วัฏฏะ

เช้าตื่นมาพร้อมอากาศชื้นครึ้มฝนที่นอกห้อง รู้ก่อนหลับตานอนว่าในตกหนัก แต่ชั่วครู่ความรู้สึกรับรู้ในสายฝนก็วูบไป รู้ตัวอีกที่กลับเป็นเช้าที่ฉ่ำและครึ้ม เย็นสบาย ลุกขึ้นมองลูกหลานสี่ขาในบ้านและเริ่มต้นวันด้วยรูปแบบเดิม ๆ

เปิดกาต้มน้ำร้อน ล้างหน้าล้างตา เปิดคอม ชงกาแฟรสขม จิบได้ครึ่งแก้วก็วาง พาอ้วนออกไปเดิน

เป็นอีกเช้าที่มืดครึ้มตามธรรมดาของต้นฤดูฝน (เทียม) พื้นดิน ทางเดินและเศษหญ้าเศษใบไม้เปียกแฉะ เมื่อคืนฝนคงตกหนักและทิ้งร่องรอยไว้จนเช้า นึกถึงเสียงสายฝนเมื่อคืน นึกถึงคนกลัวเสียงฟ้าร้อง

เดินตามหลังอ้วนที่ริมคลองน้ำเขียว ลูกปลากำลังผุดหายใจเป็นวงเล็ก ๆ กระจายทั่วทั้งฝืนน้ำ ดูราวกับว่าฝนบาง ๆ กำลังลงเม็ดปรอย ๆ อย่างไรอย่างนั้น

มวนใบจากบ้องใหญ่พ่นควัน เปิดเพลงจากมือถือ “กังหันสวาท” ทำนองเรียบละมุน มองฟ้า มองดอกไม้ และคิดอะไรไปเพลิน ๆ

“กังหันสวาทหมุนเวียนเปลี่ยนไป เพราะใจของคน ชีวิตปวงชนมีวันปะปน วกวนเรื่อยไป ขี้นอยู่ในห้วงหทัย ใจใครไม่คงแน่นอน สั่นคลอนให้ใจ ไหวหวั่น” ..

เวลาอย่างนี้ชวนให้คิดถึงอะไรหลายอย่าง เป็นปกติที่ชีวิตคนเรามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดซ้ำ ๆ เป็น วงจรที่เวลาผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งก็เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง

ย้อนไปหลายปีก่อน ผมอธิบายกับตัวเองว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่า “วัฏฏสงสาร” ในความหมายที่ต่างไปจากความรับรู้ความเข้าใจของคนอื่น ๆ ที่มองจำกัดกรอบว่า “วัฏฏสงสาร” คือ การเวียนว่ายตายเกิด ผมมองว่าคืออะไรที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นวงรอบในชีวิต

ระดับย่อย ในร่างกายเรามีการเกิดดับอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน มีการสร้างเซลล์ใหม่และการตายของเซลล์เก่า เป็นลำดับต่อเนื่อง

ระดัยย่อย ในความคิด-จิตใจ มีการเกิดดับของความคิด อารมณ์ ความรู้สึก วนรอบ ซ้ำ ๆ อย่างนั้น ต่อเนื่องเป็นลำดับ

และบ่อยครั้ง ที่เรื่องราวบางเรื่องราวเกิดซ้ำวนเป็นรอบในชีวิต เหตุการณ์หนึ่งเรื่องหนึ่ง ไม่ได้เกิดและมีแค่ครั้งเดียว แต่เกิดดับอยู่อย่างนั้น อย่างนั้น

สมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน ผมนอนหลับฝันไป พอรู้ตัวตื่นก็จำได้ว่าความฝันอย่างนี้ เราเคยฝันมาก่อนแล้วตอนที่เรายังเด็ก เป็นเนื้อเรื่องอย่างเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

ปีหนึ่งมีกี่ฤดู มีร้อน มีฝน มีหนาว วนซ้ำเป็นวงรอบ เป็นวัฏฏะเช่นนี้ไปทุกปี แต่อาจจะแตกต่างไปบ้างในรายละเอียด

“คนเราไม่มีแน่แท้ เอาแน่อะไรใจคน ย่อมวนเวียนไปจนตาย” ..เช่นนี้แล

Posted in ว่าไปเรื่อย. Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: CYBERMONDAY2010 for 50% OFF

5 Responses to วัฏฏะ

  1. นอ หน่อย คนมีนอ says:

    สำลีไปไหน…ฮือ ฮือ :ฮือ:

  2. นอ หน่อย คนมีนอ says:

    เอารูปสำลีมาอวดเดี๋ยวนี้…นี่คือคำสั่ง :แม่มๆ:

  3. kasma says:

    อ่านแล้วปลง .. น้องสำลีล่ะคะคุณตาื เป็นไงบ้าง

  4. pakdeekul says:

    เวียนว่ายตายเกิดทุกข์แล้วสุข ปกติในคนที่มีกิเลส อย่างเรา คิดแค่เพียง อยู่มาได้ถึงวันนี้ก็ดีใจแล้ว

  5. YHUN says:

    ทุกสิ่งในโลก ย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป

    หมุนวนกันอย่างนี้เรื่อยไปเป็น”วัฏฏ” โดยไม่มีข้อยกเว้น

    เป็นความหมายของอนิจจัง คือความไม่เที่ยง

    จึงอย่าไปยึดติดกับทุกสิ่งในโลกนี้ อย่าคิดว่าคนนั้น หรือสิ่งนั้น เป็นของกู เป็นตัวกู เพราะมันไม่ใช่

    ส่วนการเกิดดับ 1 ชาตินั้น ท่านพุทธทาสอธิบายว่า เป็นการเกิดกิเลสขึ้นมาแล้วดับไป

    เราจึงมีการเกิด – ตาย หลายแสนชาติ หรือชั่วกัปชั่วกัลป์ หากยังมีกิเลสอยู่

    หากกิเลสไม่เกิด กิเลสมันก็ไม่ดับ = นิพพาน = พระอรหันต์ ดังนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ก็ทำหน้าที่ที่มี

    ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป โดยไม่ต้องมีความอยากมาเป็นตัวชี้นำ ไม่ต้องทำตามกิเลส เพราะกิเลสไม่มี

    :แง่: :แง่: :แง่: :แง่: :แง่: :แง่: :แง่: :แง่:

    ท่านยังสอนอีกว่าอย่าสนใจชาติที่แล้ว หรือแม้กระทั่งเมื่อวาน เพราะเรากลับไปแก้ไขไม่ได้

    อย่าไปให้ความสำคัญกับพรุ่งนี้ หรือชาติหน้า(ให้มากนัก) เพราะยังมาไม่ถึง

    ไม่มีใครรู้ว่าตัวเราจะอยู่ถึงพรุ่งนี้หรือไม่

    เราจึงต้องระวัง อย่าทำตามกิเลส(ความอยาก ได้ มี เป็น) ต้องไม่ทำผิด และต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด

    หากวันนี้ไม่ทำผิด หากวันนี้ก็ไม่ต้องกังวลผลการกระทำของวันนี้ ไม่ต้องกังวลถึงอดีตที่จะผ่านไป

    ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผลของการทำดีวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องดี หากชาติหน้ามีจริง ก็ต้องด้วยเหมือนกัน

    แต่ที่พูดมาทั้งหมด ยังทำไม่ได้เลย

    :555+: :555+: :555+: :555+: :555+: :555+: :555+: :555+:

    เห็นคุณ n/e จั่วหัวมาดี ตอนที่เขียนนี้หัวรุ่งอยู่ กิเลสยังไม่เกิด ก็เลยสานต่อ หวังว่าสมาชิกคงไม่เบื่อ :แลบ: