ้าหญิง เสด็จไปร่วมในงานเผาศพ น้องโบว์ ความรู้สึกตื้นตันใจในพระเมตตาของพระองค์ที่มีต่อน้องโบว์ , มีต่อ พธม. ทำให้ผม สุดจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
ขอเป็นกำลังใจแก่ พธม. ที่ กทม.ทุกคน เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม เราต้องชนะ พวกมาร แน่นอน
( สำหรับน้องเน … ถนอมตัว และรักษาสุขภาพด้วย เพราะศึกครั้งนี้ อาจจะยุติภายในเดือนตุลานี้ หรืออาจจะยืดเยื้อต่อไปอีก.. และหากยืดเยื้อ เราคงต้องเปลี่ยนยุทธวิธี…)
พี่หลวง ( เขยพิปูน )
ขอบคุณมาครับพี่หลวง หนุนช่วยที่หาดใหญ่-สงขลาก็ได้ครับถ้าไม่สะดวก
ตอนนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงแล้วอาการไอเหมือนจะหายแล้ว ไข้ก็เหมือนจะหายแล้ว
พรุ่งนี้ไปทำเนียบต่อ ไม่ไปหลายวันโดนพี่แหม่มดุเลย
วันนี้ตื้นตันใจเหมือนกันเรื่องน้องโบว์ จนวันนี้ยังคิดไม่ออกว่าตอนยิงกันสนุกสนานอย่างนั้นเขาคิดอะไรกัน
เยี่ยมมากน้องเน
แล้วเจอกัน พี่ก็เดี๊ยง ไข้จับ ไอ (ยังไม่หาย) ใจนะจู้ๆอยู่แล้ว แต่สังขาร…อย่างที่น้องเห็น
มาคารวะจิตใจอันกล้าหาญของผู้กล้าทุกท่านทุกคน และคุณเนด้วย
ขอคุณพระรัตนตรัยคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ปลอดภัย
พันธมิตรUSAขอเป็นกำลังใจ และทางเราพันธมิตรวอชิงตันดีซีและในรัฐอื่นๆก็ได้รวบรวมทั้งแรงเงินและแรงใจส่งไป ถึงตัวไกลแต่ใจก็รักชาติ และขอคารวะทัพหน้าด้วยใจ…
แต่จะบอกต่อเรื่องราวที่คุณได้ถ่ายทอดในเว็บนี้ให้คนทางนี้ได้รู้…)
(อยากforwardรูปให้ดูแต่โพสต์ในเว็บไม่เป็น