ค่ำวานนี้เกิดเหตุที่อาจจะเรียกได้ว่าไม่คาดฝันเมื่อกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ นำบรรดากเฬวรากพลิกขั้วประกาศจัดตั้งรัฐบาล ในบรรยากาศชิงไหวชิงพริบที่นำสภาวะงูเห่าหวนคืนมาอีกครั้ง นี่คงไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ ไปแหวกหญ้าที่ “หนองงูเห่า” ก่อนหน้านี้หรอกนะ ..ฮา
ในรอบหนึ่งปีการคาดการณ์จับขั้วตั้งรัฐบาลของผมผิดซ้ำกันสองครั้ง ครั้งแรกคิดในแง่ดีว่าพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้นคงไม่ผสมพันธุ์กับพลังประชาชนแล้วดันสมัคร สุนทรเวช ขึ้นเป็นนายกฯ แต่ก็เป็นไปแล้ว และถูลู่ถูกังกันมาถึงเดือนที่ ๑๑ ก็ถึงกาลวินาศ เกิดปรากฎการณ์ตายหมู่ ๑๐๙ ศพ พร้อมกับการกระเด็นออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีสองคน คนแรกหลุดออกจากตำแหน่งคาจานข้าว (และมะเร็งกำลังจะรับประทานชีวิตในอีกไม่ช้านาน) คนที่สองหลุดจากตำแหน่งคาม่านรูด ..เฮ้ย! คาที่ประชุม ครม. ที่พับหางหนีไปประชุมกันไกลถึงเชียงใหม่
ความด้าน-ทน-ด้าน ของพลังประชาชนของ ‘เสด็จพี่’ หน้าเหลี่ยมและพรรคกเฬวรากสี่ห้าพรรค ความอุบาทว์ในระบบและตัวบุคคลของคณะกรรมการเลือกตั้งและอัยการ สร้างความแข็งแกร่งอย่างยิ่งให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคี่ยวกรำจนเข้มและข้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในประวัติศาสตร์การเมืองภาคประชาชน
พี่น้องเอ๊ย.. ความหวังของชาติและความปรารถนาแห่งฟ้าเพื่อเปลี่ยนระบบและโครงสร้างสู่สังคมที่ดีงามอยู่ที่ท่านนี่แหละ
ผมเห็นค่อนไปทางคุณชวน หลีกภัยและอีกหลายๆ คนว่าความคาดหวังพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาลสำหรับประชาธิปัตย์นั้นริบหรี่ แล้วก็ผิดอีกเมื่อกำนันสุเทพเขวี้ยงเบ็ดในบ่อชาวบ้าน-ยกขโยงพรรคกเฬวรากประกาศจัดตั้งรัฐบาลแบบทุลักทุเล โดยส่วนตัวแม้ยึดกุมเสียงที่เบื้องต้น ๒๖๐ ไว้ได้ แต่นับจากนี้ไปการทุ่มเงินในตลาดประมูลควายน่าจะเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงยิ่ง และหากจัดตั้งรัฐบาล “มาร์ค+เป็ด” คงรูปงามปากห้อยไม่หยอก!
หน้าฉากงูเห่าเนวินแถลงอย่างเป็นทางการว่าเห็นแก่บ้านเมือง ดูเป็นน้ำเสียงที่หนักแน่นและเป็นจริงเป็นจังอย่างมากเป็นครั้งแรก หน้าฉากดูประหนึ่งน้อมไปทางหลักนิยมของประเทศประชาธิปไตยอื่น ที่เมื่อพรรคเสียงอันดับหนึ่งบริหารต่อไม่ได้ต้องปล่อยให้พรรคอันดับรองจัดตั้งรัฐบาลแทน แม้ครั้งนี้ดูเป็นการฉกชิงจังหวะมากกว่าสปิริตทางการเมือง
และเบื้องหน้าเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่ในระบบรัฐสภาและการเมืองเก่า
หลังฉากเป็นความเน่าเฟะของการเมืองเก่า การต่อรองอย่างยุ่งเหยิงแบบเดิมๆ อาจจะมองว่าการผละซากพลังประชาชนและเพื่อไทยเงื่อนไขคงไม่อยู่ที่จำนวนเงินในวงประมูลควาย เพราะประชาธิปัตย์คงไม่มีศักยภาพในระดับนั้น เงื่อนไขจึงไปผูกที่ “หากินกันเอง” และจำนวนเก้าอี้หลังจากนี้ ที่สุดท้ายก็คือการเมืองเก่า รูปแบบเดิมๆ ที่กัดกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
และหากระบบรัฐสภาของการเมืองเดิมจะลากกันไปได้ในทิศทางนี้จริง โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี เสถียรภาพ ประสิทธิภาพประสิทธิผลและการแย่งกินงบประมาณ สุดท้ายจะไม่นำประเทศไปสู่ทางออกจากวิกฤติ แต่จะเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนการหมดความชอบธรรม ความหมายและคำตอบโดยสิ้นเชิงของการเมืองเก่า
อย่างไรก็ดี ยังมีคำถามที่จำเป็นต้องหาคำตอบก่อนการจัดตั้งรัฐบาลอีกจำนวนมาก ไม่ว่าสถานะความเป็น ส.ส. ของ ส.ส. สัดส่วน ที่ผู้รู้ให้ความเห็นว่าควรสิ้นสภาพไปตามพรรคเพราะสมาชิกประเภทนี้เป็นการเลือกพรรค ทั้งรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๐๙ อนุ ๒ ก็ทิ้งนัยยะบางอย่างไว้ และคำถามรอง คือ การย้ายพรรคของ ส.ส. สัดส่วน หากไม่สิ้นสภาพตามพรรค นอกจากนี้ยังมีคำถามรองอีกชั้นที่ว่าพรรคนอมินีต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยไม่เคยได้อยู่ในสารบบการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมามีสิทธิหรือความชอบธรรมหรือไม่ที่จะช้อนรับ ส.ส. บ้านพังทั้งสองประเภท
เหล่านี้จะนำไปสู่คำตอบของสถานะประธานรัฐสภา และปริมาณ ส.ส. ที่จะมีอยู่ในมือของแต่ละฝ่าย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้
ไม่ทราบครับว่า ประชาธิปัตย์จะสามารถหลุดกรอบออกจากการยึดติดกับระบบรัฐสภาที่แข็งตัวได้หรือไม่ สมันน้อย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะมีความเด็ดขาดและกล้าหาญขนาดไหนในการจัดการกับผลประโยชน์และปัญหาที่หมกซุกอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเอ็นบีที คดีความต่างๆ ของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิม (อย่างที่ดินรถไฟ และอื่นๆ) การเปลี่ยนแปลงในหน่วยราชการ ที่เป็นการทุบหม้อข้าวและล้วนแต่ลูบหน้าปะจมูกแทบทั้งสิ้น
แต่ฟังจากบทสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ วันนี้ ที่ตั้งเข็มที่ “สร้างความสามัคคี” อันเป็นปลายของปรากฏการณ์ ผมไม่เห็นความหวังใดๆ จากว่าที่นายกฯ รุ่นหนุ่มคนนี้
สภาวะสุญญากาศจะดำรงอยู่อีกระยะจนกว่าจะได้คำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ว่าใครฝ่ายไหนก็ตามจะจัดตั้งรัฐบาล หรือยุบสภาหนีล้างไพ่ วิกฤติของชาติจะยังไม่มีทางออกและหมดไปจนกว่าจะมีการชำระล้างและสร้างสังคมการเมืองใหม่
มหากาพย์ภาค ๓ ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็รอวันที่จะก่อตัวอีกครั้งในลำดับถัดจากนี้ และการเมืองใหม่ไม่ใช่ไข่กาเหว่าที่รอให้คนอื่นฟัก!!
ปล. เชิญร่วมเสวนา “รัฐบาลเฉพาะกาลทางรอดประเทศไทย” วันจันทร์ ที่ ๘ ธันวา บ่ายสองถึงหนึ่งทุ่ม ที่ห้องประชุมใหญ่นิด้า (เฉลิมพระเกียรติ) มีอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพ และชัยอนันต์ สมุทรวานิช ร่วมเสวนา ..แล้วพบกัน

คุณเน บทความดีมาก กะว่าต้องเข้ามาอ่านบทนี้อีกหลายๆรอบ ให้มันกระจ่าง(ความจำส้นมาก) รออ่านตอนต่อไปด้วยค่ะ
บทความฝากอ่าน
- รัฐบาลรักษาการกับสมาชิกผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของการกระทำความผิดอาญา
http://www.manager.co.th/Daily.....0000144309
คุณน้องเนไปนิด้าหรือคะ ขอป้าหน่อยนอนเล่นกับแมวต่อไปก่อนนะ บ้านไกลมาก
ป้าหน่อยเบื่อจัง…อยากพักผ่อนยาวยาวสักสองสามปี…
คนไทยต้องอดทนและรับสภาพนักการเมืองโอละพ่อต่อไปเรื่อยๆ
มันคงต้องเป็นวัฏจักรเยี่ยงนี้หรือ…
จะรอดูนะว่าจะมีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาในช่วงนี้หรือไม่
ถ้ามีชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกรอบ
คงต้องขอตัวแล้วนะ…ไส้แห้งหมดตูดจริงๆ ร่างกายก็ไม่ค่อยอำนวย (ไม่ใช่ นิ่มมะโน นะ)
อากาศเย็นๆ แล้วจะปวดตามข้อเข่า ตามประสาหญิงวัยทอง
งวดนี้ขอลา งวดหน้าก็ยังไม่แน่ คงต้องทำใจแล้วให้คนไทยคนอื่นสู้กันบ้าง
ไม่ได้เห็นแก่ตัวนะ…แต่ไม่ไหวจริงๆ ขอบอก
@Benny
ไม่เก่งหรอกครับ อย่าชมเลย แลกเปลี่ยนความเห็นจะเป็นประโยชน์กว่า
ผมสนุกจะนั่งฟังชาวบ้านแสดงความเห็นการเมืองในช่วงที่เราชุมนุม
@noi_pounjadkoo
ให้แน่นะว่าจะทนอยู่เฉยๆ ได้
ถ้าให้เอาประเด็นเศรษฐกิจเข้าพ่วงด้วย เราจะต้องพักไปไม่น้อยกว่าพฤษภาปีหน้า
ระหว่างนี้ทัพใต้หมดสิทธิเคลื่อนใดๆ ราคายางลงเหลือ ๑๙ บาท จากราคาใกล้ร้อย
โรคแฮมเบอร์เกอร์มาถึงแล้ว
พูดตรง ๆ ว่า คุณอภิสิทธิ์ดู ASTV น้อยไปหน่อย
ความกล้าหาญ ความรักชาติรักสถาบัน ถ้าเทียบกับชาวพธมต้องถือว่า “อ่อน” เนอะเนเนอะ
แต่ก็ คนอย่างพวกเราก็ ชาวบ้านเค้าไม่เอา วันนี้เห็นรายชื่อรมตบางส่วนก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง ช่วงนี้งานเริ่มซา จะมีภาคสามก็ไม่ว่ากันนะ ชาวพธม