ผมร่ำ ๆ จะเขียนอะไรหลายอย่างบนความวอดวายของบ้านเมือง อันเนื่องมากจากกองโจรเสื้อแดง ที่จะย้ำเรียกว่า “สัตว์เลี้ยง” ของนักโทษชาย ก็อดปลายนิ้วสงบความคิดไว้ ทำตัวประดุจแมวบนกำแพง ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่ก็ไม่ใช่ ร้อนหนาวกว่า ๑๙๓ วัน และฉ่ำด้วย “น้ำลาย” ประชาชนไทย
สีไหนก็ช่างเถอะ จะใสกิ๊งประดุจน้ำเปล่าไร้สมองก็ช่าง เห็นความฉิบหายเบื้องหน้าแล้วหรือยัง
ดูสำเนาลูกผสม “พฤษภา ๓๕” ที่กองโจรเสื้อแดงประพฤติ ก็พอทราบว่ามีการเตรียมการใช้กำลังทหาร ที่ก็ลือกันว่า “นายพลหัวถอก” ที่เพื่อนเรียกขานชื่อว่า “ซื้อบื้อ” จะสถาปนาตัวเองเป็นใหญ่ นัยหนึ่งก็ว่า ครั้งนี้นัดแล้วไม่มา ย้อน “เมษาฮาวาย” ในกาลอดีต นัยหนึ่งก็ว่ามันจะสบช่องรวบหัวรวบหางไว้กินเอง
คราบเมือกที่ทอดเป็นทางก่อนถึงเก้าอี้ ผบ.ทบ ก็พอจะเห็น “สัดสันดาน” ของไอ้หัวถอกคนนี้ และก็ลือก็เล่าอ้างกันอย่างหนาหู ว่ากรณี “แห่งบ้านพระอาทิตย์” นั้น ชาวบ้านร้านช่องก็ชี้นิ้วไปที่หัวเกลี้ยงถอกสองแฉก ทรง “อีแร้งกระพือปีก” ของนายพลคนนี้!!
ระหว่างความวิบัติฉิบหายของบ้านเมือง พี่สาวนักร้อง-นักรบของผม “หน่อย ศิรัส” หายเงียบกริบ พาครอบครัวไป “กุ้ยหลิน” กลับมาก็ส่งความห่วงใยผ่านบทความ “เมษานี้…ฮาวายไหม?” ส่งผ่านผมมาถึงทุกท่าน โปรดพลิกผ่านโดยพลัน
——————————————–
เมษานี้…ฮาวายไหม?
ช่วงเดือนเมษายนของประเทศไทยปีนี้ มันช่างเป็นความอัปยศอดสูของประเทศเอามากๆ เพราะว่าตัวดิฉันบังเอิญได้เดินทางไปตะลอนทัวร์ที่เมืองกุ้ยหลิน เนื่องจากทางครอบครัวอยากให้ดิฉันพักผ่อนบ้าง หลังจากต่อสู้กู้ชาติมานานเกือบสองร้อยวัน จึงไม่ได้อยู่ผจญภัยกับพวกจัญไรในไทย แต่อย่านึกนะคะว่าจะไม่รู้เรื่องราวข่าวสารอุบาทว์ชาติชั่วแบบนั้น ในยุคดิจิตอลนั้นโลกมันแคบเหลือเกิน โดยเฉพาะข่าวที่มีผลกระทบกับผู้นำประเทศในการประชุมระดับอาเซียนที่ต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน หรือข่าวของเลขาฯ นายกที่โดนรุมกระทืบจนซี่โครงหัก หรือข่าวการเผารถเมล์ ปิดแยกต่างๆ ทั่วกรุง รวมไปถึงการวิเคราะห์ข่าวของอดีตผู้นำนกขมิ้นที่จ้องทำลายประเทศชาติให้พินาศบรรลัย
ดิฉันเดินทางวันที่ 10 เมษายน 2552 ตอนนั้นข่าวออกมาว่านายกฯ อภิสิทธิ์ประกาศให้วันที่ 10 เป็นวันหยุด เนื่องมาจากความเหิมเกริมของแท็กซี่กลุ่มเสื้อ (หาง) แดง มันปิดแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และยังปิดล้อมอะไรต่อมิอะไรอีกเพียบ ดิฉันก็มีความหวังอยู่เล็กๆ ว่า “แหม! เริ่มทำงานเป็นแล้ว สงสัยจัดการราบคาบในวันที่ 10 แน่ๆ” แต่ปรากฏว่าวันหยุดกลับกลายเป็นเพียงแค่วันหยุด หลายคนคงนึกว่า “แล้วจะให้เป็นวันอะไรล่ะ”
ก็คุณอุตส่าห์หยุดแล้วทำไมไม่เคลียร์ให้จบล่ะ… หรือว่ากลัวเสียอิมเมจแล้วปล่อยให้กระบวนการทำลายชาติดำเนินต่อไป
การเดินทางไปเที่ยวของดิฉันเริ่มต้นแบบสบายๆ เพราะไว้วางใจในความสามารถของผู้นำหน้าหล่อคนนี้ โดยหารู้ไม่ว่าเมืองไทยนั้นร้อนระอุแค่ไหน?
ข่าวการบุกเข้าทำลายการประชุมอาเซียน +3+6 ที่พัทยา เป็นภาพการประชาสัมพันธ์โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้เป็นอย่างดี คืนวันที่ 11 เมษายน ดิฉันพักที่โรงแรมเชอราตัน กุ้ยหลิน โทรทัศน์ที่โรงแรมนี้มีทั้ง cnn bbc nhk ฯลฯ (ไม่ใช่มีแค่ cctv โทรทัศน์ของประเทศจีน เหมือนที่อื่นๆ) ดิฉันเห็นภาพการบุกเข้าไปในโรงแรม โดยเห็นทหารกับตำรวจสงบนิ่งมองกลุ่มคนใส่เสื้อสีแดงวิ่งขึ้นบันไดเลื่อน และยังมีภาพข่าวนักร้องใจไม่ด้านแต่หน้าโคตรด้านยืนยิ้มปาดเหงื่อ ก็รู้สึกงงๆ ว่า “พวกเสื้อแดงมันยึดอำนาจรัฐบาลได้แล้วเหรอวะ?”
การท่องเที่ยวกุ้ยหลินของดิฉันเริ่มไม่สนุกแล้ว ประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้นวะ สงสารคนไทย (คนดีๆ) สงสารเมืองไทย ย่อยยับเพราะคนจัญไรอย่างนั้นหรือ? “โอ๊ย…อยากกลับบ้าน ไม่อยากเที่ยวแล้วอ่ะ”
12 เมษายน ตามท้องถนนแหล่งท่องเที่ยวมีแต่คนพูดถึง “ไท่กว๋อ” ซึ่งแปลว่าประเทศไทย แต่พูดอะไรต่อบ้างนั้นไม่รู้เรื่อง แปลไม่ออก แต่ต้องไม่ดีแน่ๆ มีเพื่อนร่วมเดินทางคนนึงไปเดินตลาดซื้อของ แม่ค้าได้เข้ามาทักทายและถามว่ามาจากที่ไหน พวกเราตอบว่า “ไท่กว๋อ” ออกไป แม่ค้าเขาพูดบ่นอะไรก็ไม่รู้ยาวเหยียด ถามคำแปลก็ได้รับคำตอบเกี่ยวกับเรื่องการจลาจลในไทย เรามัวแต่เที่ยวไม่ได้ดูโทรทัศน์ในช่วงกลางวัน เลยไม่รู้เรื่องว่า “มีการประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นในประเทศไทย” รายละเอียดอื่นๆ ไม่ทราบ คงต้องรอเข้าพักโรงแรมในช่วงดึกก่อน วันนี้เปลี่ยนที่พักเป็น โรงแรม นิว เวสต์ สตรีท ในตัวเมืองหยางซั่ว แม้จะเป็นโรงแรมห้าดาว แต่ที่นี่ไม่มีสถานีโทรทัศน์มากมายเหมือนกับที่เชอราตัน มีแต่ cctv แต่ว่าช่องข่าว cctv นั้น กลับมีแต่ข่าวของ “ไท่กว๋อ” เต็มไปหมด เราชิงพื้นที่ข่าวทั้งหมดของ cctv ไปแล้ว ภาพข่าวที่ปรากฏจะมีแต่ภาพนายกฯ หน้าหล่อ และก็ภาพ พ.อ.สรรเสริญ อย่างอื่นก็เป็นภาพรถนายกฯ โดนทุบ พระสงฆ์กระโดดถีบรถนายกฯ ไม่มีอะไรดีเหลืออยู่เลย ดิฉันเดินลงมาเช็คข่าวทาง internet ที่ด้านล่างของโรงแรม ทำให้ทราบความคืบหน้าสถานการณ์ของประเทศบ้าง ว่าเกิดการจลาจลในกรุงเทพฯ เริ่มจากการบุกเข้าไปศาลฯ ไปกระทรวงมหาดไทย ทำร้ายคุณนิพนธ์ พร้อมพันธ์ (เลขานายกฯ) โดยสาเหตุมาจากตำรวจจับอริสมันต์ (แค่เนี้ยะ…ช่างหาเหตุจริงๆ) และเรียกร้องให้ปล่อยตัว
cctv มีการวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง ทั้งช่องภาษาอังกฤษ และช่องภาษาจีน ถกประเด็นกันหลายเรื่อง สุดท้ายก็เตือนนักท่องเที่ยวให้ติดตามสถานการณ์ก่อนเดินทางเข้าเมืองไทย
วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดิฉันต้องเที่ยวที่เมืองหยางซั่ว แต่ดิฉันก็ปวดหัวกับคนชั่วๆ ที่มุ่งทำร้ายทำลายชาติ มันอยู่ส่วนไหนหลืบไหนของโลกก็ไม่รู้ที่หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ตามจับนักโทษของไทยหาไม่เจอ แต่นักข่าวทั่วโลกกลับหาเจอ แต่วันนี้ต้องทำเป็นเริงร่าให้คุ้มค่ากับการเดินทางมาเที่ยวครั้งนี้ เครียดไปก็เยี่ยวเหลืองเปล่าๆ ก่อนเดินทางมาเที่ยว น้อย (พี่สาวแสนสวยของดิฉัน) บอกว่าห้ามพูดคุยเรื่องการเมือง เดี๋ยวคนเขาจะเกลียดเรา แล้วทำให้ทริปนี้กร่อย ช่วยไม่ได้แล้วค่ะ บนโต๊ะอาหารเขาคุยกันแต่เรื่องนี้ ทำให้เราทราบว่า 32 คน ที่มาเที่ยวกุ้ยหลินด้วยกันนี้ ต่างก็เหลืองกันหมด แม้ว่าจะเหลืองปนขาวไปบ้าง เราก็ให้อภัย แต่สีแดงปนนั้นไม่มี (หรือไม่กล้า อันนี้ก็ไม่ทราบ) เรื่องการเมืองของไทยในมุมมองของจีนนั้นร้อนระอุ การวิเคราะห์กันในเบื้องต้นจะเป็นการตำหนิบทบาทของการรักษาความปลอดภัยมากกว่าเรื่องอื่นๆ แต่ภาพของรถถังนั้นไม่ได้มีการพูดกันถึงความรุนแรงแต่อย่างใด

เช้าวันที่ 14 เมษายน คืนวันนี้ดิฉันต้องเดินทางกลับไทย หนังสือพิมพ์ china daily มีภาพข่าวของไทยเป็นภาพใหญ่ ภาพนั้นเป็นผู้หญิงใส่เสื้อแดง คุกเข่าต่อหน้าทหาร ในมือถือดอกไม้และพนมมือไหว้ แหม…เหมือนเข้าสู่แดนประหารยังไงยังงั้น ภาพไม่ค่อยดีเท่าไร แต่เมืองจีนนั้นคุ้นเคยกับเรื่องความรุนแรงอยู่แล้ว แค่นี้เด็กๆ วันนี้ดิฉันมุ่งมั่นและเตรียมพร้อมจะกลับมารับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ และโทรศัพท์กลับมาถามข่าวคราวจากหวานใจในเมืองไทย ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไรแล้ว เรียบร้อยแล้ว รีบกลับมา แล้วจะเล่าให้ฟัง เอาวะ…จะรีบกลับยังไงล่ะ ไม่ได้ขับเครื่องบินเองนี่หว่า กลับไปฟังเรื่องราวข่าวสารในไทยดีกว่า
ถึงเมืองไทยแล้ว ข่าวสารก็ยังมีการเชิดชูทหารและนายกฯ อภิสิทธิ์ ทำให้ดิฉันรู้สึกงุนงงเล็กๆ ว่า “อะไรวะ” เมืองนอกเมืองนา (จีน) เขาก่นด่ากันระเบิดระเบ้อ แต่เมืองไทยชื่นชมการตัดสินใจ จนลืมมองไปหรือเปล่าว่า…ถ้าเขาตัดสินใจเร็วกว่านี้ เขาจะถูกด่าแต่ประเทศชาติไม่บรรลัย
ลองเปรียบเทียบเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 กับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 8-14 เมษายน 2552 ดูนะ
19 กันยายน เป็นการรัฐประหารก่อนประเทศชาติจะแย่ที่สุด คนทำ (สนธิ บุณยะรัตกลิน) ถูกด่า ประเทศชาติอยู่รอด 8-14 เมษายน เป็นการปฏิบัติการหลังเกิดเหตุการณ์แย่ที่สุดที่พัทยา นายกฯ ได้รับคำชื่นชม ประเทศชาติพินาศวอดวาย
ดังนั้น เราอย่าไปว่าใคร ถ้าเขาไม่ทำอะไร เพราะถ้าทำไปแล้วโดนด่า ปล่อยให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอกเถิด
แต่ต้องขอชื่นชมจากใจจริง ประชาชนที่ออกมาต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง นางเลิ้ง สาทร เพชรบุรีตัดใหม่ ฯลฯ เห็นไหมว่า เราต้องสู้เองค่ะ แล้วเราจะชนะแบบถาวร ไม่มีใครสู้เพื่อเราหรอกนะ
๏ รบ ๑ ๑๐ ๕ รศ ๒๒๗

อืมมม…… เข้าใจพี่หน่อยละว่าทำไมถึงเครียด
ตัวไปไกล
แต่ใจอยู่แถวนี้เอง
ทุกอย่างเป็นอนิจจังครับคุณหน่อย
เป็นกำลังใจให้ครับ
แวะมาทักทาย
ประเทศไทยยังต้องวุ่นวายอีกเยอะ
โทษคนสีขาว สีขุ่น สีใส ครับ
ถ้าร่วมมือร่วมใจกันเสียแต่แรก
ถ้าไม่ดูดายกับปัญหาบ้านเมืองแบบที่ผ่านๆมาและยังเป็นอยู่
วันนี้ คงไม่เสียหายจนถึงขึ้นที่เราเห็นกัน
บางคน จนถึงขั้นนี้ ยังขอเป็นขาว เป็นขุ่น เป็นใสไร้สมองไร้สำนึกอยู่เลยครับ
The politic crisis in this time are affect to every Thai people and I hope no more neutral group remain in this country. The ignorance on what’s going on in our politics will only encourage prisoner Taksin to damage our country all the time. I only hope this Songklan riot will wake them up and fully aware of what’s Taksin is doing to our country. It’s time that all Thai shall reunited and wipe out Taksin and his slaves from this country.
ไม่ว่าสีไหนๆ…คอนนี้บางคนก็บ้าบอกันหมด
เอาเป็นว่าคนดีคนจริงนั่นแหละ…เราศรัทธา…สาธุ
ท้อแท้แล้วนะ…แต่ยังไม่ถอย
กลับมาถึงเมืองไทยก็ยังไม่เจออะไรที่น่าอภิรมย์
ดูประชุมสภาก็เจอแต่พวกห่าๆ ที่พูดจาไร้สาระ ต่อล้อต่อเถียงเอาชนะแบบโง่ๆ
ทำไมมันหน้าด้านที่จะพูดแบบนี้ สาระที่เคยมีในสภานั้นหายไปไหนหมด
ฝ่ายรัฐบาลก็มุ่งแต่จะโต้ตอบคำถามเฮงซวยของคนปัญญาอ่อน
ดูแล้วจะบ้าตาย ไม่ดูก็ไม่ได้ ต้องสะสมข้อมูลไว้จัดรายการวิทยุฯ
โอ๊ย…อดทนต่อไป … เบื่อชิบเป๋ง
ฮาวาย หรือไม่ ไม่รู้ เอาเป็นว่ามีใคร บริจาคให้สักล้านได้ป่ะ
จะเอาไปเที่ยว ฮาวาย สัก เดือน
แล้วจะเอานำทะเลมาฝาก ( ใส่ขวดเอาไว้ให้ดม หุ หุ )