คนละเรื่องกับประชาธิปไตย
3 July 2009 - 01:03
หลังกินข้าวกับ “ยี้ห้อย” เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันก่อน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงในหลายประเด็น ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ที่พูดเป็นไปโดยหลักการและความมุ่งมั่นที่นายอภิสิทธิ์พูดมาซ้ำ ๆ หลายครั้ง แต่ในทางปฏิบัติยังแทบทำอะไรไม่ได้มากนัก
โดยเฉพาะกับประเด็นคอรัปชั่น ที่เกาะกินรัฐบาลชุดนี้ ด้วยและโดย “หมัดสุนัข” ที่เรียกว่า พรรคร่วมรับประทาน (= รัฐบบาล) ซึ่งเฮละโลมาจากซากสุนัขตัวเก่า ทักษิณ ชินวัตร
อย่างน้อยก็พอเห็นความพยายามที่เป็นรูปธรรมบ้างอย่างกรณีจำนำข้าวของรัฐมนตรีหมอนวด ที่ถูกปัดพ้นโต๊ะที่ประชุม ครม. เพียงแต่ว่า โครงการสวาปามระดับอุบาทว์อย่างรถเมล์ ๔ พันคัน หรือแผนเขมือบรถไฟ ก็ยังคาราคาซังอยู่
ตัวนายกฯ สามารถทำได้มากสุดก็เตะลูกยาวทิ้งไปก่อน ซื้อเวลาไปพลาง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาล เพราะว่ายังมีวิกฤติของชาติอีกแยะที่ต้องแก้ ประชาชนที่ตั้งความหวังกับคำหวานก็จำต้องรับสภาพ จะหาดีกว่านี้ในสภาพแบบนี้ก็ยากเต็มที ซ้ำถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ก็ใช่ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะมีโอกาสกลับมานั่งที่เดิมได้ง่าย ๆ ที่มาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะประชาชนไปตายก่อนเรียบร้อยแล้ว หรือใครว่าไม่จริง
เนื้อหาปฐกถาโดยรวมก็หวานหูดีครับ ฟังพอเคลิ้มให้ลืมความสิ้นหวังในบ้านเมืองและการเมืองลงไปได้ แต่ไม่เห็น “หน่อ” อันเป็นรูปธรรม หรืออะไรที่นายกฯ เรียกว่า “ทิศทางที่ดี” ให้พอเป็นความหวัง อาจจะอย่างนี้นี่เองที่พันธมิตรฯ ส่วนหนึ่งดำริว่า หมดเวลาที่จะ “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ” (ส่วนจมูกตัวเองดีแค่ไหน ยังอีกยาวนานกว่าจะรู้กลิ่น)
ด้วยอะไรก็ไม่อาจทราบได้ หมู่นี้ความหมายของคำง่าย ๆ อย่าง “ประชาธิปไตย” ดูจะสับสนและเลอะเทอะมากพอสมควร อาจจะเป็นมานานแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะหนังสือเรียนสมัยไหน ๆ หรือสื่อต่าง ๆ รวมไปถึงนักการเมือง พากันบอกว่าคือ การเลือกตั้ง หรือความสับสนนี้เกิดกับผมเป็นการเฉพาะก็ไม่ทราบได้ครับ
ซึ่งอาจจะมาจากอิทธิพลของนิยามประชาธิปไตยใหม่ของ “คนเสื้อแดง” ที่ให้ความหมายเท่ากับ “ทักษิณ ชินวัตร”
ทัศนะต่อความหมายของประชาธิปไตยอาจต่างกันได้และไม่คงที่ ขึ้นกับสภาพสังคมและอีกหลายปัจจัย คนรุ่นใหม่ในประเทศตะวันตกปัจจุบันอาจมองในความหมายของ “สิทธิ เสรีภาพ และการเลือกตั้ง” บ้านเราพูดถึงเรื่องสิทธิและเสรีภาพค่อนข้างมาก แต่ส่วนใหญ่ออกไปในแนวที่ขาด “กรอบ” ถึงที่สุดก็ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “เอาแต่ใจ” กลายเป็นสังคมที่ขาดทั้งระเบียบ กรอบ กติกาและวินัยอย่างที่สุด
สิ่งที่คู่กับสิทธิ เสรีภาพ คือ การไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพ (ของผู้อื่น) ที่อาจเรียกว่าเป็นหลักการพื้นฐานอย่างหนึ่งของประชาธิปไตย เพียงแต่..มีข้อยกเว้นซึ่งทั้งสัมพันธ์และไม่เป็นเรื่องเดียวกันกับประชาธิปไตย นั่นคือ การประท้วง (Protest)
ส่วนหนึ่งของปฐกถา นายอภิสิทธิ์กล่าวเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพไว้ว่า
เรื่องนี้ปัจจุบันมีการตื่นตัวกันเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะภาคประชาชนต้องเติบโตในเรื่องนี้ แต่ต้องตั้งคำถามว่าขอบเขตการใช้สิทธิการประท้วงนโยบายและผู้มีอำนาจเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยหรือไม่ การข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ปิดถนน ใช้อำนาจมาต่อรอง มันไม่ใช่ประชาธิปไตย ใครที่มีปัญหาสามารถร้องเรียนและแสดงออกได้ แต่อย่าปิดถนนและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยขอยืนยันว่ารัฐบาลมีจิตสำนึกในด้านประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทั้งนี้ การเจรจาต้องไม่ใช่การข่มขู่แบบไม่มีประชาธิปไตย เพราะการคัดค้านรัฐบาลนั้นกระทำได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ผมอาจเข้าใจไปเองว่าที่ นายกฯ พูดถึงนั้นหมายถึงการ “ประท้วงเพื่อพ่อ” ของเสื้อแดง ที่ดิบ เถื่อนใช้ความรุนแรง แต่จะจำกัดอยู่แค่นั้นหรือไม่ ไม่อาจเดาได้
การประท้วงเกิดได้ในทุกประเทศ ทั้งในประเทศที่เป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย รบกวนท่านผู้อ่านหาประวัติศาสตร์อ่านกันเอาเองนะครับ ในบันทึกอาจย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษ ๑๖ ก่อนหน้ายุคประชาธิปไตยเสียด้วยซ้ำ อย่างใกล้บ้านสุดก็การประท้วงในประเทศพม่าเมื่อปีก่อน ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย
รูปแบบการประท้วงมีหลากหลาย ทั้ง การชุมนุมประท้วง การเดินขบวนประท้วง การผละงานประท้วง (strike) การแก้ผ้าประท้วง (ของกลุ่ม PETA) การแต่งเพลง-เขียนบทความประท้วง อดอาหารประท้วง การดื้อแพ่งต่ออำนาจรัฐ (ที่เรียกสวย ๆ ว่า อารยะขัดขืน) ฯลฯ ขึ้นและไม่ขึ้นกับจำนวนคน ใช้และไม่ใช่ความรุนแรง
เพียงแต่ว่าสังคมเราไม่ยอมรับความรุนแรง และไม่ควรมีความรุนแรง (ที่ชนิดหนึ่ง –ยกเว้นความรุนแรงบางประเภท-ระดับ เช่น ทางวาจา)
การชุมนุมแทบจะทุกครั้งในทุกประเทศ กระทบสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงความเป็นอยู่อย่างปกติของบุคคลอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้หลายประเทศในตะวันตกมีการจัดการบางระดับ เช่น การอำนวยความสะดวกปิดถนนบางช่วงเวลา มีการกำหนดกฏเกณฑ์ที่แน่ชัด เช่นจะเดินไปที่ไหน ๆ ก็แจ้งมา รัฐอำนวยความสะดวกให้ แต่หากนอกลู่นอกทางอย่างเช่นทำลายข้าวของหรืออื่น ๆ จะโดนจับกุม
ในบางกรณีอย่างเช่นการผละงาน ที่มีให้เห็นทั่วไปโดยเฉพาะประเทศตะวันตกนั้น ผู้คนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยปกติการประท้วงมักเป็นสิ่งสุดท้ายจะกระทำ หากช่องทางอื่นๆ ถูกใช้ไปหมดแล้วแต่ไม่บรรลุผล หรือแก้ไม่ได้ด้วยขั้นตอนที่มี หรือแม้แต่การเจรจา
ผมไม่เชื่อว่าพันธมิตรฯ สามารถเจรจาให้นอมินีของทักษิณลาออกได้ เช่นกัน ผมไม่เชื่อว่าเสื้อแดงสามารถเจรจาให้อภิสิทธิ์ลาออกได้
ครับ บางทีเราเอาคำว่าประชาธิปไตย ไปทำให้ความหมายอื่น ๆ เครือบคลุม อย่างคำว่าประท้วงไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นต้น การประท้วงไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยหรือไม่ประชาธิปไตย และการประท้วงอาศัย “อำนาจ” บางอย่างเป็นเครื่องต่อรอง เสมอ ๆ
สำหรับสังคมไทย การประท้วงรูปแบบใด มีสิ่งกำกับที่อยู่เหนือคำว่าประชาธิปไตย ผมหมายถึง “จริต” ของสังคม ที่เรามีค่านิยมของเราอย่างหนึ่ง ..ตามนี้!!
๏ รบ – ๖ ๑๑ ๘ ฯ รศ ๒๒๘
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- เลือกที่จะไม่เลือก (0.500)
- คนดีใช่ว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ (0.500)
- โศกนาฏกรรมรถตู้ยะลา:คิดได้แค่นี้ (0.500)
- เผาเถอะครับ (0.500)
- เขาเรียกว่า"เนรคุณ" (0.500)
- จากไฮทักษิณสู่ไทยรากหญ้า (RANDOM - 0.500)
n/e
หมวด: 























3 July 2009 เมื่อ 01:12
โอ๊ะ มาพอดีเวลา publish เลยครานี้
)
(คอมเมนต์ไร้สาระจริง
3 July 2009 เมื่อ 01:32
ใช้เวลาแห่งความไร้สาระของเราในยามค่ำคืน เดินมาเรื่อยๆ จนมาเงยหน้ามองที่บล็อกนี้
โอ้ มันช่างมีสาระจริงๆ
ไม่เบื่อกันบ้างหรือไง ไล่กันไป ไล่กันมา
ตัวกู ของกู ประเทศกู
3 July 2009 เมื่อ 01:38
@SE7EN:
ไปนอน ชิ่ว ๆ
@PatSonic|Com:
ไม่เบื่อจะไล่กันไปกันมา อาจจะเพราะใช้เวลาดูหนังฟังเพลงน้อยไป ..ฮา
3 July 2009 เมื่อ 01:55
วันนี้หนูเนนอนดึกโว๊ย
แปลกจัง…สำลีกวนคุณตาหรือยะ
บอกสำลีไปตามหาพ่อที่สนามหลวงดีกว่า…เผื่อจะโฟนอิน โฟนเอ้าท์บ้าง
สำลี…เคอิโง๊ะ
3 July 2009 เมื่อ 09:45
@นอ หน่อย คนมีนอ:
เมื่อคืนนอนไม่หลับกระสับกระส่าย แตกเนื้อหนุ่มน่ะเจ๊ เป็นไรไม่รู้ล้มตัวนอนแล้วกว่าจะหลับก็ตีสองกว่า
สำลีมิใช่แมวชั้นต่ำ ไม่ไปสนามหลวง
ป.ล. หนูสำลีนอนข้างปู่ทุกคืน
6 July 2009 เมื่อ 15:58
ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด พูดแล้วคำพูดเป็นแค่เพียงลมปาก…
ย้อนรอย…Speech of Abhisit : Spirit of Leadership! เมื่อ 6 เดือนก่อน
ห้ามฟังก่อนนอนเกินวันละครั้ง หากไม่อยากฝันดีจนลืมตื่น
http://www.oknation.net/blog/anti-corruption/2009/07/06/entry-1
7 July 2009 เมื่อ 15:25
ตกลงว่าสำลีเป็นหลานปู่หรือหลานตากันแน่
แรกๆ อาม่าเรียกหลานปู่…เธอให้เรียกหลานตา
มาวันนี้ฉันเรียกหลานตา…เธอกลับให้ฉันเรียกหลานปู่…โอ๊ย…งง