ต้นตำนานที่มาคำ “ซ่า”
ลำดับที่ 499 • 10 June 2008 - 15:12
ไม่แน่ใจว่าคำว่า “ซ่า” ในความหมายที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบัน ไม่นับรวมซ่าที่นำเข้ามาจากญุี่ปุ่น มีกี่มากน้อยที่รู้ที่มา ตามควายหมายเดิมในพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะหมายถึง “ว. อาการที่ปรากฏแก่ร่างกายเมื่อเวลาขนลุกหรือเป็นเหน็บเป็นต้น เสียงดังอย่างเสียงนํ้าแตกกระจาย” หรือเป็นชื่อปลา คนละความหมายกับความหมายที่นิยมหมายถึง
ที่มาคำของคำว่า “ซ่า” เกิดจากชื่อและพฤติกรรมของคนๆ หนึ่ง ขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุคเผด็จการทหาร หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา บุคคลๆ นี้ มีพฤติกรรม “กร่าง” ผยองพองขนใหญ่คับบ้านคับเมือง
จนนักหนังสือพิมพ์ ในยุคนั้น เรียกขานนามว่า “ซ่าหมัก” และทอนเหลือ “ไอ้ซ่า”
และต่อมาสืบเนื่องจากพฤติกรรม “ไม่รู้คุณคน” เนรคุณการชุบเลี้ยงของหม่อมคึกฤทธิ์ ที่เมตตาให้เขียนคอลัมน์ (ที่หนังสือพิมพ์อื่นเขาไม่อยากรับ) ในสยามรัฐ โดยการลงสมัครเลือกตั้งในเขตดุสิต อาศัยจังหวะที่หม่อมคึกฤทธิ์มีปัญหากับทหาร หาเสียงกับทหารโจมตีหม่อมฯ จนได้รับเลือกตั้ง ภายหลังเที่ยวคุยโวโอ้อวดว่า “คนอย่างผม หม่อมคึกฤทธิ์ยังเตะตกเก้าอี้มาแล้ว”
นอกจากหม่อมคึกฤทธิ์ ยังมีกรณีเนรคุณต่อคนในนามปากกา “ทหารเก่า”
จึงได้ชื่อเรียกขานว่า “ไอ้ซ่าจอมเนรคุณ”
ต้นตำนาน “ซ่า” เกิดจาก “ซ่าหมัก” “ไอ้ซ่า” และ “ไอ้ซ่าจอมเนรคุณ” จอมเนรคุณที่พูดจาปลิ้นปล้อน โกหกเป็นอาจิณคนนั้นชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” หรือ “ไอ้หมัก จมูกหมูปากหมา” นายกรัฐมนตรีรับจ้างของไอ้หน้าเหลี่ยม นั่นเอง
ป้าย:
หมวด: 




ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














13 June 2008 เมื่อ 20:44
13 June 2008 เมื่อ 21:13
ยินดีและขอบคุณครับ
13 June 2008 เมื่อ 23:06
แล้วทักษิณมันยังจะใช้อีกนะ หรือว่าหาใครมาใช้ไม่ได้แล้วเลยต้องจำใจใช้ สมัคร
14 June 2008 เมื่อ 01:12
แล้วน้ำอัดลมล่ะ?