อ.แก้วครับ อาจารย์นั่นแหละทำลายฝันตัวเอง!

ผมใคร่ครวญอยู่หลายต่อหลายครั้งและรอเวลาเพื่อไม่ให้ความรู้สึกเจือปนในอันที่จะเขียนถึง “คุณสนธิ…คุณมีสิทธิอะไรมาทำลายความฝันของผม?” และด้วยไม่ต้องการให้เป็นการตอบโต้ เพราะถึงบัดนี้ยังรู้สึกนับถือและให้ความเคารพ ย้อนไปสักสิบปีที่แล้วผมจำได้ลางๆ ว่าไม่ อ.แก้ว ก็ อ. ขวัญ ที่เป็นวิทยากรอบรมทีมงานผม ขณะที่ยังประกอบอาชีพเป็นเอ็นจีโอ ผมมีความชื่นชมอาจารย์เป็นการส่วนตัวมาก่อนนั้น ทั้งความสามารถที่จะอธิบายความเรื่องยากและซับซ้อนให้ฟังดูง่าย ความเข้าใจต่อองค์กรชุมชน-ภาคประชาชน ความเป็นคนโผงผางตรงไปตรงมา เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่ชื่นชมในตัวอาจารย์ก็ชอบความเป็นอย่างนี้

kaewsun adword ผมมาอยู่กรุงเทพก็หลายปีดีดัก แต่ไม่ยอมและไม่อยากจะย้ายทะเบียนบ้านเข้ามา ทำให้ไม่มีสิทธิหรือมีเสียงอะไรที่จะเลือกตั้งผู้ว่ากับเขา ทั้งๆ ที่ไม่ว่าใครได้รับเลือกตั้งเข้ามาล้วนได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งสิ้น

เมื่อครั้งที่คุณสนธิประกาศเป็นการส่วนตัวขอความร่วมมือให้พันธมิตรฯ เลือกใครก็ตามที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเป็นการตอบแทบการปูทางสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน และเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ต่อต้านระบบทักษิณ ก็คงไม่ต้องอธิบายความเชื่อว่าคนที่มีความแหลมคมและลึกซึ้งอย่างอาจารย์เข้าใจได้ไม่ยาก ครับ..หลายเสียงที่ฟังมาถึงไม่ชอบประชาธิปัตย์ก็ตกลงปลงใจตามนั้น ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อฟังคำสั่งคุณสนธิ แต่เพราะเขาเป็นอย่างที่อาจารย์เชื่อว่า “คนกรุงเทพคิดเป็น” และ “ไม่ใช่ควาย”

แต่เมื่อมีข่าวว่าอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ จะลงสมัครด้วยก็ทำให้หลายคนที่ได้สนทนาด้วย เริ่มที่จะทบทวนจุดยืน ระหว่างการเลือกทางยุทธศาสตร์เดิมกับการเลือก อ. แก้ว หลายต่อหลายเสียงเอนเอียงมาทางอาจารย์ ผมก็มองว่าน่าจะสนับสนุนอาจารย์ ไม่ใช่เพราะอาจารย์เคยขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ที่ถ้าจะนับอย่างนั้นก็น่าจะใกล้ชิดกว่าสนับสนุนประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพราะอาจารย์ยืนตรงข้ามทักษิณ แต่เพราะมองเห็นว่าอาจารย์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเมืองหลวงแห่งนี้

แต่พลันที่ออกมาในวันที่ลงสมัครในนามกลุ่มกรุงเทพใหม่และได้หมายเลข ๑๒  “ขอให้พอกันทีได้หรือไม่ คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ควายที่จะเอาสีไปป้ายเป็นเหลืองหรือแดง คนกรุงเทพฯ เป็นอิสระชน อย่าไปแบ่งฝ่ายแบ่งข้าง และอย่ามาแบ่งตนด้วย แต่ขอให้พิจารณาที่ผลงาน ความตั้งใจและคุณสมบัติ การเลือกตั้งจะต้องยุติความแตกแยก แบ่งสีแบ่งพรรค เพราะพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือในการทำงาน ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาแบ่งสี” และ “ที่ผมอาสาตัวมาในครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่แท้จริง จึงอยากฝากบอกไปยังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าอย่างเลือกผมเพราะผมเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณ ส่วนคนที่ชอบคุณทักษิณ ก็อย่าเพิ่งปฏิเสธผมตั้งแต่แรก ขอให้ดูสิ่งที่ผมเสนอก่อนว่าพอใจหรือไม่ แทงใจดำหรือไม่” นั่นทำให้หลายคนสงสัยและแปลกใจ พร้อมตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับ อ.แก้ว?

ที่บาดหัวใจและเกิดคำถามตัวใหญ่เบ้ง คือ การดึงเอา ‘แอ๊ด คาราบาว’ เข้ามาเป็นทีมงาน

ไม่ว่าอาจารย์จะรู้จักรักใคร่เป็นการส่วนหรือไม่อย่างไรกับนายคนนั้น และไม่ว่านายคนนั้นจะมีอุดมการณ์หรือไม่ก็อย่างไรก็เป็นเรื่องของสังคมที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ระหว่างหมอนั่นกับพันธมิตรฯ เรามีเรื่องกินใจกันอยู่!!

และการที่ อ.แก้ว ที่เรานับเป็นเพื่อนหนีบไอ้หมอนั่นเข้ามา อาจารย์จะให้เรารู้สึกอย่างไรกับเพื่อนที่มีไอ้คนที่แลบลิ้นปลิ้นตาอยู่ข้างๆ !?

คำตอบง่ายๆ อย่างที่อาจารย์ก็รู้และเข้าใจได้ไม่ยาก ว่าเราไม่เลือกอาจารย์ เพราะสิ่งที่อาจารย์ทำ-หนีบมามันเหยียบหัวใจกันเกินไป ..อาจารย์ที่เคารพจะให้เราเลือกอาจารย์และพ่วงไอ้ตัวที่ถ่มถุยเย้ยหยันการต่อสู้ของเราและยกย่องทักษิณเป็นฮีโร่คนจนอย่างนั้นหรือ?

อาจารย์อย่าไปเอาคำคนที่ฟังมาว่าคุณสนธิไปอะไรๆ ในรามคำแหงเลย ถ้าทำได้อย่างนั้นรามคำแหงคงสนับสนุนพันธมิตรฯ คึกๆ ตั้งแต่ครั้งโน้นแล้ว เราพยายามไปเปิดเวทีที่นั่นแต่ก็หร็อมแหร็มเหลือเชื่อครับอาจารย์ ส่วนที่คุณสนธิพูดผ่านรายการในเอเอสทีวีนั้นก็สะท้อนจากความคิดของเหล่าพันธมิตรฯ ที่ออกมาก่อนแล้วอย่างน้อยก็หนึ่งวัน อาจารย์เข้าใจถูกแล้วว่าเขาไม่ได้โง่และเป็นอิสรชน เขาคิดและแยกแยะได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องตามชี้นำ (และจำนวนไม่น้อยที่แกนนำต้องทำตามข้อเสนอของผู้ชุมนุม)

ผมจะไม่โต้หรือแย้งกับอาจารย์ต่อทัศนะอาจารย์ที่มีต่อการชุมนุมหรือข้อเสนอ เราอาจมองกันได้ซึ่งไม่แปลกและเราก็ไม่ได้ขึ้นต่อกันและกัน

เพียงแต่ในจดหมายที่พิรี้พิไรรำพันว่าการกระทำของคุณสนธิอาจนำไปสู่การดับความฝันของอาจารย์และลูกๆ ครอบครัวเล็กๆ สองครอบครัว รวมถึงน้ำตาของอาจารย์ที่ไหลเอ่อเมื่อลูกชายยังไม่ได้นอนเมื่อเลยเที่ยงคืน

…อาจารย์ครับ ความฝันของพวกผมที่เรียกตัวเองว่าเป็นพันธมิตรฯ คือ การขจัดระบบทักษิณ สร้างการเมืองใหม่และพิทักษ์สถาบันกษัตริย์ให้มั่นคงนั้น เราไม่แค่นอนเลยเที่ยงคืนมาสองสามคืน แต่ตลอด ๑๙๒ วันนั้น เราไม่เคยได้นอนก่อนเที่ยงคืนเลยสักคืน ในจำนวนคืนเหล่านั้น เราตากลม ตากฝน ตากยุง ตากน้ำค้าง เปียกแล้วแห้งแห้งแล้วเปียกอยู่บนถนน บนฟุตบาท หลายต่อหลายสิบคืนที่ไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ คืนไหนจะกลับไปนอนบ้านที่อบอุ่นกว่าจะถึงบ้านก็ตีสองตีสาม ทั้งง่วงทั้งล้าเต็มทนครับอาจารย์ นอนบ้านก็ใช่จะหลับอย่างเป็นสุขเพราะไม่รู้ว่าที่ชุมนุมจะเป็นอย่างไร เกิดเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ แต่เชื่อเถอะครับว่าอาจารย์จะไม่มีทางได้ฟังเสียงโอดครวญในเรื่องทำนองนี้จากเรา เพราะไม่มีเหตุผลอะไรจะทำอย่างนั้น และเราทำของเราเอง

เราถูกกระทำมาต่างๆ ไม่ใช่ด้วยความเกลียดชังที่เขามีต่อพวกเราหรือ ตั้งแต่การเข้าโจมตีทำร้ายเมื่อ๒๕ พฤษภา การป้ายร้ายใส่ความเท็จด้วยกระบวนการต่างๆ การยกพลมาโจมตี การใช้ตำรวจจงใจฆ่าในวันที่ ๗ ตุลา การส่งคนมาลอบยิง ขว้างระเบิด ยิงระเบิด เหล่านี้คือความปรารถนาดีและใจอันมีเมตตาต่อเรา? เราไม่ใช่แลกด้วยการอดหลับอดนอนและยากลำบากเพื่อได้มาซึ่งความฝัน แต่เราเอาทุกอย่างเข้าแลก เงินทอง เวลา ทุกสิ่งอันไม่เว้นแม้ร่างกายและความตาย กว่าครึ่งพันที่บาดเจ็บ และ ๘ คนที่ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย!

ถูกกระทำอย่างนี้จะไม่ให้รู้สึกโกรธหรือเกลียดชังบ้างหรือครับ แค่ที่ต้องกัดฟันทนไม่เผาบ้านไม่เผาเมือง-หรือเดินหน้าฆ่ามันคืนก็มากพอแล้ว คนสามัญธรรมดาๆ ที่รู้สึกเป็นน่ะครับ ซ้ำยังมีคนอย่างไอ้หมอนั่นมาหากินบนความบาดเจ็บล้มตาย ซ้ำยังมีไอ้หมอนั่นมาถากถางถ่มถุย จะให้รู้สึกดีๆ ต่อกันอยู่หรือครับ?

อาจารย์ครับ อาจารย์มีสิทธิ์ฝันอย่างที่พวกผมมีสิทธิ์ฝัน สิ่งที่เราทำกับอาจารย์ก็แค่ไม่เลือก แต่สิ่งที่เขาทำกับเราคือฆ่าให้ตายและถ่มน้ำลายรดศพครับ!

ผมเชื่ออย่างที่อาจารย์เชื่อว่าคนกรุงเทพไม่ใช่ควายที่จะเอาสีไปป้ายเป็นเหลืองหรือแดง เขาเป็นอิสระชนที่ส่วนหนึ่งได้เลือกแล้วที่จะเป็นสีเหลือง!! และสีเหลืองนี้พร้อมใจกันปฏิเสธอาจารย์ไม่ใช่เพราะคุณสนธิ แต่เพราะอาจารย์หนีบแอ๊ด คาราบาวมา

ทำไมไม่ลองโทษตัวเองดูบ้างล่ะครับ ว่าตัวเองนั่นแหละที่ทำลายความฝันของตัวเอง อย่าปล่อยให้ความความผิดหวังกัดกินความฉลาดและสร้างโมหะคติขึ้นมาในใจ ..ที่เขาตกลงใจไม่เลือกเพราะอาจารย์ทำตัวเองครับ

ปล. ที่อาจารย์นำเรื่องการทำหน้าที่ คตส. มาว่านั้น ก็ถามกลับว่าใครกันที่ไปแย้งการตั้ง คตส. ชุดแรก? กระทั่งเป็นที่มาของชุดสอง และ? พวกเรารัก-หวงคนดีอย่างอาจารย์มาก แต่อาจารย์นั่นแหละที่ทำร้ายความรู้สึกของเรา

ปล. ๒ อาจารย์กระแนะแกระแหนโดยเอาปากคนอื่นมาว่าเราว่า “พันธมิตรเพื่อประชาธิปัตย์” ขณะที่ย้อนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อนนี้ อ.แก้ว เสนอตัวลงชิงผู้ว่าในนามประชาธิปัตย์!?

Posted in ทัศนะ and tagged . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Use Coupon Code: boringdays for $9.94 discount

33 Responses to อ.แก้วครับ อาจารย์นั่นแหละทำลายฝันตัวเอง!

  1. Benny says:

    สาแก่ใจ มากค่ะ บทความนี้ ขอพรินท์ไปให้เหล่าเพื่อนๆ คอเดียวกันอ่านนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

  2. Nim says:

    มันก็เป็นจริงประการะ ชะนี้แล

    ใช่ ๆๆ พี่เน มันไม่ได้เกี่ยวกะ พธม.ที่จะถูกใครมาจูงจมูกให้เลือก

    แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผิดหวัง ปนเศร้าใจ ที่ อ. เลือกเอา แอ๊ด เข้ามา

    ผมว่าความรู้สึกของ พธม. คงไม่มีใครชอบแอ๊ด ไอ้ปลื้ม สรยุทธ หรือใครอีกหลายคน

    ผมว่างานนี้สงสัย อ.แก้ว ต้องกลับไปนั่งคิดแล้วคิดอีก

    ประมาณว่า “คิดผิด คิดจนตัวตาย” นั้น เอวังละประการ ชะนี้แล…

  3. SE7EN says:

    สงสัยอ.แก้วจะใช้ยุทธศาสตร์ดึงกลุ่ม 2 ไม่เอา ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากที่สุดในกทม.
    ซึ่งสุดท้ายอาจจะจับอะไรไม่ได้เลย (เพราะแกเล่นพูดในแนว 2 เอาซะงั้น)
    ยังไงไนซ์ก็เชื่อว่าคนกรุงเทพไม่เอาทักษิณ มากกว่าไม่เอาพันธมิตรล่ะน้า
    (แถวซอยไนซ์ เสื้อมุสลิมรักชาติ เพียบบบบบบ)

    ส่วน คนนั้นน่ะ แหม คนแถวดินแดงรู้่เช่นเห็นชาติหมดแล้ว (ที่ไนซ์เคยเล่าให้ฟัง – เพื่อนเล่ามาอีกที แต่เพื่อนเห็นเองนะ)

    ส่วนอีกคน แค่รูปป้ายหาเสียงก็หลอกลวงแล้ว แต่งเยอะเกิน ไม่เหมือนตัวจริง ต่อไปจะเชื่ออะไรได้ (เอ๊ะเกี่ยวมั้ย)

  4. เคระ says:

    เมื่อซักสองปีก่อน เคยช่วยเพื่อนในงานคอนเสิร์ตของไทยธนาคาร มีนักร้องเก๋า ๆ หลายคน กบ เสาวนิตย์ นันทิดา แหวน และ รุ่นลายครามที่เกิดไม่ทันอีกสองสามท่าน และทางธนาคารก็เรียกร้องนายไก่ชนผสมพันธุ์กระทิงที่คลอดออกมาเป็นควายสีแดงนายนี้ด้วย ทางแกรมมี่ก็จัดให้ไป

    แอ๊ดไม่ยอมร้องเพลง รักเธอประเทศไทย ที่ทางออแกไนเซ่อร์เลือกไว้ เพราะ”ประเทศ” ไม่ใช่ “เธอ” เพลงไม่เหมาะสมอย่างงี้ แอ๊ดร้องม่ายด้ายยย ผู้จัดต้องเปลี่ยนเพลงให้

    ถึงวันคอนเสิร์ตจริง ก็โผล่หน้ามาแว๊บนึง ขี้เกียจนั่งรอคิวก็หายตัวออกไปจากศูนย์วัฒนธรรม ทีมงานต้องตามกันจ้าละหวั่น เพราะแกไปกินเบียร์รอที่ rca

    เกร็ดชีวิตผู้ชายที่ดูถูกพวกเรา น่ายกย่องให้มาฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมให้คนกรุงเทพ เนอะเนเนอะ

    • n/e says:

      ขอบคุณมากเก๊ะ สำหรับเกล็ดของ “นั่งตีไก่ชนแดกน้ำบาวแดง”

  5. เคระ says:

    อ้อ.. ลืมชม

    เขียนดีอีกแล้ว :แว่นดำ: :แว่นดำ:

  6. เคระ says:

    “เกล็ด” นี่มัน เหมือนที่ห่อหุ้มพวกงูพวกอะไรประมาณนี้มั้ย

    เก๊ะเขียนผิดเองอะ เกล็ด ไม่ใช่เกร็ด

  7. SE7EN says:

    เกร็ดความรู้ ถูกแล้วค่ะ
    เกล็ดงู เกล็ดปลา :ดอก:

  8. n/e says:

    @เคระ+SE7EN
    มีคนตามทัน :แง่:
    ตั้งใจใช้ “เกล็ด” แต่ลืมวงเครื่องหมายคำพูด :แลบ:

  9. SE7EN says:

    ต้องวงเล็บ [sic] ต่อท้าย แล้วมั้งพี่ ทำแบบเหลี่ยม “ผมตั้งใจเขียน/พูดอย่างนี้”
    my country (sic)
    http://afp.google.com/article/.....5I7-fgI6YQ

  10. n/e says:

    @SE7EN
    เอาแบบนั้นก็ได้นา แต่ว่าทำไมวันนี้ว่างมาเล่นแต่เช้าอะไนซ์

    ปล. วันพระจันทร์ยิ้ม พี่หลงไปซอยบ้านเรามา อะไรจะคดเคี้ยวพิลึกปานนั้น :ดำๆ:

  11. SE7EN says:

    พี่เนไม่ออนอ้ะ อุตส่าห์เปิด im รอ 555

    แต่ไม่เคยรู้จัก (sic) มาก่อนเลยนะ มาค้นตอนอ่านสัมภาษณ์เหลี่ยมนี่แหละ ว่าหมายถึงอะไร

    ไม่มีวาสนาได้ดูสักอย่าง
    พระจันทร์ยิ้ม (ตึกบัง) พระจันทร์โต (ลืมแหงนหน้าดู)
    เดี๋ยวช่วง 2-3 วันนี้ มีฝนดาวตกอีก

    ป.อ. ซอยที่บ้านหรือซอยที่หอ? เรียกหอเป็นบ้านแล้วนะ :แง่:

  12. บร๊ะเจ้า says:

    “แมวขาวหรือดำไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้เป็นพอ” – เติ้งเสี่ยวผิง

    ถ้าสมมติแอ๊ด คาราบาว เข้ามาแล้วสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่คนกรุงเทพฯ ได้

    มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ แล้วจะไปแบ่งแยกสีแบ่งแยกฝ่ายด้วยอคติในด้านความคิดเห็นทำทำไม ??

    ป.ล. บร๊ะเจ้าไหมล่ะ บร๊ะเจ้าไหม

  13. n/e says:

    @บร๊ะเจ้า
    ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมคนชอบเอาคำพูดนั้นของเติ้งมาใช้กันนัก ทั้งทีแมวไม่เหมือนกันเลยแต่ละตัว และแต่ละสีมีนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง!

    ความเห็นคุณเข้าทำนอง “ถ้าลูบแล้วไม่เจอหางก็เอาได้” มากกว่า และคุณเข้าใจประเด็นผิวเผินว่าเป็นเพียงความขัดแย้งทางทัศนคติ และจริงๆ แล้วทัศนคติมีความสำคัญอย่างมีนัยยะต่อทุกสิ่งเสียด้วยซ้ำ เพราะมันคือแนวโน้มว่าคนจะทำสิ่งไหนอย่างไร

    ถ้าเราจะยืนกันแบบดำๆ เทาๆ ไปเรื่อยๆ ผมว่ามันก็เละจนไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน แบบเดียวกับคนสมัยมีนิยมโกงก็ได้แต่ให้ทำงานได้ ผมว่ามันน่าจะสิ้นสุดยุคบ้าๆ แบบนั้นได้แล้ว

    สังคมสมัยใหม่ๆ ควรได้คนดีคนสะอาดมาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ และต้องการแมวที่ดีมาจับหนู ไม่ใช่แมวประเทศทำทีจะจับแต่ไม่จับ แมวที่ดีแต่สร้างภาพ แมวประเภทขโมยปลาในบ้าน แมวประเภทขี้ใต้เตียง ไม่ควรคบ ควรตะเพิดเสียให้ไกลๆ

    ปล. ปัญญาอ่อน

  14. YHUN says:

    วันนี้มีแต่ของแท้ ของปลอมและของเลียนแบบจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป
    อ.แก้ว มีความตั้งใจดี เพียงแต่แกมองไม่ออกว่า อันไหนแท้ อันไหนปลอม :555+:

  15. vorapoap says:

    เขียนได้ดีมากครับ ไม่แน่ใจว่าอาจารย์แก้วสรรจะได้อ่านรึเปล่า แต่ก็อยากให้ส่งจดหมายฉบับนี้ถึงอาจารย์แก้วสรรครับ บางทีถ้าอาจารย์้เขาสำนึกตัวได้ เขาอาจจะถอนตัวออกเองก็ได้

    ดูจากจดหมายที่แกเขียน ก็เห็นได้ชัดว่าแกไม่คิดเลยว่าจะชนะ เพราะดูท้อแท้เต็มทีี

    อีกอย่างผมไม่ได้ฟังที่ คุณสนธิ พูดถึงอาจารย์แก้วสรร ได้ยินจากแม่ว่าแรงมาก

    สำหรับผมแล้ว เข้าใจจิตใจพี่น้องพันธมิตร ถ้าสนธิจะพูดด้วยความเกลียดชังก็คงไม่แปลก เพราะเป้นสไตล์ของแกอยู่แล้ว

    สำหรับ ผมอยากจะเข้าใจอาจารย์แก้วสรรมากกว่านี้ ว่าแกคิดอะไรของแก ที่ตัดสินใจโง่ๆ จะว่าไม่รู้ก็คงไม่น่าใช่

    อีกอย่าง ผมรู้สึกแปลกๆครับ ตอนแกพูดถึงความฝันของแก พูดถึงลูกชาย… งง แกฝันจะเป็นผู้ว่ากทมมากขนาดนั้นเลยเหรอ…อืมมมมม น่าคิด :เบี้ยว:

  16. vorapoap says:

    ไปดูเว็บไซต์แกมา ไม่เห็นมีนโยบายอะไรเลยครับ กดเข้าไปตรง วิสัยทัศน์ และ นโยบาย ก็ดูแปล่งๆ เหมือน chart ของพวกนักวิชาการมากกว่า

    ผมว่าแกไปทำหน้าที่ตรวจสอบ น่าจะเหมาะที่สุดแล้ว

  17. ตลก says:

    สารรูปไม่เหมาะเป็นผู้ว่ากทม. กระเดียดไปทางตลก4 สีเทพ เทียนชัยมากกว่า

  18. Sol says:

    พี่เขียนดีมากๆ

    ทำอย่างนี้นอกจาก จะไม่ได้เป็นผู้ว่าแล้ว ปชป.จะพลอยไม่ได้ไปด้วย สุดท้าย มคปด. แซมคาบไปแหล่ก

    อยากถาม คุณแก้วสรร ด้วยว่า ไปเอาเงินจากไหนมาหาเสียงเพราะรถหาเสียงเยอะใช้ได้เลย

  19. GeNtleBoy says:

    ผมว่าที่คุณแก้วสรร บอกว่ากรุงเทพไม่ใช่ควายอะไรนั่น เป็นการตอกกลับคุณสนธิมากกว่าที่บอกว่าพันธมิตรอย่าไปเลือกอาจารย์ เพราะอาจารย์ไม่ใช่พันธมิตร ซึ่งมันก็ถูกของอาจารย์เค้า ผมว่าเป้าหมายของพันธมิตรงคือล้มล้างระบอบทักษิณไม่ใช่หรือ แต่นี่เล่นไปชี้นำว่าอย่าไปเลือก อาจารย์เค้าก็ต้องสวนออกมาอย่างนี้ว่าคนกรุงเทพไม่ใช่ควาย ที่ใครจะมาชี้ให้เลือกหรือไม่เลือก คนกรุงเทพคิดเองเป็น ก็เท่านั้น

    คือผมไม่ใช่พันธมิตรนะครับ ผมไม่รู้ว่าอุดมการณ์ของพันธมิตรคือต้องการอะไร ผมไม่เคยฟังแกนนำพันธมิตรพูด และก็ไม่เคยฟังกลุ่มเสื้อแดงพูดด้วย

    ประเทศไทยไม่ใช่สีแดงหรือสีเหลือง แต่เป็นสีของธงไตรรงค์ ถ้าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ ต้องลดปัญหาการแตกแยก ความขัดแย้งทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์จะพาประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตได้ ต้องทำให้คนไทยทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน คุณทักษิณต้องโดนจับและกลุ่มแกนนำก็ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายที่พวกเค้าได้ทำลงไป คนไทยทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย ถ้ายังมามองว่าเป็นคนของสีนู้นสีนี้ ยังไงประเทศไทยก็สามารถเดินหน้าไปไหนได้

    ประเทศไทยนี้เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนไทยทุกคนรักชาติ รักพระมหากษัตริย์ ซึ่งมันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป แต่ที่ปัญหามันเป็นอยู่ตอนนี้เพราะกลุ่มคนไม่กี่คนที่แสวงหาผลประโยชนให้ตัวเอง แล้วก็ดึงมวลชนเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังให้กลุ่มตัวเอง ตราบใดก็ตามที่พวกคุณยังคิดว่าตัวเองเป็นพันธมิตร หรือว่าตัวเองเป็นนปช. ปัญหาก็ไม่มีทางจบ ถ้าอยากให้ปัญหาจบ ถ้ามีคนมาถามว่าพวกคุณเป็นพวกไหน ก็ให้ตอบว่าเราเป็นคนไทย

  20. n/e says:

    @GeNtleBoy
    ครับ ทุกคนเป็นคนไทย และส่วนใหญ่เป็นคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับอะไรทั้งสิ้น
    คนแบบคุณมีเยอะทักษิณจึงเป็นใหญ่ และเหิมขนาดที่จะล้มสถาบัน

    แต่ละคนก็มาแบบเดียวกับคุณที่พร่ำแต่ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าทำอย่างไรกฎหมายถึงเป็นกฎหมาย? ทำอย่างไรให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง เท่าเทียม? เมื่อกลไกลต่างๆ ไม่ว่าตำรวจ อัยการ กรมสอบสวนพิเศษที่ล้วนถูกครอบงำด้วยอำนาจและคนของทักษิณ ทั้งยังมีความพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ไม่ต้องรับผิดตามกฏหมาย

    คุณเข้าใจผิดว่าเป็นการตอบโต้คุณสนธิ ทั้งที่ อ.แก้ว พูดก่อนที่คุณสนธิจะเอามาพูดในรายการ ผมได้เขียนไว้ชัดแล้วว่าปฏิกิริยาสืบเนื่องมาจาก อ. แก้ว นำแอ๊ด บาวเข้ามา เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก่อนคุณสนธิพูด

    การต่อสู้กับระบอบทักษิณ ทั้งพันธมิตรและแกนนำใช้การ “ดื้อแพ่ง” ซึ่งหมายถึงการปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจรัฐ การดื้อแพ่งอาจมีบางส่วนที่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งเราน้อมรับและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินการที่เป็นธรรม ไม่มีอะไรขัดข้อง และการดำเนินการทางกฎหมายต้องไม่เป็นการยัดเยียดข้อกล่าวหาที่เกินจริง

    ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน แต่มีคนไทยไม่กี่คนที่ลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันสำคัญทั้งสาม ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่นิ่งดูดาย (ซ้ำยังคอยฉุดแข้งฉุดขาหาเรื่องตำหนิ ทำตัวประดุจว่าตัวเองดีเลิศประเศริฐศรีทั้งที่ไม่ได้ลงมือทำอะไร)

    คุณอาจจะมองว่าแกนนำดึงมวลชนเพื่อหาประโยชน์ให้ตนเอง มาถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าแกนนำพันธมิตรจะได้ประโยชน์อะไรนอกจากคดีความ และคนที่เป็นพันธมิตรไม่ใช่คนโง่ที่ใครจะมาลากจูง

    ผมยืนยันสิ่งที่ผมพูดมาแล้วหลายครั้งว่า ผมในฐานะที่เป็นพันธมิตรให้ความนับถือ นปช. มากกว่าคนเป็นกลางแบบคุณหลายเท่า ..คนที่อยู่เฉยปล่อยให้คนชั่วเป็นใหญ่แล้วพ่นข้อความเท่ๆ แบบคุณ ไม่ต่างอะไรกับการเป็นผู้สนับสนุนความชั่วโดยอ้อม