น้ำใจ…ไม่ใช่ผลประโยชน์

Date 11 March 2009 - 21:03

หลายต่อหลายท่านคงได้รับทราบข่าวอุบัติเหตุที่เกิดกับพันธมิตรฯ ระหว่างเดินทางกลับจากเวทีสามชุก สุพรรณบุรี แม้มีการเอ่ยถึงในเอเอสทีวี นิวส์วันสองวันต่อกันแต่ไม่มีรายละเอียดเหตุการณ์มากนัก บอริ่งเดย์ได้รับเกียรติอีกครั้งจาก “พี่หน่อย” ศิรัส วัชระสุขจิตร ศิลปินพันธมิตรฯ  (เกรดบี ..ฮา) และหนึ่งในนักรบเสื้อเหลืองที่แทบจะไม่หายไปจากที่ชุมนุม เว้นแต่วันที่เป็นไข้หวัดใหญ่ถูกหามส่งโรงพยาบาล เป็นคนหนึ่งที่ได้ระเบิดแก๊สน้ำตานัดแรกจากตำรวจ ที่บัดนี้ยังส่งผลกระทบต่อร่างกาย ตาพร่าและผมร่วง ..บัดนี้พี่หน่อยประกาศวางไมค์อย่างเป็นทางการ

พี่หน่อยเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้อยู่และรับรู้เหตุการณ์อุบัติเหตุดังกล่าว ถ่ายทอดเรื่องราวมายังบอริ่งเดย์ผ่านหมวด “” ให้รายละเอียดเหตุการณ์ และสะท้อนความเป็นพันธมิตรฯ ที่ชัดเจนอย่างหนึ่ง นั่นคือ “น้ำใจ” สิ่งล้ำค่านี้มีปรากฏเสมอในที่ชุมนุมพันธมิตรฯ สิ่งนี้เกิดขึ้นโดย “น้ำใส ใจจริง”

ขณะที่หลายคนกลับสู่การใช้ชีวิตปกติ หลายคนมีความสุขกับการตระเวนไปพบปะเพื่อนพันธมิตรฯ ตามเวทีคอนเสิร์ตการเมืองในที่ต่าง ๆ หลายคนกำลังเคลิ้มกับบางมายาภาพ หลายคนวุ่นวายกับอีกหลายเรื่อง และหลายคนกำลังคิดมุ่งสู่ข้างหน้า ยังมีเพื่อนของเราที่ยังนอนอยู่โรงพยาบาลอย่างไร้หวังภายหลังเหตุการณ์ “”  คุณรุ่งทิวา ธาตุนิยม พันธมิตรฯ โคราช เป็นหนึ่งในนั้น พี่หน่อยมีเรื่องราวการเข้าเยี่ยมมาฝาก..

 

——————————-

น้ำใจ…ไม่ใช่ผลประโยชน์

เรื่องราวของน้ำใจที่มีอย่างมากมายมหาศาลนั้น สามารถเกิดในสังคมยุคปัจจุบันได้ด้วย เกิดได้อย่างไรอย่างนั้นหรือ? หลายคนสงสัย เพราะสังคมของคนในยุคที่หลงใหลในเงินตรา มัวเมาในแสงสี อย่างในยุคที่ระบอบทุนนิยมสามานย์ครอบงำอยู่นั้นคงเกิดขึ้นอย่างยากเย็น แต่เชื่อไหมว่ามันเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นกลางถนนช่วงวงแหวนกาญจนาภิเษก ขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณเกือบถึงสะพานพระปิ่นเกล้านั่นเอง

มือตบ

ประมาณตีหนึ่งของวันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒ ดิฉันเดินทางจากเวทีเสวนาที่สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี มุ่งหน้าเข้ากรุงเพื่อเตรียมตัวกลับเข้าทำงานตามปกติในเช้าในจันทร์อันแสนยุ่งเหยิง พันธมิตรฯ ผู้เข้ามาชุมนุมที่เดินทางตั้งแต่คืนวันเสาร์จากโคราช เพื่อไปร่วมให้กำลังใจคนสามชุกมีแต่ความเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรงกันแทบทุกคน การจัดเวทีคอนเสิร์ตการเมืองและการเสวนาที่จัดติดๆ กันทำให้ทุกคนแบตเตอรี่เกือบหมด ยานพาหนะที่ทยอยกันเข้าเมืองกรุงก็ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง ดิฉันได้พบกับการจราจรที่ติดขัดจนได้ เพราะพันธมิตรฯ แน่นอน ดิฉันบ่นกับนิม (สารถีส่วนตัว) ว่าอุบัติเหตุแน่ๆ หวังว่าคงไม่ใช่พวกเรานะ

พอรถของดิฉันเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ที่เกิดเหตุ ก็มองเห็นมือตบที่กระจายอยู่เต็มถนน และเห็นเหล่าบรรดาพันธมิตรฯ (สังเกตจากเสื้อที่ใส่อยู่ที่มีคำว่า Change บ้าง New politics บ้าง) ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการจราจรอยู่กลางถนน ดิฉันและเพื่อนๆ บนรถไม่นิ่งนอนใจ หาสถานที่ที่สามารถจอดรถได้และลงไปดูเหตุการณ์ตามประสาไทยมุงที่บังเอิญเดาเหตุการณ์ว่าน่าจะเป็นพวกเราที่ประสบอุบัติเหตุ แล้วก็ใช่จริงๆ

มีรถสีทองที่ถูกชนจนท้ายยุบ เห็นสิ่งของภายในรถที่มีแต่มือตบ ที่คาดผมติดไฟ เสื้อยืด และรถอีกคันสีเทาซึ่งน่าจะเป็นรถที่มาชนท้ายรถคันสีทอง สอบถามจากผู้เห็นเหตุการณ์ (ซึ่งก็เป็นพันธมิตรฯ เหมือนกัน สังเกตจากเสื้อ PAD) ก็ทราบว่ารถสีทองนั้นเสียอยู่กลางถนน และรถของผู้เล่าเหตุการณ์ลงไปช่วยเหลือ (เพราะเห็นมีมือตบอยู่) เพื่อนของเขาลงไปอำนวยความสะดวกให้รถคันหลังและพยายามเคลื่อนรถที่เสียอยู่ให้เข้าไปอยู่ข้างทาง แต่ปรากฏว่ามีรถเก๋งสีเทาพุ่งเข้าชนเพื่อนของเขาและชนท้ายรถสีทองเข้าอย่างจัง

ดิฉันโทรศัพท์สอบถามเพื่อนที่ทำงานอยู่มูลนิธิแห่งหนึ่ง ทราบว่าผู้บาดเจ็บอาการไม่สาหัสนักมี ๓ คน อยู่ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา จึงสบายใจขึ้น (และได้โทรศัพท์บอกกับคุณอมรที่ยังอยู่ที่สามชุกว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น) ขณะที่ดิฉันอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุมีรถตู้ของพันธมิตรฯ จอดแวะเวียนสอบถามมากมาย ด้วยเหตุที่ว่าเห็นมือตบกระจายอยู่ที่พื้นถนน และเห็นดิฉันยืนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ มีรถเก๋งและรถกระบะจอดทักทายและถามไถ่ตลอดเวลา จนเพื่อนๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันตัดสินใจว่าเราน่าจะเดินทางกลับบ้านใครบ้านมันได้แล้ว เพราะหากดิฉันยังยืนอยู่ตรงนั้น จะมีพันธมิตรฯ อีกมากมายจอดรถลงทักทายและเข้าใจกันผิดๆ ว่าดิฉันเกิดอุบัติเหตุ

ทุกคนแสดงความห่วงใยกันอย่างจริงใจ และลากลับบ้านกันอย่างอาวรณ์ มันคือน้ำใจอันมากมายมหาศาลที่ดิฉันปลื้มใจเหลือเกิน พวกเราไม่ใช่ญาติสนิทมิตรสหายที่คบหากันมานานแต่ประการใด แต่การร่วมทุกข์กันมาเกือบสองร้อยวันนั้น มันสามารถซึมซับความรักและความเป็นห่วงได้อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน พวกเราขึ้นรถมาก็บ่นกันว่าเห็นมือตบบนถนนแล้วไม่ลงไปช่วยไม่ได้ว่ะ…อันนี้เป็นเรื่องจริง

น้ำใจและความห่วงใยของพันธมิตรฯ นั้น ดิฉันไม่รอที่จะรับแต่เพียงฝ่ายเดียว ดิฉันตั้งใจว่าตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ดิฉันก็จะระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตลอดไป โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทุกข์ทุกคนในเหตุการณ์วันนั้น คือเพื่อนตายที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับดิฉันจริงๆ

คุณรุ่งทิวา ธาตุนิยม หนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัสจากการเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ดิฉันไม่เคยลืม และหลังจากที่ได้เข้าพบกับเฮียซำสามีของพี่ฮวง (ชื่อเล่นของคุณรุ่งทิวา) ที่เวทีคอนเสิร์ตการเมือง โคราช ดิฉันก็มุ่งมั่นว่าต้องไปเยี่ยมสักครั้ง เพราะอย่างน้อยเราก็มีอุดมการณ์เดียวกัน สู้รบกับอำนาจชั่วๆ มาด้วยกัน

รุ่งทิวา

วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ห้อง ๒๐๖ เตียงที่ ๔ ตึกธนาคารกรุงเทพ ชั้น ๒ โรงพยาบาลจุฬา ดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมพี่ฮวง เพื่อนร่วมทุกข์ที่ฝ่าฟันมาด้วยกัน พี่ฮวงนอนหลับอยู่ ดิฉันเดินเข้าไปจับมือและลูบที่ฝ่าเท้า ฝ่ามืออุ้งเท้าเย็นมาก พี่ ฮวงลืมตาขึ้นมายิ้มและหลับตาลง ดิฉันแนะนำตัวและบอกว่าเพิ่งกลับมาจากโคราช บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่พวกเราไป จัดเวทีคอนเสิร์ตการเมือง บรรยากาศความสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้ ซึ่งความบันเทิงแบบนั้นพี่ฮวงคงจะไม่เข้าใจหรอก เพราะก่อนที่พี่ฮวงจะหมดสติ พวกเราไม่มีความบันเทิง พวกเรามีอุดมการณ์แห่งการต่อสู้ มีแต่ความจริงจัง มีแต่ความเครียด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ร่วมกัน

ดิฉันรู้สึกเซ็งกับความบันเทิงจอมปลอมที่เกิดขึ้น เพราะพี่ฮวงยังนอนแบบไร้สติอยู่บนเตียง เฮียซำบอกว่าพี่ฮวงเขาอาจรับรู้แต่เขาไม่สามารถตอบสนองได้ และพี่ฮวงก็มองไม่เห็น แต่ทำไมพี่ฮวงน้ำตาไหล? ดิฉันบอกกับพี่ฮวงว่าถ้าวันที่ ๗ เป็นดิฉันล่ะ (ซึ่งเป็นไปได้) วันนี้พี่ฮวงคงดีใจที่มีคอนเสิร์ตการเมืองเกิดขึ้นที่โคราช บ้านเกิดของพี่ ดิฉันลากลับบ้านพี่ฮวงบีบมือดิฉันแรงๆ ดิฉันบอกอีกว่าพี่ปองก็คิดถึงพี่ฮวงนะ

วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ พี่ฮวงเข้ารับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้งเนื่องจากสมองบวม ดิฉันโทรไปหาเฮียซำเพื่อสอบถามอาการเบื้องต้น ทราบว่าเมื่อคืนอาการไม่ค่อยดี เล็บเขียวคล้ำ ทานอาหารไม่ได้ แต่หลังจากผ่าตัดอาการดีขึ้น พี่ปองกับ พี่ต้น (สุชาติ ชวางกูร) ก็เข้ามาเยี่ยมและเพิ่งกลับไป เฮียซำยังไม่ลืมที่จะขอบคุณดิฉันที่เป็นห่วงพี่ฮวง

น้ำใจที่ดิฉันเต็มใจมอบให้ทั้งผู้ที่ประสบอุบัติเหตุและพี่ฮวงนั้น มันเกิดขึ้นเองแบบอัตโนมัติ มันไม่ใช่ผลประโยชน์อะไร และการนำเสนอในครั้งนี้ดิฉันไม่ต้องการคำขอบคุณหรือคำสรรเสริญเยินยออะไร ต้องการแค่เผยแพร่ให้คนไม่ลืมที่จะมอบน้ำใจให้แก่กันเมื่อโอกาสเข้ามาถึง หรือถ้าโอกาสยังมาไม่ถึงก็เดินเข้าไปหาโอกาสนั้นบ้างก็ได้ เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่แสวงหาผลประโยชน์จากความศรัทธา เราเดินมาด้วยกัน เจ็บมาด้วยกัน ทำไมเราต้องเอาเปรียบซึ่งกันและกันด้วย

ทำไมต้องมีผลประโยชน์ต่อกันด้วย?

ศิรัส วัชระสุขจิตร (หน่อย)

———————



ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน

(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)
Use Coupon Code: boringdays for $9.94 discount




16 ความเห็น ใน “น้ำใจ…ไม่ใช่ผลประโยชน์”

  1. พันธมิตรปากนัง

    อ่านไปพร้อมกับน้ำตาซึม…ซึ้งในน้ำใจของพันธมิตร :ฮือ:

    พันธมิตรทั้งผองเป็นพี่น้องกัน….ตลอดไป

  2. Patriot

    This is a unique character of PAD members that no other mob can do the same or even close to it. I still recall the atmosphere of rally at the early stage of 2548 at Samam-Luang. I could tell right away that this is a true people power that are doing the right thing for their country.

  3. YHUN

    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความคิดดีๆ และบทความดีๆ ที่มีมาแบ่งปันกันสม่ำเสมอ

    ฝากบอกคุณหน่อยว่า การทำสิ่งที่ถนัดน่ะถูกต้องแล้ว แต่การทำสิงที่ชอบไปด้วยพร้อมกันก็ไม่ผิดกติกาอันใด

    บางงานเราอาจทำเพื่ออาชีพ บางงานอาจทำเพราะเราถนัด และบางงานอาจทำเพราะเราชอบและรัก ที่สำคัญเราอาจทำทุกอย่างพร้อมกันได้ดี หากเรามีความสุขในทุกงานที่ทำ

    และในทุกๆที่เราก็จะพานพบผู้คนหลายรูปแบบ ผมว่าสิ่งที่คุณหน่อยเจอจนเกิดอาการเซ็งนั้นเป็นเรื่องที่เราอาจพบเจอในสังคมทั่วไปทุกวันนี้ และนับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ

  4. n/e

    @พันธมิตรปากนัง:
    สิ่งนี้คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่เรามี ความเป็นภราดรภาพ ญาติทางอุดมการณ์ผู้ร่วมทุกข์สุข

    @Patriot:
    บ่อยครั้งที่ผมนำภาพถ่ายเก่า ๆ ตอนร่วมชุมนุมมานั่งดู เป็นบรรยากาศที่ยากจะลืม
    พันธมิตรเป็นพลังของประชาชนผู้ตื่นตัวที่มีขนาดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ ผ่านการเดินทางยาวนานร่วม ๓ ปี บัดนี้เป็น “ศูนย์อำนาจใหม่” ที่มีพลังยิ่งกว่าพลังทางการเมือง เพียงแต่ว่าเราจะใช้พลังนี้ในการเปลี่ยนบ้านเมืองอย่างไร

    @YHUN:
    พี่หน่อยจับพลัดจับผลูมาเป็นศิลปินโดยไม่ใช่ความตั้งใจแต่เริ่ม
    มีจิตใจอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “จิตสาธารณะ” ไม่ยอมต่อสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เป็น

    ป.ล. ท่านใดมีเรื่องราว ประสบการณ์ร่วม บทความที่เขียนเอง สามารถส่งมาตีพิมพ์ที่นี่ได้นะครับ จะขอบคุณเป็นอย่างสูง

  5. noi_pounjadkoo

    ขอบคุณ…สำหรับทุกคนที่ร่วมต่อสู้ อย่างเต็มใจ
    ขอบคุณ…สำหรับทุกการเคลื่อนไหว โดยไม่หวังอะไรเพื่อส่วนตัว
    ขอบคุณ…สำหรับความจริงใจของพันธมิตรตัวจริง
    ขอบคุณ…สำหรับทุกคนที่อ่าน

    ขอบคุณค่ะ…
    จาก หน่อย…ผู้เคยเป็นศิลปินเกรดบีของพันธมิตรฯ

    ปล.เฮียซำอย่าท้อนะคะ…เพราะหน่อยท้อไปแล้ว

  6. เคระ

    ตอนนี้เราช่วยเหลือคุณพี่รุ่งทิวาได้ยังไงบ้าง เนช่วยบอกด้วยนะ

  7. noi_pounjadkoo

    ช่วยเป็นกำลังใจให้พี่ฮวง อย่าลืมบทบาทการต่อสู้
    อย่าลืมความสูญเสีย ไปเยี่ยมเยียนเขาบ้าง
    น่าจะได้แค่นั้นละมั้ง…

  8. เคระ

    ไม่ลืมความสูญเสีย :ม่ายๆ:

    ไม่ท้อ จะสู้กะมาน :แม่มๆ: :แม่มๆ:

  9. Nimedly

    ถึงแม้บางครั้งการที่เราจะได้อะไรมาต้องแลกมาด้วยความสูญเสีย และเสียสละ

    และเมื่อมีการสูญเสีย และเสียสละแล้ว

    “คน” ที่ยังอยู่ และร่วมต่อสู้ด้วยกันมา ควรจะต้องมีจิตสำนึกถึงใน ความสูญเสียนั้นบ้าง

    อย่าลืมว่า บางที่สิ่งที่เราได้มาในตอนนี้ อาจจะไม่คุ้มค่ากับความ สูญเสีย ที่เรามี !!!

    … มีมือปีศาจ เข่นฆ่าให้ล้มหายตายจาก แย่งชิงสิ่งหวังอันสูงค่า กระชากลงอเวจี
    ความรู้สึก คับแค้นแน่นไปถึงข้างใน คืบคลานเข้ามารุมสุมใจ เห็นเพื่อนล้มตายลงอย่างนี้
    ผู้บริสุทธิ์ สองมือ สองแขนว่างเปล่า ร่วงกราวลงกองแทบสองบาท ปีศาจร้ายนั่งบนเก้าอี้ …

  10. n/e

    @Nimedly:
    ไม่คุ้มเลนสักนิดนีมเอ๋ย นึกแล้วก็ให้เจ็บใจ

  11. ทอฟ

    มาทักทายคะ นาน ๆ แวะรายงานตัวที แต่แอบมาอ่านเรื่อย ๆ นะ

  12. YHUN

    รู้จักคุณหน่อยเบื้องหน้าผ่านบทเพลงเบื้องหลังผ่านเวปนี้ ก็พอดูออกว่าเป็นคนดีมีความสามารถ

    สังคมไทยวันนี้ ต้องการคนดี มีความสามารถเหมือนคุณหน่อยมากๆ

    คุณหน่อยอยากทำอะไรก็ทำเถิด ทุกอย่างป็นประโยชน์แก่สังคมทั้งนั้น หากทำด้วยอุดมการณ์

    บ้างครั้งก็ท้อได้ครับ แต่อย่าถอย :แว่นดำ: :แว่นดำ: :แว่นดำ:
    บางครัง การแวะพักแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถเติมพลังให้เราได้อย่างมากมาย

  13. Nimedly

    ท้อ แต่ไม่ถอย มีในหลาย ๆ คน แต่คงบอกไม่ได้ว่าทุกคน

    ในหลาย ๆ เหตุการณ์ ความอิจฉา ริษยา กลัวว่าคนอื่น ๆ จะได้หน้ามากกว่า

    หรือกลัวว่าจะเด่น ดังกว่า แล้วก็มาทำลายกันเอง ( อันนี้เชื่อว่ามีในทุก ๆ สังคม )

    แม้ว่า อุดมการณ์จะเหมือนกัน แนวทางเดียวกัน …

    นั้นแหละ ที่ทำให้ เกิดอาการ ท้อ และ ถอย ไปตามลำดับ

    ขอให้ลุกขึ้น สู้ และ ยืนหยัดต่อไป

    เชื่อว่าคนที่ทำดีแล้วน่ะ ไม่ว่าจะมี “มาร” ผจญ เพียงใด

    วันที่ความดีของเรานั้นจะงอกงามขึ้น ปรากฏขึ้น คงมาในไม่ช้า

    ให้กำลังใจทุก ๆ คนที่ทำความดี ครับ

  14. kittinunn

    ผมเห็นเต้นท์คุณรุ่งทิวาที่โคราช มีภาพเหตุการณ์ติดอยู่ด้วย ผมคิดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ น่าจะบันทึกเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังได้ร่วมกันค้นหา ไม่หนังสือก็ควรมีเว็บไซต์ล่ะ

  15. n/e

    @ทอฟ:
    ขอบคุณที่แวะมาเยือนเสมอ ๆ นะครับ แลกเปลี่ยนความเห็นกันบ้างนะครับ

    @YHUN:
    จะได้เห็นพี่หน่อยในฐานะที่เป็นตัวตนที่แท้จริงมากขึ้นนับจากนี้ครับ การขึ้นเวทีร้องเพลงเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ

    @Nimedly:
    อย่าลืมให้กำลังใจเจ๊ด้วย เดี๋ยวจะแง๊ว ๆ ซะก่อน
    เราทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าดีและถูกต้อง ไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรกับตัวจากสิ่งที่ทำ

    @kittinunn:
    เป็นความหวังเล็ก ๆ ว่าเอเอสทีวีจะทำเป็นสารคดีสั้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับผู้สูญเสีย
    แต่ก็หวังลม ๆ แล้ง ๆ รู้ ๆ อยู่ว่า “คนใน” เป็นอย่างไร :ดำๆ:

  16. นอ...นิม คนมีนอ

    @ n/e

    ไม่เป็นไรหรอกพี่ เจ้เขาแกร่งอยู่แล้ว

    ไม่หมดแรงง่าย ๆ หรอก

    นอกจาก หลับ :555+: :555+: :555+:

    ป.ล. เมนต์ไปแล้ว เจ้อ่านเมื่อไหร่งานเข้าแน่ ๆ :ฮือ: :ฮือ: :ฮือ: