ประชาธิปไตยของกระทิงแดง นปก.
ลำดับที่ 427 • 26 May 2008 - 15:07
ถ้าย้อนไปเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้วในเหตุการณ์เดือนตุลา กลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการปิดล้อมและทำร้ายผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ กลุ่มกระทิงแดง กลุ่มนี้มีการทำงานประสานกับตำรวจและทหารเป็นอย่างดี
หลังการประกาศชุมนุมใหญ่ ผมเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของกลุ่มนรกป่วนกรุง หรือ นปก. และเครือข่ายคนรักเหลี่ยมด้วยความเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุไม่ดี เพราะประการหนึ่งมีการเตรียมคนเพื่อการ “เผชิญหน้า-ฆ่ามัน” ทั้งโดยเปิดเผยผ่านเครือข่ายคนรักเหลี่ยมและ นปก. อย่างฟ้าใหม่ เสรีชน และวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ที่กระจายเสียงคลุมทั้งพื้นที่กรุงเทพ และข่าวเชิงลึกที่รับมาจากภายในกลุ่มคนรักเหลี่ยมว่ามีการเตรียม-ว่าจ้างแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซต์ และชายฉรรกจ์จำนวนหนึ่งพร้อมสำหรับการเข้าโจมตีทำร้าย ตลอดไปจนถึงการแจกจ่ายวิธีการผลิตอาวุธบางอย่าง
นรกป่วนกรุงยกพลจำนวนหนึ่งไปประจำการที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ติดเครื่องเสียงขนาดเล็กคอยด่าทออยู่ตลอดเวลา แปรรูปคล้ายหน่วยจรยุทธ์ กระทั่งเมื่อเวทีพันธมิตรเริ่มขึ้นและเริ่มการปราศรัย นปก. เริ่มปฏิบัติการปาขวดน้ำ ขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และอื่นๆ จนเกิดการขว้างขวดน้ำกลับกันไปมา เป็นสงครามขวดน้ำย่อมๆ และดำเนินต่อเนื่องระหว่างการปราศรัย อาวุธอื่นที่พอจะหาได้อย่างเช่น หิน เศษคอนกรีตขนาดใหญ่ ไม้ โดยเฉพาะท่อนไม้ที่มีการตระเตรียมและรื้อมาจากบริเวณรั้วข้างเคียง และหนังสติ๊กที่เตรียมพร้อมมาจากบ้านถูกใช้และระดมขว้างอย่างต่อเนื่องระหว่างการปราศรัย
จนจุดเดือดรอบแรกเกิดขึ้นระหว่างที่อาจารย์ภูวดล ทรงประเสริฐขึ้นปราศรัย ม็อบรับจ้างนรกป่วนกรุงระดมขว้างปาอย่างหนัก ทำให้พันธมิตรส่วนหนึ่งข้ามฟากไปเอาคืน ซึ่งเข้าใจว่าคงมีอารมณ์และเกินความอดทน เพราะระหว่างนั่งฟังปราศรัยได้ถูกรบกวนจากทั้งเสียงโทรโข่ง และขวดน้ำก้อนหินขว้างปาเป็นเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่ใช้เวลาประมาณ ๕-๑๐ นาที ที่บนเวทีสามารถคุมสถานการณ์ฝ่ายพันธมิตรได้
ถ้าเราจะมองด้วยฐานคิดของคนในระดับที่มีวุฒฺภาวะทางอารมณ์และปัญญา เราควรจะแยกแยะได้ว่าไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องทำให้เกิดการเผชิญหน้า พันธมิตรมีที่ของตัวสำหรับการแสดงความเห็นอยู่ที่หนึ่ง ฝ่ายต่อต้านมีที่ของตัวสำหรับการต่อต้าน ต่างฝ่ายต่างแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ เหตุไม่ควรเกิดก็จะไม่เกิด อย่างเดียวกับที่ไม่มีพันธมิตรคนไหนเข้าไปก่อกวนเมื่อครั้งนรกป่วนกรุงชุมนุมสุมหัวกันอยู่ที่สนามหลวง หรือไปบ้าคลั่งที่หน้าบ้านสี่เสา
แต่นี่อะไร ขนพรรคขนพวกมารุมด่าอีกฝ่าย ปาขว้างทำร้าย ซ้ำเตรียมพร้อมเป็นกระบวนการ-ขบวนการ พร้อมอาวุธครบมือ
เท่านั้นไม่พอ ยังแสดงพฤติกรรม “หมาลอบกัด” ดักทำร้ายคนที่ร่วมชุมนุมขณะเดินข้ามฟากเพื่อขึ้นรถกลับบ้านหลังลงชื่อถอดถอน สส. สว. เสร็จ ที่ถูก “ดักตบ-ถีบ”!!
มันเป็นอะไรหรือครับ นี่หรือคือคนที่อ้างตัวว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแบบหน้าเหลี่ยม? ขว้างปาคนที่มาชุมนุมอย่างสงบ เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ ยังแสดงพฤติกรรมต่ำ-ถ่อย ลอบกัดลอบทำร้ายระหว่างทาง และคนที่ถูกทำร้ายเป็นแค่เพียงแม่กับลูกสาวที่เดินกันตามลำพัง และตำรวจก็ยืนดูด้วยอาการสงบอย่างยิ่ง!
มากกว่านั้นยังเที่ยวลอบวิ่งมาชิงธงแย่งผ้า เอาไปเผา พันตีน ยั่วยุ คนรักเหลี่ยมมีคุณภาพระดับนี้น่ะหรือ? รักประชาธิปไตยจนคลุ้มคลั่ง รักเทิดทูนเหลี่ยมอย่างหัวกุ้ง ถึงขั้นแสดงพฤติกรรมสถุน อย่างคนไม่ได้รับการศึกษาอบรมสั่งสอน
ประชาธิปไตยไม่น่าจะสร้างขึ้นได้ด้วยพฤติกรรมอันต่ำทราม ไม่เคารพความคิดและการแสดงออกของผู้อื่น ย่ำยีทำร้าย และไร้สติ
สิ่งที่ผมหวั่นวิตกสุด คือ เมื่อพันธมิตรประกาศจะเคลื่อนพลย้ายไปปักหลักที่หน้าทำเนียบ ครับไม่ว่ากองทัพไหนๆ หรือแม้แต่ตำราพิชัยยุทธก็พูดถึงว่า การเคลื่อนทัพเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งที่พึงระวัง
ด้วยความที่กองหลังมีภาระในการขนย้ายของและการ์ดที่มีอยู่จำนวนน้อยถึงถูก นปก. พุ่งเข้าจู่โจมไล่ตีแทบทันทีที่ส่วนใหญ่เคลื่อนออกไป ระดมปาก้อนอิฐหินราวห่าฝน เป้าหนึ่งอยู่ที่รถที่คุณยุทธิยง ลิ้มเลิศวาทีอยู่ ซึ่งโดนก้อนคอนกรีตหนักกว่า ๒ กิโลกรัมที่ศรีษะ จนเลือดนอง
การไล่ล่าตามหลังของ นปก. ทำให้ส่วนที่เคลื่อนไปก่อนของพันธมิตรต้องย้อนกลับมาช่วย การชุลมุนตะลุมบอนจึงเกิดขึ้น และบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย และเช่นเคยคือตำรวจดูเหตุการณ์ด้วยความสงบ เหตุยังไม่จบ หลังจากนั้น นปก. ตามไปโจมตีต่อที่ท้ายขบวนตรงสะพานผ่านฟ้า ขว้างปาทำร้ายโดยตำรวจอยู่เฉย กระทั่งพันธมิตรตอบโต้ตำรวจจึงยิงแก๊สน้ำตาเขาใส่เพื่อสลาย
เหตุการณ์ดูคล้ายกับว่ามีการตระเตรียมมาเป็นอย่างที่พอสมควร เพื่อล้อมตี ด้านหน้าตำรวจยัน ด้านหลัง นปก. ตามตี ด้วยกลุ่มคนที่มาพร้อมก้อนหินและท่อนไม้ พร้อมหน่วยโจมตีเคลื่อนที่ของมอเตอร์ไซต์รับจ้าง
หลังจากเจรจาให้เดินผ่านสะพานผ่านฟ้าฯ ไปได้ ฝ่ายรัฐตรึงกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่อีก ๖ คันปิดทางและยันไว้ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ แถวของพันธมิตรจึงติดอยู่ในถนนแคบและปักหลักด้วยความสงบนิ่ง ด้านหน้าถูกกั้นด้านหลังถูกตี พันธมิตรจำเป็นต้องย้ายเด็ก ผู้หญิง คนสูงอายุไปไว้ด้านหน้า และให้ผู้ชายย้ายไปเป็นแนวกันด้านหลัง
ผลจากการปะทะกันสองครั้งหลังสุดทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ จนมีการโอดครวญผ่านเว็บเครือข่ายคนรักเหลี่ยม ว่า “ประชาชนถูกทำร้าย” หรือ “ร้องขอแล้วยังไม่ละเว้น”!!?
ถ้าเอาวิธีคิดแบบ นายสมัคร สุนทรเวช มาตั้งคำถาม เราอาจจะถามได้ว่า “ถ้าไม่ตามไปตี ไปทำร้ายเขาก่อนจะโดนไหม?” ก็ด้วยเพราะพอเขาเคลื่อนขบวนก็ตามไปโจมตี ขว้างปา ทุบตีจึงถูกตอบโต้ แล้วจะอวดครวญทำไม? ในเมื่อถูกทำร้ายก็ควรมีสิทธิในการป้องกันและตีโต้ให้กระเจิง ก็ในเมื่อตำรวจเป็นเพียงผู้ยืนชมเหตุการณ์ แม้ผมไม่ปรารถนาให้พันธมิตรทำร้ายร่างกาย นปก. ก็ตาม
พันธมิตรใช้ไม้ธงเป็นเครื่องมือหลัก และบางส่วนเป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ นปก. ขว้างมา
ระหว่างการชุลมุน ความเคลื่อนไหวออนไลน์ของฝ่ายคนรักเหลึ่ยมเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการนำภาพมาโพสต์ในเว็บและการกระจายเสียง ที่สลับระหว่างวิทยุออนไลน์และวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ มีการกระจายเสียงสดจากเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยเสียงวุ่นวาย พร้อมการปลุกระดมและอวดผลงานการทำร้ายพันธมิตร โดยเฉพาะช่วงของ “ดีเจมะลิ” ที่หลายท่อนหลุดเสียงสั่งบุกทำร้าย และอาจารย์อีกคนที่ ระบุว่าวีระ มุสิกพงษ์ไปอยู่ที่บ้านเฉลิม อยู่บำรุง เตรียมพร้อมสลายพันธมิตร อนุพงษ์ เผ่าจินดาจะบุกเอง จะเปิดทางให้กองกำลังแท็กซี่ รถบรรทุกและมอเตอร์ไซต์ “บุกกระทืบพันธมิตร“
แนวร่วมออนไลน์ที่เป็นเครือข่ายหลักในการกระจายเสียง คือ ฟ้าใหม่ และเสรีชน มีการโพสต์รายงานสถานการณ์ในทำนองตำรวจทหารพวกเรา จะเตรียมสลายและจับแกนนำหลังเที่ยงคืน มีเสียงยืนยันจะปราบ ยินดีปรีดากับการจะมาถึงและสมทบของกองกำลังวินมอเตอร์ไซต์ รวมถึงการโพสต์อวดผลงานว่าได้ทำร้ายพันธมิตร มีแม้กระทั่งการอวดว่า “เฉลิม อยู่บำรุง เปิดทางให้ นปก รุมทำร้ายพันธมิตร”
พฤติการณ์ของ นปก. ไม่ผิดไปจาก “กระทิงแดง” ในอดีต ต่างเพียงแต่ว่ากระทิงแดงเป็นพวก “ขวาจัด” ขณะที่ นปก. เป็นพวก “เหลี่ยมจัด”
ป้าย:
หมวด: 




ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














26 May 2008 เมื่อ 15:27
อ่อมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
สงสารแม่ลูกเหลือเกิน ซวยไป
เกลียดตำรวจ แต่ก็เห็นใจ เพราะชั้นผู้น้อย ก็ต้องทำตามนายสั่ง
โดยถูกเชิดอยู่เบื้องหลังอีกที
จะเป็นพฤษภาทมิฬอีกไหมเนี่ย
อย่านะเค้าไม่อยากไปคุมราชดำเนิน
27 May 2008 เมื่อ 10:20
ก็มันกลัวไง ถึงต้องทำอย่างนี้ เอาใจสู้ครับ
27 May 2008 เมื่อ 15:59
ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยสมเพชใครเท่าเหลี่ยมเลย
27 May 2008 เมื่อ 16:49
ป.ล. เพิ่งนึกออก นปก. เจอตีนใคร
ศูนย์อนุรักษ์แม่ไม้มวยไทยเพชรบุรี มีมวยไทยขนานแท้ คาดเชือก กรบี่กระบอง นับร้อย
27 May 2008 เมื่อ 18:45
นี่กระทิงแดงกลับมาแล้ว พวกวิทยุยานเกราะล่ะครับ จะกลับมาเกิดใหม่รึป่าว ลุงหมักจะตอบว่าไรนะ
27 May 2008 เมื่อ 18:55
มีครับ มีก่อน นปก. “วิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ คลื่น ๙๒.๗๕ เมกะเฮิรตซ์”
ที่ตั้ง เลขที่ ๕๔๙/๖ ภายในซอยวิภาวดีรังสิต ๓ แยก ๑๓
21 July 2008 เมื่อ 20:50
a. wait ad see, let it go, untill we die.
b. stand up, make changes with wisedom.
c. Set a team of professional A-TEAM to get rid of that one.
d. Kill One Saves All.(KOSA)
27 August 2008 เมื่อ 16:35
เป็นกำลังใจให้พันธมิตรผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ…
ถ้าว่างวันไหนจะไปสบทบด้วย…