ย้อนดู ‘พฤษภาทมิฬ’ ๓๕

ปลายสัปดาห์เป็นช่วงแห่งการหวนรำลึก เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี ๓๕ ถ้าย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น จำความได้ว่า ผมเพิ่งขึ้นชั้น ม. ๔ หมาดๆ และเปิดเรียนได้ไม่กี่วัน นอกเหนือจากที่โทรทัศน์สีช่อง ๗ จะเป็นช่องหลักสำหรับคนบ้านนอกที่พอจะได้ติดตามเหตุการณ์ (ซึ่งถูกตัดตอนและบิดเบือนเสียส่วนมาก) แล้ว ตกเย็นและค่ำคืนบรรยากาศบนถนนเส้นจากเบญจมราชูทิศเข้าตัวเมืองนครจะมีรถกระบะจำนวนมาก ขนคนไปประท้วงที่สนามหน้าเมือง หลายที่หลายแห่งในตัวเมืองนคร ตามฝาผนังกำแพงมีสีพ่นด่า เขียนด่า “บิ๊กสุ” เต็มไปหมด

บิ๊กสุที่สมัยหนึ่งเป็นที่ลือชื่อในจังหวัดนคร ขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ ๔

ถ้าย้อนไปก่อนเหตุการณ์ วันหนึ่งรายการโทรทัศน์ที่เราดูกันประจำเปลี่ยนมารายงานข่าวรัฐประหารโดยปัจจุบันทันด่วน ข่าวแจ้งว่าขณะนี้มีการทำรัฐประหารรัฐบาล พล.อ ชาติชาย ชุณหะวัณ โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ผมเป็นเด็กบ้านนอกไกลเมืองกรุงขณะนั้นเห็นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสียมากกว่า ชาวบ้านชาวเมืองชนบทขณะนั้นไม่เห็นเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร ทำมาหากินกรีดยางกันเป็นปกติ เปลี่ยนจากรัฐบาล “No problem” เป็น “คณะ รสช.” แค่นั้นเอง แต่จากนั้นก็แต่งตั้งคุณอานันท์ ปันยารชุน ที่เสียงชาวบ้านเขาว่าท่านใช้ได้ ..นายกรัฐมนตรีคนแรกที่พูดคำว่า “โปร่งใส” นั่นแหละครับ

จากนั้นก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วเลือกตั้งใหม่ไปตามกระบวนการ ที่เป็นแบบแผนของการรัฐประหารส่วนใหญ่

หลังการเลือกตั้ง พล.อ.สุจินดา คราประยูร หรือบิ๊กสุ ประกาศ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี จนเกิดความเคลื่อนไหวคัดค้านของพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ ที่นำโดยพลังธรรมและประชาธิปัตย์ รวมถึงความหวังใหม่ เป็นครั้งแรกๆ ที่มีการโห่นายกรัฐมนตรีระหว่างการอภิปรายเสียงดังสนั่นในสภาฯ ในลำดับใกล้ๆ และหลังจากนั้นความเคลื่อนไหวลงสู่ถนน ประชาชน นิสิตนักศึกษารวมตัวกันประท้วง กระทั่งเกิดการปะทะและล้อมปราบซึ่งนำไปสู่การนองเลือดในท้ายที่สุด

จำได้ว่าหลังเหตุการณ์มีรายงานข่าวคนเสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โทรทัศน์ตั้งข้อสงสัยว่ามีการขนศพไปทิ้งที่เมืองกาญจนฯ และที่อื่นๆ (ผมจำจากข่าวได้ประมาณนี้)

ถ้าเราพูดถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ โดยละเลยไม่พูดถึงตัวละครที่มีบทบาทในขณะนั้นนอกเหนือจาก คณะทหาร รสช. ดูจะไม่ครบองค์ประกอบ เหมือนเครื่องแกงไม่ถึงกะปิ หรือที่ชาวใต้พูดว่า “ไม่ถึงเคย”

บทบาทสำคัญของการนำไปสู่การนองเลือด ด้านหนึ่ง คือ กลุ่ม “พรรคมาร” ที่ประกอบด้วย พรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม พรรคประชากรไทย และพรรคราษฎร ที่เห็นพ้องต้องกันเสนอบิ๊กสุเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย “ข้อมูลใหม่”

ตัวละครหนึ่งในนั้น คือ บรรหาร ศิลปอาชา แห่งพรรคชาติไทยที่ประกาศในทำนองเห็นด้วยคล้อยตามที่จะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยุติปัญหา “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ที่จะคลี่คลายสถานการณ์ แต่แล้วก็พริ้วด้วยลีลาปลาไหลไม่แก้รัฐธรรมนูญจนเหตุการณ์บานปลาย

ตัวละครหนึ่งในนั้น คือ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย รองนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ทั้งชีวิตอิงแอบกับเผด็จการทหารเป็นบันไดสู่ตำแหน่งสูง ออกโรงสนับสนุนและป้องป้อง “บิ๊กสุ” เต็มสูบ ชนทุกคนที่ขวางหน้า “เมื่อฝ่ายสนับสนุนคนกลางได้คะแนนเสียงมากถึง ๑๙๕ เสียง ส่วนที่ไม่สนับสนุนนั้นเพียง ๑๖๕ เสียง จึงเท่ากับว่าประชาชนยอมรับ” สมัยนั้นสัมภาษณ์ท้าตีท้าต่อยด้วยสำนวน “สุนัขาวาจา” เช่นเดียวกับขณะนี้

หลังเหตุการณ์ล้อมปราบนายสมัครทิ้งวาทะเด็ด “ผมถามว่า จะไปอยู่ในที่เกิดเหตุทำไม ถ้านอนอยู่บ้านจะตายไหม?” รวมถึง “จำลองพาคนไปตาย” เป็นที่จดจำจนถึงขณะนี้

หากจะลองคลี่ม่านย้อนดูช่วงรัฐประหารหมาดๆ จะพบหลักฐานข่าวหนังสือพิมพ์ เห็นโฉมหน้าชายหน้าเหลี่ยม ที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ยืนมือกุมไข่พินอบพิเทา “บิ๊กจ๊อด” พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ เพื่อขอส่วนแบ่งสัมปทาน ที่ภายหลังเป็นฐานในการโจมตีค่าเงินบาทและทุนตั้งต้นสำหรับการเมือง

ส่วนหนึ่งของตัวละครใน “พฤษภาทมิฬ” ยังเวียนว่ายอยู่ในสาระบบการเมืองไทย และเทไปอยู่ฝ่ายเดียวกันอีกครั้ง ก่อรูป “พรรคมารยุค ๒๕๕๑”  โดยมี “ตำนานปลาไหล” ที่ยังคงยึดกุมที่มั่นในชาติไทย และ “สมัคร สุนทรเวช” ที่บัดนี้ทิ้งประชากรไทยมาสังกัด “พรรคสามัคคีธรรมใหม่”

สามัคคีธรรมใหม่ ที่ไม่ใช่พรรคนอมินีทหารที่ตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ รสช. แต่เป็นสามัคคีธรรมแห่งทุน ที่เป็นนอมินีของ “จักรวรรดิทุนสามานย์” ไทยรักไทย  ไทยรักไทยที่ก่อกำเนิดจากนักธุรกิจผูกขาด ระดมพลจากพลังธรรมเดิม ควบรวมกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น ควบรวมกิจการพรรคการเมือง (เสรีธรรม ความหวังใหม่ ชาติพัฒนา)

ตำนานพรรคเทพ-พรรคมารใหม่อยู่ไม่ไกลจากนี้ และเป็นวิกฤติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญอีกรอบ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ “มารขอแก้รัฐธรรมนูญ”

Posted in ทัศนะ and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Click the image below for Shared Hosting ONLY $2.48/month

6 Responses to ย้อนดู ‘พฤษภาทมิฬ’ ๓๕

  1. ในที่สุดก็พอคำนวณอายุคร่าว ๆได้แล้วนะครับ ม.4 ปี35 เนี่ย แหะ แหะ….”ไม่ถึงเคย” พูดกันจนผมงงว่าทำไมไม่ถึงเคยแล้วไม่เติมเคย(กะปิ)อ่ะ จนพอได้รู้ว่าเขาหมายถึงไม่ถึงเครื่องแกงก็ได้ อ้าว ก็เห็นพูดกันไม่ถึงเคยนี่หน่า แหะ แหะ

  2. foolshang says:

    อยากรู้มากกว่านี้นะครับจะไปหาข้อมูลมาจากที่ไหนได้ครับ
    ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องศึกษา มาพอสมควรน่าดู เพราะดูจากการกระทำทั้งหมด เพื่อเป็นการกั้นไม่ไหนคนไทยลุกขึ้นมาประท้วงแบบ พฤษภาทมิฬ 35 อีก ผมว่านะจะเป็นอย่างนี้นะ

  3. n/e says:

    @ตอดอง
    เคยบอกแล้วหลายที่หลายแหล่งว่าสามสิบกว่า

    @foolshang
    มีวีซีดีที่เรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่นะครับ ลองหาโหลดดูส่วนลิงค์ข้อมูล
    - http://www.geocities.com/thaif.....y/may.html
    - http://www.pramool.com:443/web.....oo=r288350
    - http://www.oknation.net/blog/v.....17/entry-1
    - mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/MultiMedia/9480000065108.wma
    - http://www.savefile.com/files/278045
    - http://www.youtube.com/watch?v=y_k8D2PiNtA
    - http://www.oknation.net/blog/A.....mment#read

  4. Pingback: อย่างนี้นี่เอง | Boring Days

  5. n/e says:

    ฝากอ่าน “ย้อนรอย‘สมัคร’ตะแบงพฤษภาทมิฬ ”
    http://www.oknation.net/blog/p.....20/entry-3

  6. Pingback: ‘ไอ้เตี้ยสุพรรณ: ชูนิ้วกลาง ไอ้ควย’ | Boring Days