ขอเป็นกระจกสักหนึ่งครั้ง
5 July 2007 - 21:22
ผมคงจะเพี้ยนครับวันนี้ เลยอยากเขียนเรื่องประเภทไม่อยากเขียน คือ เขียนอดีตของคนอื่น เพราะเข้าใจโดยตลอดว่า การพูดถึงอดีตของคนในวัยที่อายุยังน้อย เป็นเรื่องไม่เหมาะ เพราะอะไรๆ มันพลาดได้ง่าย ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่รายล้อม ผมจึงไม่ค่อยจะพูดถึงอดีตของคนอื่นในด้านนี้ เว้นแต่อดีตที่ชั่วต่ำตอนวัยวุฒิพร้อมแล้ว
แรงบันดาลใจครั้งนี้มาจากชายอายุ ๓๒ ที่ชื่อ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เอาเรื่องผลการเรียนของ พล.อ. สนธิมาแฉ พฤติกรรมแบบนี้มันน่ารังเกียจทุเรศทุรัง
ณัฐวุฒิ ชื่อเล่น เต้น เป็นรุ่นพี่ผมปีนึง รร. เบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ถ้าจำไม่ผิดน่าจะรุ่น ๙๔ (โทษที ผมไม่แน่ใจรุ่นตัวเอง แถมแหวนรุ่นโดนรุ่นน้องขโมย)

เต้นเป็นเด็ก “เอิด” และหัวหมอ ภาษาสมัยจะเรียกว่าเกรียนก็ไม่แปลก เก่งใช้ปาก โดยเฉพาะเรื่องการพูดโต้วาที ภาพที่ผมเห็นบ่อยสุด คือ เป็นหัวหน้าแก๊งพวกเกรียนที่ชอบแอบดูดยาในห้องน้ำ สมัยนั้นก็กรองทพิย์แหละครับ บ่อยที่แอบโดดรั้วข้างตึก ๕ ไปแอบซื้อบุหรี่หลังโรงเรียน
การเรียนก็พื้นๆ ไม่ได้ดีเด่นอะไร แต่เรื่องพูดจากหัวหมอนี่แหละครับที่ทำให้รุ่ง เป็นตัวแทนโรงเรียนไปชนะการแข่งกันทีวีวาที ช่อง ๙ ของคุณกรรณิการ์ในสมัยนั้น
ก็เลยกางปีกกร่างไปทั่วโรงเรียนหนักกว่าเดิมตั้งแต่บัดนั้น เพราะเป็นที่ชื่นชมของคนทั้งโรงเรียนและทั้งจังหวัด แต่ท้ายสุดก็ก่อเรื่องขโมยของในสหกรณ์ สหกรณ์โรงเรียนไม่ได้ขายอะไรที่มีค่ามากมายครับ ตั้งอยู่ที่โรงอาหาร อาคารเอนกประสงค์ ส่วนใหญ่ใครๆ ก็จะไปซื้อนมกะขนมกินกันช่วงปลายคาบ ๖
ครั้งนั้นเป็นเรื่องเป็นราวหวิดโดนไล่ออก แต่มีอาจารย์หลายคนเห็นแก่คุณความดีที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเลยขอร้องอาจารย์ใหญ่กับฝ่ายปกครองให้ละเว้นโทษตาย จึงได้รอดตัวมา
เรื่องให้เล่าในรั้วโรงเรียนมีอีกเยอะครับ เอากันพอเท่านี้พอหอมปากหอมคอ พูดไปมันจะเสียกันไปใหญ่ เพียงแต่มีคำถามสั้นๆ ว่า
๑. ที่เอาผลการเรียนคนอื่นมาโจมตีนั้น ได้ดูเกรดตัวเองดีหรือยัง? ถ้าเรียนดีระดับพอกันหรือดีกว่า (ผมไม่อยากเอาระบบที่ต่างกันมาเปรียบเทียบนะครับ เพราะเบญจมฯ ยุคนั้นยังเข้มพอดู) เคยมีชื่อติดเอ็นท์ตรง เอ็นท์กลางกับเขาปล่าว ถ้ามีทำไมต้องจรไปเรียนเอกชนแถวคลองประปา?
๒. เคยเห็นว่ามีรุ่นพี่คนไหนทำให้เบญจมฯ เบื้อนขนาดนี้บ้างหรือเปล่า ส่วนใหญ่ไปได้ดิบได้ดีและทำความดีให้กับสังคม ผมเข้าใจว่าระบบกิจกรรมของเบญจมฯ สมัยนั้นดีมาก แต่ทำไมเราได้ผลผลิตแบบนี้ออกมา?
๓. ไอ้ที่จาบจ้วงพล.อ. เปรม ในฐานะองคมนตรี ถึงไม่ใช่ฟ้าแต่อยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ที่ก่อความวุ่นวายจนพระเจ้าอยู่หัวเป็นทุกข์เป็นกังวลทุกวันนี้ ทั้งที่ควรเป็นปีแห่งความปิติ ทั้งหมดเพียงเพื่อเงินที่หน้าเหลี่ยมหยิบยื่นให้ เข้าใจครับว่าด้วยปัญญาที่มีคงหากินทางอื่นยาก แต่ไอ้ที่จาบจ้วงอยู่ทุกวันนั้น เป็นทีปรึกษาของพระมหากษัตริย์พระองค์ที่เป็นหลานของพระมหากษัตริย์ที่สร้างโรงเรียน “เบญจมราชูทิศ” คิดให้หนักให้รู้จักคำว่า “บุญคุณ”
เด็กนครคนไหนได้เรียนเบญจมฯ ถือเป็นบุญอย่างสูง ผมก็เข้าใจว่าแม่ของเต้นที่เป็นภารโรงอยู่ที่แห่งหนึ่งคงภูมิใจในตัวลูกมากตอนนั้น วันนี้ลูกชายตอบแทนโรงเรียนอย่างไร
วันไหนกลับไปโรงเรียน จงได้แวะไปศาลาทรงไทยเพื่อไหว้พระม่วง กราบที่อนุสาวรย์รัชกาลที่ ๕ และสำนึกให้ได้ว่าเป็นลูก “ขาว-แดง”
….
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด ๒: หาตังค์มาซื้อกิน (0.773)
- จิ๋มของหนูครูไม่เกี่ยว (0.773)
- ทิ้งขยะในนี้ท่านจะมีโชค (0.773)
- ช็อตแล้วหลาว (0.773)
- งานแต่ง ๑ (0.773)
- เมืองเสรี (RANDOM - 0.273)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















19 August 2007 เมื่อ 08:31
ผมว่าหากไม่มีคนแบบเต้น วีระ หมอเหวง จตุพร ในประเทศนี้ ทหารมันคงนึกว่าพวกตนเป็นอัศวินขี่รถถังมาช่วยเหลือชาวไทยไปตลอดชาติ
ความจริงทหารคือคนกลุ่มที่โง่(เรื่องการบริหารประเทศ) แต่ขยัน(ในกิจกรรมที่ตนเองไม่ถนัด ส่วนเรื่องการรบ กลับไม่ขยันหายุทธศาสตร์ ยุทธวิธีที่จะเอาชนะข้าศึก เยี่ยงโจรใต้) อันเป็นภัยอย่างยิ่งต่อทุกภารกิจ
ณ วันที่ 19 กย.2549 เป็นช่วงที่พระเจ้าอยู่หัวทรงหยิบยื่นตุลาการภิวัฒน์มาสู่ปวงชนชาวไทย กกต.ติดคุกไปแล้ว กระบวนการยุบพรรคกำลังอยู่ในศาล แม้นการเลือกตั้งที่ทรงลงปรมาภิไทยให้มีขึ้นในเดือน ตค.49 ก่อนจะทรงเข้ารพ.ศิริราชด้วยซ้ำ พรรคไทยรักไทยอาจจะเข้ามาเป็นที่ 1 ได้จัดตั้งรบ.อีกครั้ง และต้องดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่รับปากเอาไว้ เมื่อมีสสร.เกิดขึ้นตามความต้องการของปชช.เรียบร้อยแล้ว ในที่สุดก็ศาลก็จะฉวยจังหวะนั้น ตัดสินยุบพรรค ตายตกไปตามกันกับ กตต.แน่นอน
ณ วันที่ 19 กย.2549 ทักษิณกำลังถูกมัดมือ มัดเท้า รอวันเข้าสู่หลักประหารอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ทั่วโลกยอมรับ คมช.กลับถือปืน บุกมากระหน่ำยิงนายกทักษิณอย่างไม่ยั้งมือ แถมยังยิงไม่หยุดมาจนถึงวันนี้ จนทั้วโลกพากันตระหนกตกใจ และที่ร้ายกว่านั้น ทักษิณที่กำลังจะถูกศาลประหารชีวิตทางการเมือง กลับกลายมาเป็นพระเอกของคนทั้งโลก ศาลต่างหากที่ตัดสินภายใต้บริบทของเผด็จการ อย่างชนิดค้านกับสายตาชาวโลก เหมือนนักชกไทยหลายรายที่ไปป้องกันแช้มป์ ในต่างประเทศ ชกสวย ต่อยดีเข้าตาคนไทยทุกหมัด แต่ถูกตัดสินจากกรรมการที่ถูกเชิญมาจากปท.เจ้าบ้านให้แพ้ต่อหน้าต่อตา
ผมเชื่อว่าวิบากกรรมของประเทศไทยที่หนักที่สุด ก็คือความน่าเชื่อถือ ของศาลในสายตาคนทั้งโลกถูกทำลายลง เพียงเพราะตัดสินคดีนี้ภายใต้ บริบทของคมช. ทหาร เผด็จการ หากย้อนกลับไป ไม่มี คมช.เมื่อ 19 กย.49 ถึงจะอย่างไรเสีย การตัดสินยุบพรรค ทรท. ประหารชีวิตทางการเมืองทักษิณในวันที่ 30 พค.50 ซึ่งควรจะเป็น ประมาณ กพ.หรือ มีค.50 ซะด้วยซ้ำ คงจะดูสง่างาม ไม่บั่นทอนศักดิ์ศรีแห่งศาลได้รุนแรงถึงปานนี้
แล้วเลือดขาวแดง ของคุณ กับ ณัฐวุฒิ นั้น ใครมันควรจะเข้มข้นกว่ากันล่ะครับ
19 August 2007 เมื่อ 08:41
ต่ออีกนิด
จึงควรมีคำถามว่า คมช.เข้ามาทำไม
คำตอบ
1.เพราะเล็งเห็นผลประโยชน์ที่ตนเอง และพวกพ้องจ้องเอาไว้นานแล้ว หลังจากกระแสเผด็จการตกต่ำในประเทศนี้มานานหลายปี
2.ทั้ง ทศท.ทอท.อสมท.และบรรดาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ถูกจัดสรรค์ปันส่วนกันอยู่ทุกวันนี้คือคำตอบที่ชัดเจน
3.ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
ผลที่เกิดขึ้น
1.ประเทศไทยถูกลดชั้นลงไปเท่าเทียมพม่า
2.เศรษฐกิจพังทลาย
3.อำนาจตุลาการ ระบอบศาลสถิตย์ยุติธรรม ถูกดึงลงสู่การเมือง ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือไปอีก 100 ปี