แต่เพื่อนร่วมรบ..แล้วเราจะพบกันใหม่
4 December 2008 - 12:05
เช้า ๓ ธันวา ที่สุวรรณภูมิดูสนุกสนาน แต่คนรับชมจากบ้านเป็นนักรบหน้าจอนั้น “ปิติปนเศร้า” นับจาก ๒๕ พฤษภาคม ถึง ๓ ธันวาคม “เหนื่อยเราก็ไม่เหนื่อย เมื่อยเราก็ไม่เมื่อย เราสู้ไปเรื่อยๆ เราไม่เมื่อยเราไม่เหนื่อย” เพื่อ “ทำหน้าที่ ใช้หนี้แผ่นดิน และมาทำบุญ” ล้มระบอบทรราชทักษิณ ปกป้องสถาบันกษัตริย์ที่เคารพรักยิ่งและเพื่อสถาปณาการเมืองใหม่ให้บังเกิด เช้านี้คือวันบอกลาเพื่อนร่วมรบหลังคำประกาศชัยชนะ (เบื้องต้น) เมื่อพลบค่ำ ถนนมุ่งสุวรรณภูมิในค่ำวันที่ ๒ ธันวาคม ติดยาวเหยียด เพื่อไปฉลองชัย เพื่อไปกล่าวคำลา และรุ่งเช้าน้ำตาท่วมสนามบินเมื่อ “นักรบมือตบ” แยกย้ายกลับบ้าน ด้วยไมตรีอันที่จะไม่มีลบเลือน ..แล้วเราจะพบกันใหม่
ความวุ่นวายต่อเนื่องจากพันธมิตรกลับบ้าน ปล่อยเวทีให้เป็นของภาคส่วนต่างๆ ที่เล่น “บทรอง” มาตลอด ๙ เดือน ไม่ว่า กกต. นักการเมือง นักวิชาการ ฯลฯ เล่นกันไป เมื่อถึงกาลล่มสลายของ ๓ พรรคการเมือง พลังประชาชน ชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย แม้นักข่าวเสื้อแดงจาก CNN จะเย้ยไยไพว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ พันธมิตรเป็นผู้ลุกขึ้นขวางการแก้รัฐธรรมนูญ กดดัน กกต. และอัยการ เมื่อรัฐธรรมนูญยังอยู่ศาลรัฐธรรมนูญก็ทำหน้าที่เพียงทำเครื่องหมายในช่องยุบพรรคตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งปรากฎชัดในคำพิพากษาว่าวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้
เพื่อนร่วมรบเอย การรวมกันของคนเล็กๆ อย่างเราตบผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้าคับแผ่นดินอย่าง “เสด็จพี่” ทักษิณ ชินวัตร หัวคว่ำไปแล้ว และเรานี่แหละถีบไอ้เตี้ยหมาตื่น บรรหาร ศิลปอาชา กระเด็นออกจากสภา เราล้มอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ๔ คน และเพราะเรายุบเรียบไป ๓ พรรค ความจริงมีอยู่ว่าพลังของ “ประชาชน” มีอยู่จริงและเข้มแข็งอย่างที่สุด และได้พิสูจน์ตัวเองอย่างจริงจังและเข้มข้นแล้วตลอดเวลากว่าครึ่งปี เป็นพลังที่เป็นปึกแผ่นและเข้มแข็งกว่า มีแสนยานุภาพกว่าเมื่อครั้งการขับไล่ไอ้หน้าเหลี่ยมปี ๔๙
ระหว่างนี้ก็ปล่อยให้เป็นปัญหาของภาคส่วนอื่นๆ ได้แสวงหาทางออกให้กับบ้านเมือง เราก็พักให้คืนแรง แขวนมือตบ-เสื้อเหลืองชั่วคราว
เป็นที่ทราบว่าบรรดาพรรคที่ถูกยุบจะเล่นละครม้วนเดิม คือ สร้างพรรคนอมินี ขึ้นมารองรับและทดแทน พลังประชาชนมีนอมินีเพื่อไทย ชาติไทยมีนอมินีชาติไทยพัฒนา ชาติไทยพัฒนาเป็นบทพิสูจน์ “สัจจะลมปาก” ของบรรหาร ศิลปอาชา ว่าเชื่อปลาไหลอะไรไม่ได้ ที่บอกว่าจะไม่สร้างพรรคสำรองก็มีปรากฏแล้ว และพูดไม่อายน้ำลายว่าจะย้ายกันไป พูดถึงไอ้เตี้ยหมาตื่นผมรู้สึกสมเพชอยู่ไม่น้อยที่เห็นภาพก้มหัวคู้ๆ ยกมือพนมวิงวอนปากคอสั่นให้ศาลเมตตา และรู้สึกรังเกียจชิงชังในคราบน้ำตาและน้ำลายในวันผ้าดำคลุมป้ายพรรค วันนึงกราบกรานวิงวอนวันนึงด่ากราดว่าศาลมีธง สันดานเดียวกับไอ้เหลี่ยมไม่มีเพี้ยนผิด จะน้ำตาไหลไปหาพระแสงของ้าวอย่างกับพ่อมันตายก็ไม่ปาน แล้วทีแข้งแขนชาวบ้านรอบรัฐสภาเมื่อ ๗ ตุลา มันยกนิ้วกลางให้แล้วด่าซ้ำ “ไอ้ควย” ก็เพราะชาวบ้านไปขวางประโยชน์มัน ก็เพราะชาวบ้านรู้เท่าทันความ “อสัตย์” กลับกลอกของตัวมัน ที่ปลิ้นปล้อนต่อสัจจะก่อนเลือกตั้ง ที่กะล่อนกับสัญญา ๕ ข้อ
ก็เพราะผู้ใหญ่อย่างนี้ บ้านเมืองถึงได้ฉิบหายวายวอด เป็นนักการเมืองก็เอาประโยชน์ใส่แต่ตัวเองและพวกพ้อง ชาวบ้านจึงส่ายหน้าพากันไม่สนใจบ้านเมืองแค่พาตัวให้รอดเป็นพอ เรือจะไม่จมรถจะไม่ลงเหวก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ..ก็ขอให้คนอย่างนี้เป็นมะเร็งให้ตายสิ้นไปตามๆ กัน แผ่นดินจะสูงขึ้นอีกไม่น้อย ความเจริญวัฒนาอาจปรากฎแก่บ้านเมือง
วานนี้อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โยนคำถามใหญ่ประเด็นการย้าย ส.ส. สัดส่วนให้ต้องหาทางออก แทบจะทันที อดีตสสร. เสรี สุวรรณภานนท์ ก็ออกมาตอบโต้ด้วยสำเนียงแปลกแปร่งอย่างที่ปรากฏมาหลายครั้ง (นับตั้งแต่ความเห็นเมื่อครั้งเป็น ส.ส.ร. กรณีที่ดินรัชดา กรณีชิมไปบ่นไป) และ “เห็ดสด” ในฐานะ กกต. ก็ออกมาโต้ในท่วงนองปัดสวะว่า “จะเพิ่มข้อกฏหมายทำไม” คนแซ่จึงหรือคนอื่นๆ ในกกต. ก็ออกความเห็นในหลายทาง — หากจะอยากหาคำตอบระดับความน่าเชื่อถือดุลยพินิจศาลฎีกาโดยไม่หมิ่นศาล ก็ให้ดูแบบแผนวิธีคิดของ กกต. เห็นอย่างไรก็อย่างนั้น — แม้ผมจะค่อนไปทางเห็นคล้อยกับอาจารย์เจิมศักดิ์ ว่าการลงคะแนนเลือก ส.ส. สัดส่วนนั้นเป็นการลงคะแนนให้พรรค เมื่อพรรคนั้นถูกยุบ ส.ส. เหล่านั้นน่าจะสิ้นสภาพตามไปด้วย อีกทั้งบรรดาพรรคนอมินีที่ผุดขึ้นมาในขณะนี้ไม่เคยมีอยู่ในสารบบเมื่อคราวเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ก็ถามบรรดาคนรักเหลี่ยมว่า ถ้า ส.ส. สัดส่วนพลังประชาชนจะย้ายไปประชาธิปัตย์บ้าง ท่านจะชอบใจไหม? อย่างไรก็ดีเห็นว่ากำลังมีหลายคนพยายามหาทางออกโดยจะส่งไปหาข้อยุติที่ศาลรัฐธรรมนูญ
มีความพยายามจะโยนหินถามทางถึงรายชื่อคนนั้นคนนี้จะเป็นนายกฯ คนใหม่ เห็นความพยายามจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เห็นความพยายามของเห็บเหาการเมืองที่ออกมาเรียกค่าตัว อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายสักทางไม่ว่าจะไปทางไหน การเลือกตั้งซ่อมก็รออยู่ในเดือนมกราคม การพลิกขั้วให้ประชาธิปัตย์ขึ้นจัดตั้งรัฐบาลอย่างที่ประเทศประชาธิปไตยอื่นนิยมปฏิบัติไม่ใช่ทางที่ง่ายและค่อนข้างริบหรี่เพราะบ้านเราขึ้นอยู่กับการต่อรองผลประโยชน์ล้วนๆ ไม่ขึ้นกับหลักการ อุดมการณ์และมาตรฐานจริยธรรม อีกทั้งหากประชาธิปัตย์จะตั้งรัฐบาลก็หลีกไม่พ้นต้องหาพรรคร่วมซึ่งสุดท้ายสภาพไม่น่าจะดูดีนัก ..ถึงที่สุดแล้วทางที่จะเป็นไปอีกครั้งอาจจะเป็นการไหลรวมกันของอดีตพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก นับจากนี้ไป “สูญญากาศทางอำนาจรัฐ” ที่ปรากฏขึ้นในสมัยนายสมัคร สุนทรเวช ขยายตัวในสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะปรากฏเต็มรูปแบบ (สุญญากาศในอำนาจบริหาร-อำนาจนิติบัญญัติ) นับจากนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์หากไม่มีอะไรพลิกผัน
คุณเปลวสีเงินกรุณาให้แง่คิดในทำนองว่าพันธมิตรฯ ควรรวมกำลังเป็นพรรคการเมือง หลายคนให้ความเห็นในเชิงจัดองค์กร ทางเหล่านั้นเป็นทางสลายความเข้มแข็งของพันธมิตรฯ เสียทุกทาง เพราะพลังของความเป็นพันธมิตรฯ นั้นก่อขึ้นด้วยความปรารถณาอันบริสุทธิ์ มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ไม่อยู่ในกรอบหรือบริบท มีความยืดหยุ่นแต่เข้มข้นและเหนียวแน่น ตัวอย่างของกระแสสีเขียว (Green) ที่เคยเป็นกระแสใหญ่ในโลก ที่ระยะหนึ่งแตกหน่อเป็นพรรคกรีนในประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป ถูกกลืนด้วยธรรชาติของพรรคการเมืองที่มีวัฒนธรรมการประนอมทำให้ไม่สามารถดำรงความแข็งในทางอุดมการณ์และจุดยืน กระทั่งสูญเสียมวลชนและความเข้มแข็งไปในที่สุดนั้น น่าจะเป็นแบบเรียนให้คิดพิจารณา
เพื่อนร่วมรบ ญาติพี่น้องทางอุดมการณ์ คนร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมทุกข์-สุข พักผ่อนให้เต็มที่เถิด วีรชนทุกท่านหลับให้เป็นสุขเถิดเราจะไม่ละทิ้งแนวทางและความเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เลยเดือนกุมภาพันธ์เราอาจต้องสวมเสื้อเหลือง ชูมือตบลุกขึ้นสู้ด้วยกันอีกคำรบ แล้วเราจะได้พบกันใหม่ ..ใครจะไปรู้
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓ --
What I hate is one with shallow brain and narrow mind, do nothing but judge everything.













4 December 2008 เมื่อ 12:18
พลังของพธม ก็คล้ายพรรคการเมืองในมุมที่เราสนับสนุนคนดีได้ ไม่รับคนชั่ว และเสนอแนวนโยบาย อืมม
แล้วพลังของเน
เขียนเก่งใหญ่แล้ว น่าจะไปช่วยงานเอเอสทีวีแล้วนะ
4 December 2008 เมื่อ 12:40
@เคระ
แค่พันธมิตรกินเก่งคนนึงแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรเลย เก๊ะก็เห็นนี่นา
พลังอีกอย่างที่พันธมิตรมี คือ การสลายและปฏิเสธความน่าเชื่อถือเดิมๆ ของนักวิชาการและสื่อมวลชน เราจะเห็นชัดจากที่ชุมนุม (โดยไม่เกี่ยวกับแกนนำหรือผู้ปราศรัย) ว่าชาวบ้านธรรมดาวิพากษ์นักวิชาการ/สื่อมวลชนแบบไม่มีชิ้นดี ใครแหล่มมาแบบไม่เข้าท่าเป็นต้องโดน
4 December 2008 เมื่อ 13:56
@พี่หลวง
เขียนความเห็นใหม่อีกรอบนะครับ ขอโทษด้วย ความสะเพร่าของปลายนิ้วทำความเห็นหาย
4 December 2008 เมื่อ 15:43
เราจะพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการค่ะ
4 December 2008 เมื่อ 16:29
พักผ่อนยังไงก้ไม่เต็มที่
ก็คนมันคิดถึงงงงงง
4 December 2008 เมื่อ 16:35
เหมือนกันครับ อาการแบบนี้เป็นกันแทยจะทุกคน
4 December 2008 เมื่อ 21:57
ก็อยากจะยืนยัน ว่าข้อความที่น้องเน เขียน ตรงกับใจของผม ตรงกับความคิดของพวกเรา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกคน สำหรับผมเอง ด้วยความที่เป็นคน”แต่แรก”(คนโบราณ) ที่ยังต้องจิ้มดีดอักษรที่ละตัว จึงยากที่จะพิมพ์ความในใจได้หมด
จึงขอสรุปไว้ตรงนี้ว่า ข้อความของน้องเน นี้แหละ ถูกต้องที่สุด
ณ วันนี้ เราเพิ่งชนะแค่ยกแรก แต่ยังอีกหลายยก ที่ พวกมันจะต้องผลัดเปลี่ยนดาหน้ากันเข้ามา และที่สำคัญ ทากสิน มันยังพอมีเงินเหลือที่จะโปรยหว่านเพื่อซื้อคนรับใช้ …
พี่หลวง
4 December 2008 เมื่อ 22:29
@hatyai-an
ขอบคุณครับ
เป็นคน “แต่แรก” ยังดีกว่าคนประเภท “แรกเมื่อนั้น” เพราะอย่างหลังค่อนไปทางเลอะเทอะ
ตั้งใจว่าจะเขียนภาคต่อที่เป็นผลกระทบต่อสังคมของพันธมิตรฯ แต่สรุปความไว้เบื้องต้นว่าเราได้ “จัดจำแนก” และ “ผ่า” สังคมออกมาอย่างชัดเจน ของแท้ของเทียม ความจอมปลอมทั้งหมด ระบบการให้คุณค่า ๑๙๓ วัน เราจัดการสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด นี่คือชัยชนะแท้จริงประการแรก การรบชนะทักษิณในเบื้องแรกนั้นเป็นแค่บรรลุตามเป้ากำหนด
นี่แค่ ภาค ๒ ของมหากาฬสงครามการลอกคราบสังคม เป็นระยะพักตามที่อาจารย์สมเกียรตินำเสนอ สงครามใหญ่รออยู่เบื้องหน้าเพื่อการล้างกันให้สิ้นซาก ..ปีหน้าครับ
5 December 2008 เมื่อ 06:20
มาเป็นกำลังใจให้เจ้าของ blog ครับ
5 December 2008 เมื่อ 10:15
@เคระ
เห็นด้วยค่ะ
และรบกวนฝากบอกเจ้าของบล็อกอีกหลายๆครั้ง(ให้หวั่นไหว)
ว่าเลิกถล่มตัวซะที..นะเจ้าคะ!
ฝีมือขนาดนี้..เสียดายนะ ถ้าจะไม่ลองเปิดโอกาสตัวเองและให้โอกาสผู้อื่นได้ประจักษ์ในฝีมือ
5 December 2008 เมื่อ 11:27
การชุมนุมครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ของป้าหน่อยเลยนะ
ตอนพยายามจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เพราะมันมีความสุขกว่าเยอะ
คนดีๆ ในการชุมนุมครั้งนี้มีแยะ แต่คุณน้องเนก็คงทราบว่าคนไม่มีที่แฝงอยู่ก็มีไม่น้อย
เซ็งเหมือนกัน ดีกันก็มาก รักกันก็มาก แต่โกรธกันนั้นเพียบเลย
แต่เราว่าลูกชายเจ้าของ blog หล่อนะ
5 December 2008 เมื่อ 11:34
พิมพ์ผิดเยอะว่ะ…แก้ไขใหม่ได้ป่ะ
การชุมนุมครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ของป้าหน่อยเลยนะ
ตอนนี้พยายามจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เพราะมันมีความสุขกว่าเยอะ
คนดีๆ ในการชุมนุมครั้งนี้มีแยะ แต่คุณน้องเนก็คงทราบว่าคนไม่ดีที่แฝงอยู่ก็มีไม่น้อย
เซ็งเหมือนกัน ดีกันก็มาก รักกันก็มาก แต่โกรธกันนั้นเพียบเลย
หิวข้าวแล้ว…หาข้าวกล่องกินก่อนนะ…สู้ไหมสู้…หลอนครับ
5 December 2008 เมื่อ 18:29
ไปนอนคลุกฝุ่นทำเนียบหลายวัน ก็รู้สึกเหงาเหมือนกันนะนี่
รัก PAD ทุกคน พวกคุณสุดยอดคน นับถือน้ำใจ
9 December 2008 เมื่อ 09:18
คิดถึงที่สุดคือ พธม. ปากคลอง
9 December 2008 เมื่อ 10:17
@pan
หมายถึงปากคลองไหนครับ
ควนขนุน พัทลุง?
9 December 2008 เมื่อ 11:08
9 December 2008 เมื่อ 12:59
เดาเอา มีปากคลองไม่กี่ที่นี่นา เลยไปเป็นทะเลน้อย ที่นั่นสวยมาก ดอกบัวและนกน้ำ
9 December 2008 เมื่อ 16:55
ก่อนถึงทะเลน้อย ต้องถึงบ้านเราก่อนสิ