คลองเต๊ย…คลองเตย…ทำไมผู้ค้าคลองเตยจึงไม่ยอมแพ้
7 July 2009 - 23:44
คราวก่อนโน้นผมนำบรรยากาศการชุมนุมของชาวตลาดคลองเตยมาบอกเล่า ด้วยตระหนักในสองประเด็นว่า การดำเนินการของการท่าเรือนั้นผิดกฎหมาย และชาวตลาดคลองเตยที่ลุกขึ้นสู้นั้น เป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ของเราในฐานะ “พันธมิตรฯ”
ติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากพี่หน่อย ศิรัส อดีตศิลปิน “เกรดบี” บนเวทีพันธมิตรฯ รับทราบข่าวเป็นระยะ พร้อมไหว้วานให้เขียนลำดับเรื่องราว ความเป็นมาเป็นไปการต่อสู้ของพ่อค้าแม่ค้าตลาดคลองเตย ในฐานะคนที่ชัดในข้อมูลมากกว่า หลังคอมพิวเตอร์เกรวนมาหนึ่งครึ่ง พี่หน่อยกับความพยายามอีกครั้งก็ส่ง “คลองเต๊ย…คลองเตย…ทำไมผู้ค้าคลองเตยจึงไม่ยอมแพ้” มาบอกเล่าเรื่องราว ..โปรดอย่ารีรอ
————————————
หลังจากว่างเว้นจากการเขียนในฐานะแขกรับเชิญมานาน พอเหมาะพอดีได้พบเรื่องราวน่าเขียนมาเผยแพร่ จึงได้เริ่มผลิตงานอีกครั้ง เป็นเรื่องบังเอิญอีกแล้วที่ได้มีโอกาสร่วมต่อสู้เพื่อความถูกต้องกับพ่อแม่พี่น้อง ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้มองว่าเป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว
ความเป็นมาเบื้องต้นของเรื่องนี้ต้องโยงเล่าถึงก่อนว่า ตลาดคลองเตยนั้นเป็นพื้นที่ประมาณ 125 ไร่ ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (รัฐวิสาหกิจ) ได้ให้เอกชนจัดตั้งตลาดสดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 แต่เมื่อประมาณ พ.ศ.2548 การท่าเรือฯ ได้มีแผนพัฒนาตลาดคลองเตยให้เป็นศูนย์ธุรกิจ โดยมีกลุ่มเทมาเส็กจากสิงคโปร์สนใจจะเข้ามาร่วมลงทุน แต่ถูกคัดค้านจากผู้ค้าและผู้อยู่อาศัยด้วยเกรงว่าผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับต่างชาติ ทำให้การท่าเรือฯ ได้ยกเลิกโครงการนี้ไป และต่อสัญญาเช่าบริหารตลาดแก่เอกชน 3 บริษัท คือ บริษัท วัฒนอาคาร จำกัด สหกรณ์เครดิตยูเนียนชุมชนพัฒนาคลองเตย และบริษัท โซวเคี่ยมเส็ง จำกัด สัญญาเช่ามี 3 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องปรับปรุงตลาดและสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งทั้ง 3 บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแปลนการก่อสร้างให้กับการท่าเรือฯ แต่ช่วงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงระดับผู้บริหารการท่าเรือฯ ทำให้เรื่องไม่ได้รับการพิจารณายังคงค้างคาอยู่จนสัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2551 และเมื่อทั้ง 3 บริษัทจะขอต่อสัญญา การท่าเรือฯ ก็ชะลอไว้ โดยอ้างว่าจะปรับปรุงภูมิทัศน์
ในความเป็นจริงหลังจากสัญญาสิ้นสุดลง (31มี.ค.51) การท่าเรือฯ โดยนางสุนิดา สกุลรัตนะ ผู้อำนวยการการท่าเรือฯ ในขณะนั้น ได้ออกประกาศลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เปิดประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองเตย โดยมีการขายเอกสารการประมูลวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2551 กำหนดยื่นซองประมูลวันที่ 17 กันยายน 2551 พื้นที่ทั้งหมด 22 ไร่ 32 ตารางวา ราคาประเมินที่ดินและทรัพย์สินเดิมมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการประมูลลักษณะนี้ขัดพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ทำให้ทั้ง 3 บริษัทเดิมไม่ได้ซื้อเอกสารการประมูล เพราะมันเป็นการประมูลแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้นการประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองเตยของการท่าเรือฯ ในครั้งนี้มีผลกระทบกับผู้ค้าหลายพันราย แต่กลับไม่มีการทำประชาพิจารณ์ให้ประชาชนทราบถึงโครงการดังกล่าว ทั้งๆ ที่มาตรา 57 และ 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินโครงการที่มีผลกระทบหรือส่วนได้เสียของประชาชน ประกอบกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 ก็ได้กำหนดให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย (มันผิดกฎหมายเห็นๆ)
24 กรกฎาคม 2551 (ก่อนวันยื่นซองประมูล) พ่อค้าแม่ค้าในตลาดคลองเตยได้มีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้การท่าเรือฯ ยกเลิกการประมูลแบบไม่โปร่งใสดังกล่าว ทำให้การท่าเรือได้มีประกาศลงวันที่ 7 สิงหาคม 2551 ยกเลิกการประมูลโครงการ 22 ไร่ 32 ตารางวา แต่ในวันเดียวกัน (7 สิงหาคม 2551) กลับมีการออกประกาศเปิดประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่ตลาดคลองเตยขึ้นอีกครั้ง แต่ลดขนาดพื้นที่ลงมาเหลือ 10.18 ไร่ โดยกำหนดยื่นซองประมูล 30 กันยายน 2551
ตามประกาศของการท่าเรือนั้น ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ประมูลไว้เพียง
1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
2. มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 10 ล้านบาท
3. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
4. ต้องเป็นผู้ที่ซื้อเอกสารการประมูล
โดยมีบริษัทซื้อเอกสารการประมูล 6 บริษัท คือ
1. บริษัท เอ็ม เอ็ม พี โค้ทติ้ง จำกัด
2. บริษัท โซพลัส จำกัด
3. บริษัท มหาโชคชัย จำกัด
4. บริษัท อี เอ็ม บิสซิเนส จำกัด
5. บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด
6. บริษัท แอ็กโกรคอมเมอร์ส จำกัด
ส่วน 3 บริษัทเดิม ที่เคยได้รับสัมปทาน (บริษัท วัฒนอาคาร จำกัด สหกรณ์เครดิตยูเนียนชุมชนพัฒนาคลองเตย และบริษัท โซวเคี่ยมเส็ง จำกัด) ไม่ได้ซื้อเอกสารการประมูลดังกล่าว เพราะเห็นว่าการท่าเรือฯ มีเจตนาทำโครงการให้เล็กลงเพื่อให้โครงการมีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
ก่อนกำหนดยื่นซองประมูลกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบการท่าเรือฯ ว่าโครงการนี้โปร่งใสหรือไม่ ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 16 กันยายน 2551 ให้ชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน 60 วัน แต่การท่าเรือฯ กลับเร่งรัดเดินหน้าการประมูล และสุดท้ายผู้ชนะการประมูลก็คือ บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด โดยได้มีการลงนามสัญญากับการท่าเรือฯ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2551 แต่บริษัท ลีเกิ้ลฯ กลับมอบอำนาจให้นายสมควร สิทธิโชค ซึ่งเป็นกรรมการ บริษัท มหาโชคชัย จำกัด (1 ใน 6 บริษัทที่ยื่นประมูลโครงการ) เป็นผู้มีอำนาจบริหารตลาดคลองเตย และปิดป้ายประกาศทั่วตลาดคลองเตยว่าตนเป็นประธานบริษัท ลีเกิ้ลฯ
ร่ายยาวมาขนาดขนาดนี้ก็อาจจะยังงงอยู่ว่า แล้วดิฉันไปยุ่งอะไรกับคนคลองเตยล่ะ ก็แค่พ่อค้าแม่ค้ากลัวค่าเช่าแพงขึ้นไปยุ่งกับเขาทำไม คำตอบก็คือพ่อค้าแม่ค้าเขาต่อต้านด้วยการชุมนุมโดยสงบแต่กลับมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นถึง 13 ครั้ง
1. 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา 01.50 น. มีระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างใส่ผู้ชุมนุม ผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน สาหัส 2 คน
2. 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา 20.30 น. มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ค้า ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน
3. 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา 19.00 น. มีระเบิดปิงปองขว้างใส่ผู้ชุมนุม ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน
4. 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา 20.15 น. มีระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างใส่ผู้ชุมนุม ทรัพย์สินเสียหาย
5. 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 19.10 น. มีระเบิด M 26 ขว้างใส่ผู้ชุมนุม ผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 คน สาหัส 3 คน
6. 10 ธันวาคม 2551 เวลา 18.00 น. มีชายฉกรรจ์กว่า 200 คน ใช้อาวุธปืนและระเบิดขว้างใส่ผู้ชุมนุม ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน สาหัส 1 คน
7. 25 ธันวาคม 2551 เวลา 23.30 น. มีระเบิดประทัดยักษ์ขว้างใส่ผู้ชุมนุม
8. 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 14.00 น. มีชายฉกรรจ์กว่า 100 คน (จากบริษัท ลีเกิ้ลฯ) มารื้อป้อมที่ทำการตำรวจชุมชนท่าเรือคลองเตย และกลุ่มชายดังกล่าวได้กระทำการมิบังควร (อย่าถามเลยว่ามันทำอะไร) ประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์และผู้ชุมนุมได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ แต่ไม่รับแจ้งความ
9. 18 มีนาคม 2552 เวลา 18.00 น. หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย บริษัท ลีเกิ้ลฯ ได้ใช้อาวุธปืนยิงพ่อค้าเสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บ 1 คน
10. 24 มีนาคม 2552 เวลา 6.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานบริหารบริษัท ลีเกิ้ลฯ ได้นำชายฉกรรจ์ประมาณ 50 คน บุกเข้ามาในที่ชุมนุมที่ตั้งบำเพ็ญกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
11. 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 19.00 น. กลุ่มชายฉกรรจ์และหญิงจากบริษัท ลีเกิ้ลฯ ได้เข้ามารุมทำร้ายผู้หญิงรับจ้างเข็นของบาดเจ็บ 5 คน (ถูกเครื่องช็อตไฟฟ้า 3 คน ถูกรุมตี 2 คน)
12. 18 พฤษภาคม 2552 เวลา 19.00 น. กลุ่มชายฉกรรจ์และหญิงหลายร้อยคนจากบริษัท ลีเกิ้ลฯ ได้เข้ามารุมทำร้ายแม่ค้าบาดเจ็บ 3 คน และใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บช.น.5 เป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ
13. 4 มิถุนายน 2552 เวลา 8.30 น. บริษัท ลีเกิ้ลฯ พร้อมด้วยชายฉกรรจ์กว่าร้อยคน ได้มากาง
เต้นท์บริเวณกลางถนนในตลาดฯ ซึ่งเป็นทางเข้าออกในการจับจ่ายสินค้า โดยมีพนักงานจากการท่าเรือฯ มาแจ้งว่าอนุญาตให้บริษัทฯ ลีเกิ้ลกระทำการดังกล่าวได้ เมื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมตำรวจก็ได้ใช้กำลังผลักดัน พร้อมโล่และกระบอง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าได้รับบาดเจ็บหลายราย ความกดดันดังกล่าวพ่อค้าแม่ค้าจึงได้ออกมาปิดถนนพระราม 4 เพื่อชุมนุมต่อต้านการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เรียกร้องหาความยุติธรรมของบ้านเมือง
ความรุนแรงจากการเรียกร้องหาความยุติธรรมของพ่อค้าแม่ค้าชาวคลองเตย ทำให้ดิฉันรวมไปถึงเพื่อนๆ อีกหลายคน เริ่มตระหนักว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาส่วนตัว เพราะข่าวคราวความจริงก็ไม่ปรากฏในสื่อ ดิฉันเป็นคนไทยค่ะ จึงต้องทำอะไรบ้าง แม้ว่าบารมีจะมีไม่พอที่จะฉุดพวกเขาขึ้นมาจากเหว ก็ขอลงไปนั่งลงในเหวเป็นเพื่อนเขาด้วย
มาถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2552 ก็เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมขึ้น พ่อค้าแม่ค้าที่ชุมนุมกันโดยสงบได้โทรศัพท์มาหาดิฉันแต่เช้า แต่วันนั้นดิฉันติดประชุมและไม่ได้รับโทรศัพท์ ทราบข่าวในช่วงบ่ายว่าตำรวจกว่า 400 นายได้เข้ามาในที่ชุมนุม คุณสุนทร มีศรี (อีกาปากเหล็ก) ศิลปินคนกล้าที่ดิฉันชวนไปร่วมชุมนุมเป็นเพื่อนกับคนคลองเตยได้เดินทางไปช่วยเหลือโดยเป็นผู้นำในครั้งนี้ พี่สุนทรเป็นคนใจเย็นและไม่วู่วามด้วยเกรงว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นจึงกล่าวในที่ชุมนุมที่มีพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 400 คน ให้คำนับแสดงความเคารพต่อเจ้าหน้าที่และบอกกับเจ้าหน้าที่ผ่านเครื่องขยายเสียงว่า…ถ้าเราต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เจ้าหน้าที่ก็จะสูญเสียเกียรติยศ ให้ผู้ชุมนุมโค้งคำนับและจัดการรื้อถอนและสลายการชุมนุมโดยสงบ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจ…อิอิ
วันนี้ ดิฉันและพี่สุนทรยังแวะเวียนไปหาพวกเขา ไปพูดจาปราศรัยผ่านเสียงตามสายที่นั่น พี่สุนทรไปร่วมทำบุญกับพ่อค้าแม่ค้า แม้ว่าจะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่การต่อสู้ยังไม่ยุติ พวกเขาได้รวมตัวกันเป็น “สมาพันธ์ผู้ค้าและผู้อยู่อาศัยตลาดคลองเตย” เพื่อการต่อสู้อย่างเข้มแข็งต่อไป ร่วมกันเป็นกำลังใจให้ชาวคลองเตย ซึ่งเป็นคนไทยเหมือนกันค่ะ
หมายเหตุ: ขอบคุณภาพประกอบจากคุณประโยชน์ ทนายความกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าคลองเตย และโลโก้จากพี่หน่อย
๏ รบ – ๓ ๑๕ ๘ ฯ รศ ๒๒๘
n/e
หมวด: 
















8 July 2009 เมื่อ 00:23
ขยันจริงๆ นะ ลืมบอกไปนิดนึงว่าข่าวคราวทั้งหมดของการต่อสู้
เริ่มต้นจากการบอกเล่าของ ลุงหรั่ง ชัชชัย สุขขาวดี we love the KING ที่น่ารักของพวกเรา
8 July 2009 เมื่อ 05:36
วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๒
ตื่นเต้นตั้งแต่เช้า ทนายความ (คุณประโยชน์ ซื่อผาสุข) ที่ดูแลม็อบที่คลองเตย โทรมาตามผมว่ามีเหตุฉุกเฉินให้ไปดูแลมวลชนแทนเขา เพราะเขาอยู่ต่างจังหวัด
บ้านผมอยู่ฝั่งธนฯ ใกล้คลองเตยมากที่สุด พอไปถึงเห็นตำรวจหน่วยปราบจลาจลพร้อมโล่กระบอง และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ราว ๔๐๐ นาย นักข่าวเต็มไปหมดและตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่พร้อมหน้าแล้ว
เข้าเจรจาพร้อมยื่นบันทึก ว่าเราขัดขืนคำสั่งกีดขวางการจราจร ที่ได้เตือนก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อ ๒๔ มิถุนายน จึงขอเคลียร์พื้นที่ แต่แกนนำยังไม่ยินยอม
จึงปลุกให้มวลชนเตรียมตั้งรับกับตำรวจปราบจลาจล ที่จะเข้ารื้อถอนเต๊นท์
จากนั้นแกนนำก็ยื่นไมค์ให้กับผม ผมจึงประกาศให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนเตรียมพร้อม หากตำรวจเข้าสลายการชุมนุมอย่าตอบโต้
เพราะตำรวจต้องการเปลี่ยนสถานะผู้เข้าร่วมชุมนุมซึ่งเรียกร้องความเป็นธรรมให้เป็นผู้ต้องหาและรวบแกนนำ ในข้อหาขัดขืนการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ให้รักษาระยะห่างอย่าแตะต้องตำรวจโดยเด็ดขาด และระวังการแทรกซึมของตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ
จากนั้นก็มีนายตำรวจใหญ่อีกชุดหนึ่ง เข้ามาเจรจา แต่ก็ไม่เป็นผล
คุณนิติธร ล้ำเหลือ เป็นตัวแทนจากสภาทนายความ เข้ามาพอดี จึงขอเจรจาประวิงเวลากับตำรวจ และปรึกษากับแกนนำ
คุณนิติธรจับประเด็นปัญหาทั้งหมด ชี้ทางหนีทีไล่ในทางกฎหมาย แล้วให้แกนนำตัดสินใจเอง แต่ขอให้โทรปรึกษากับคุณประโยชน์ อีกครั้ง
จากนั้นได้เรียกแกนนำมาประชุมร่วมกัน และตัดสินใจยุติการชุมนุมชั่วคราวโดยเปิดการแถลงข่าว
แกนนำชี้แจงและขอความเห็นจากผู้ร่วมชุมนุมทั้งหมด และขอให้คุณนิติธรกล่าวให้ความมั่นใจว่าจะช่วยติดตามเรื่อง และให้ผมพูดปิดท้ายอีกครั้ง
ผมบอกว่า “วันนี้เป็นโอกาสดีที่ทุกคนอยู่ร่วมกันทั้งตำรวจหน่วยปราบจลาจลและผู้เข้าร่วมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม จึงขอถือโอกาสนี้โค้งคำนับคู่ต่อสู้ด้วยความอ่อนน้อม การที่ยุติการชุมนุมเพราะไม่อยากเห็นตำรวจต้องเสียเกียรติและศักดิ์ศรีที่ต้องลงมารบกับแม่ค้าคลองเตย การถอยคือการรุกขั้นสุดยอด และเราจะกลับมาโค้งคำนับคู่ต่อสู้อีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรี ถ้าข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง”
จากนั้นเปิดการแถลงข่าวยุติการชุมนุมด้วยการรื้อถอนเต็นท์และสิ่งกีดขวางออกจากถนนชั่วคราวเป็นเวลา ๗ วัน
โดยตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ลงชื่อรับรองในเงื่อนไขของผู้ร่วมประท้วงที่เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาในตลาดคลองเตย
และให้การท่าเรือใช้อำนาจบังคับ บริษัท ลีเกิลฯ ให้ปฎิบัติตามสัญญาหากเกิดความวุ่นวายในตลาดต้องยกเลิกสัญญา
และให้ตำรวจจัดกำลังมาดูแลความปลอดภัย หากรัฐบาลและการท่าเรือฯ เพิกเฉย จะกลับมาชุมนุมใหญ่อีกครั้ง
จากนั้นผู้เข้าร่วมชุมนุมช่วยกันรื้อถอนเต็นท์และสิ่งกีดขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทยอยเดินทางกลับ เหลือเพียงเจ้าหน้าที่เทศกิจเก็บกวาดอีกครั้ง
วันนี้ผมเพิ่งทานขนมจีนเป็นอาหารเช้าที่ตลาดคลองเตย ตอนเกือบบ่าย ๓ โมงแล้ว
สุนทร มีศรี
8 July 2009 เมื่อ 11:10
ขอบคุณพี่หน่อยและ อ. สุนทร มากนะครับ สำครับข้อมูลเพิ่มเติม
11 July 2009 เมื่อ 12:39
“เพลงดาบหมา เหี้ยตายน้ำตื้น ลิงขำ ไก่ตีปีก”
……….
เมื่อนักการละครมาเป็นผู้นำม็อบ ก็เจอโวหาร เชือดเฉือน แบบพระเอกลิเก
หัวเราะกันทั้งน้ำตา ตำรวจกลับถึงบ้านแล้วเพิ่งรู้ว่าโดนด่าอย่างแสบสันต์
ชาวบ้านเขาเฮ หัวเราะชอบใจ ทนายยิ้ม
……….
กลายเป็น “ขวัญใจแม่ค้าคลองเตย” ไปแล้ว
……….
ยามฉุกเฉิน”ตัวละคร”จะเข้าสิง
ชี้ทางเดิน ที่ถูกต้องให้เราได้
“วิถีของคนละคร”
อีกาปากเหล็ก
11 July 2009 เมื่อ 17:17
เป็นกำลังใจให้ครับ
13 July 2009 เมื่อ 20:40
ต้องช่วยกันเปิดโปงให้ความจริงออกมาให้ได้
เรา….จะไม่ถอย จะไม่ถอย จะไม่ท้อ……
13 July 2009 เมื่อ 20:50
…ถ้าเราต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เจ้าหน้าที่ก็จะสูญเสียเกียรติยศ ให้ผู้ชุมนุมโค้งคำนับและจัดการรื้อถอนและสลายการชุมนุมโดยสงบ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจ… สุดยอดดดอ่า เป็นกำลังใจให้นะคะ ว่างๆจะแวะไปให้กำลังใจแม่ค้าพ่อค้า
14 July 2009 เมื่อ 00:28
ภูมิใจในตัวพี่สุนทรมากๆ…ไม่เสียใจที่ชวนพี่เค้าไปร่วมต่อสู้กัน