ตั้งแต่ที่กลับจากบ้านเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ผมก็ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องเล่าจากบ้านและตลาดนัดให้ได้อ่านกัน แต่จนแล้วจนรอดพอทิ้งช่วงนานเข้าก็กลายเป็นว่าขี้เกียจ เช้านี้มีคนมาสะกิดให้ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีอะไรพิเศษครับแค่ไปรษณีย์มาส่งอีเอ็มเอส ทั้งที่ไม่ได้คุยไรกันมาก่อน แต่เขาบ่นเรื่องเศรษฐกิจ ค่าเงิน สรุปตบท้ายว่าคนไม่ค่อยมีเงิน ไม่อยากใช้จ่ายอะไร แล้วก็ “ข้าวยากหมากแพง” ..หมากเดี่ยวนี้คนกินกันน้อย (ผมมีส่วนตัวดองไว้ ๑ เนียง) ส่วนหมากฝรั่งราคายังเท่าเดิม คงไม่มีปัญหาอะไรมังครับ
ถ้าพูดถึงตลาดนัดใครไม่รู้จักก็แปลกแล้ว (อาจจะยกเว้นเด็กกรุงเทพ ที่โตมารู้จักต้นไม่กี่ชนิด) ตามบ้านนอกตะก่อนมักจะเป็นตลาดนัดใหญ่ๆ ประจำตำบลหรืออำเภอ อาทิตย์นึงก็จะมีแค่วันเดียว ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากการเปิดท้ายขายของ (และคนทำเศรษฐกิจพังเปิดก้นเผ่นไม่ต้องรับผิดชอบ) ทำให้เกิดตลาดนัดเกิดขึ้นทั่วไป ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตลาดนัดแบบที่ว่านี้กระจายไปทั่ว ขนาดของตลาดเล็กลง เพราะมีหลายที่มากขึ้น ในระยะ ๑๐-๑๕ กิโล นี่แทบจะมีให้จับจ่ายได้ทุกวัน
๔ – ๕ ปีก่อนเป็นยุคทองของพ่อค้าแม่ขาย ที่บางคนยอมทิ้งร้านเดิมที่เคยเป็นหลักแหล่งมาขนของใส่รถกะบะแล้วเร่ขายตามตลาดนัดต่างๆ พอตลาดนัดเพิ่มมากเข้ารายได้ก็หดลง เพราะพอตลาดมีมากที่คนก็ซื้อของได้แทบทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรออาทิตย์ละครั้งและจ่ายทีละเยอะๆ
ตลาดเช้า ตลาดบ่าย ตลาดเย็น ทั้งหมดนี้ลักษณะการจับจ่ายและสินค้าต่างกันหมด ฝนตก ฝนไม่ตก แดดออก แดดไม่ออก กระทบต่อพ่อค้าแม่ขายทางตรงทางอ้อมต่างกันไป วัยของคนที่มาเดินตลาดก็บอกได้ว่าตลาดนั้นๆ อะไรขายดี
เรื่องนี้ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับในตอนนี้นะครับ ค่อยว่าเป็นเรื่องๆ ลำดับถัดไป แต่อยากฝากถึงท่าน รมต. จิ้งเหลนที่คุมคลังว่าลองเดินตลาดนัดบ้าง เผื่อจะเข้าใจเศรษฐศาสตร์ที่คุณเรียกจุลภาค+ระดับล่างมากขึ้น เผื่อจะได้ทิ้งตำราเสรีนิยมของคุณพ่อเคนส์ คุณพ่ออเมริกู ที่ถ่ายซีรอกซ์มาจากตึก TDRI แล้วบริหารคลัง+เศรษฐกิจโดยใช้ “ปัญญากู” เป็นบ้าง
จบนอก ท่องตำราปรมาจารย์ลิงขาว ทำตัวเป็น “กูรู-กูรู้” ที่เห็นก็เหลวเป๋วทั้งเพ อย่าง”ดอกเตอร์โกร่งกร่าง” นั่นอีกคน ก่อนจะมาสอนเชิงมวยใคร กลับไปช่วยสัมพันธ์ประกันภัยใช้หนี้ให้ได้ก่อนเถอะ
เขียนมาซะยาว กลับมาที่จั่วหัวว่า “เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด: จตุคามฯ”
ระยะหลังนี่มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยว่าจตุคามฯ ช่วยชาติไว้มาก เพราะทำให้เงินสะพัด กระทั่งบางคนบอกว่ามีผลต่อจีดีพี คุณสนธิ ลิ้มทองกุลก็ว่าองค์พ่อจตุคามฯ ช่วยไว้
เอา! ให้พูดอีกที
เงินสะพัดหมุนเวียนมากน่ะใช่ แต่ไม่ใช่ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้ค้าขายยากขึ้น ทั้งของกินของใช้ ยิ่งถ้าเป็นของฟุ่มเฟือย หรือของที่ไม่ใช่อะไรที่จะยัดใส่ปากยิ่งไปกันใหญ่ รายได้ลดลงครึ่งๆ พวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ ยาสมุนไพร เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์เล็กๆ อ่วมไปตามๆ กัน สาเหตุเพราะคนมันก็มีเงินเท่าเดิม แต่เอาไปซื้อจตุคามหมด
สินค้าที่ขายได้ดีจริงๆ คือ จตุคามและสินค้าที่เกี่ยวข้อง จตุคามดูดซับเอาเงินทั้งหมดในระบบออกไป ไหลไปทางเดียวเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจตุคามเท่านั้น และแทนที่กระแสเงินจะถูกแพร่กระจายผ่านกลไกการซื้อขายอันซับซ้อนของตลาดนัด ที่ร้อยเรียงเป็นเหมือนสายใยอาหาร (ในวิชานิเวศฯ) แล้วกระจายและส่งต่อไปยังส่วนต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจ
กระแสจตุคามก็เหมือนกับเจาะคอวัวเอาเลือดมาทำลาบ เลือดก็มีอยู่เท่านั้น รินลงมาอยู่ในถ้วย อวัยวะในตัววัวไม่ได้รับเลือดก็เดี้ยง
ผมมองว่าจตุคามสร้างปัญหาให้สายใยของเศรษฐกิจระดับชาวบ้านค่อนข้างมาก และส่งผลต่อมาเป็นทอดๆ ไปถึงผู้ผลิต ทั้งที่เป็นเกษตรกร เก็บผักขาย ภาคส่วนที่แปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเล็กใหญ่ที่ส่งสินค้า ๓๙ บาท หรือเสื้อผ้า ได้รับผลกระทบหมด
อีกมุมที่ไม่มีใครพูดถึง คือ กระบวนการสั่งจองจตุคามนั้นนับแต่วันสั่งจองไปจนถึงรับจตุคามนั้น กินเวลา ๓ เดือน ๖ เดือน ๙ เดือน เงินหายไปจากระบบล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
ผมทิ้งประเด็นไว้ครึ่งๆ กลางๆ แค่นี้แหละครับ ไว้ให้ท่านคิดกันต่อ เพียงแต่อยากเตือนว่าจังหวะผีซ้ำด้ามพลอยในตอนนี้ ผีเศรษฐกิจ ๔๐ กำลังจะตามมาหลอกอีกครั้ง เตรียมใจเตรียมตัวรับไว้บ้างก็ดีครับ
ขอบคุณ goodguystudio ภาพประกอบตลาดนัด

อ่า..อ่านแล้วคอมเม้นท์ไม่ออกคะ
จากคนที่ไม่เคยเรียนเศรษฐศาสตร์แบบจอย
เรียนแต่สื่อสาร จะพวกการเมือง นู๋ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร่
เลยไม่มีความคิดเห็นใดๆ เจ้าคะ แหะๆ..
พี่ก็ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ สื่อสารก็ไม่ได้เรียน เป็นเด็กวิทย์เท่านั้นเอง
เด็กวิทย์ แต่ไม่สมกะเป็นเด็กวิทย์
ก็ต้องโทษตัวเองอะครับ เรื่องจตุครามนี่แม้กระทั่งคนในครอบครัวผมยังห้ามไม่ฟัง(พ่อและพี่ชาย) ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา ผมไม่ได้ว่าไม่ดีนะแต่ต้องมีความพอดีบ้างครับ นี่เป็นกระแสชัดๆผมว่าบางคนไม่เชื่อถือด้วยซ้ำแต่ต้องมี ว่ากันตามความจริงพิมพ์ออกมาเยอะแยะรวมแล้วผมว่าน่าจะเกินล้านองค์ เทพท่านจะเอาเวลาที่ไหนมาช่วยให้รวยได้ทุกผู้ทุกคน (เราไม่ได้ลพหลู่นะแต่แค่ไม่เชื่อ) โดยส่วนผมเชื่อว่าคนเราทำดีอาจไม่ได้ดี แต่ถ้าทำชั่วละก็ผลกรรมต้องมาถึงแน่นอน
ขอบคุณมากครับสำหรับความเห็น ในบ้านผมก็มีน้องชายคนนึงล่ะครับ ที่ชอบจตุคามทั้งหาเก็บหาขาย ผมแซะๆ ไปหลายครั้ง แต่ก็นั่นแหละครับป่วยการจะพูดอะไรมาก ตัวเลิกที่ผลิตที่ออกมาแล้วกับจ่อคิวน่าจะหลักสิบหรือร้อยล้านครับ เป็นตัวดูดเงินออกจากระบบชั้นดีเลย เหมือนเวลาเราสูบบ่อปลา
Pingback: สตังค์ | Boring Days
Pingback: เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด ๒: หาตังค์มาซื้อกิน | Boring Days
Pingback: เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด ๓: แพทย์แผนโบราณ | Boring Days