จอย ศิริลักษณ์ นางเอกขวัญใจพันธมิตร
ลำดับที่ 847 • 31 July 2008 - 18:58
คืนก่อนเปิดตัวครั้งแรกของจอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เป็นครั้งแรกที่ผมไปเวทีพันธมิตร (ถ้าจำไม่ผิดคือวันแรกที่ไอ้หมักออกมาประกาศ “แตกหัก” แต่เช้า) ก่อนกลับผมเดินอยู่หน้ายูเอ็น โดยไม่รู้ตัวผมเดินตามหลังจอย ศิริลักษณ์ อยู่ จะรู้ก็ตอนที่มีคนขอถ่ายรูปเธอ ไม่ได้ตื่นเต้นแต่รู้สึกแปลกใจอยู่หน่อยนึงที่เห็นดาราสาวคนนี้ ตัวเล็กๆ ผิวขาวเป็นหยวก หน้าตาน่ารักกว่าในจอ (ที่ปกติไม่เคยรู้สึกว่าเธอสวยเลย)
คืนถัดมาเธอขึ้นเวทีพันธมิตร ร้องเพลง “สยามเมืองยิ้ม” หลังจากนั้นแวะเวียนไปเวทีพันธมิตรอยู่เนืองๆ รับทราบว่าคอยไปช่วยเหลือหน่วยพยาบาลอยู่เป็นประจำ และมาพร้อมเก้ากี้ผ้าใบสนาม ที่เป็นเครื่องมือชุมนุมหลักของชาวพันธมิตร นอกเหนือจากขวดน้ำดื่ม ข้าวห่อ พัดลมแบบพัดมือ ร่มและเสื้อฝน
หลังจากเธอหายไปน่าจะพอๆ กับที่ผมหายหน้าหายไป คืนที่ผ่านมาจอย ศิริลักษณ์ซึ่งกลายเป็นนางเอกประจำและในดวงใจชาวพันธมิตร กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมเพลง “สยามเมืองยิ้ม” และเพลงโปรดของผม “สาวดำรำพัน” ฟังเธอพูดในหลายโอกาสสะท้อนว่าดาราบางคนก็มีสมอง ไม่ใช่ประเภทที่เสื่อมไปเพราะกัญชา หรือหากินแบบตลกแดกไปวันๆ เอามาให้ชมกันเต็มๆ ๑๐ นาทีครับ
สนใจมีเก็บไว้ก็ดาวน์โหลดได้จากด้านล่างครับ
ขอแวะเข้าเรื่องราวคำพิพากษาเมื่อเช้านี้หน่อยนึงนะครับ อาจจะเป็นทางสองแพร่งสำหรับครอบครัวชินวัตร ที่จะต้องเลือกอยู่แล้วติดคุกหรือหนี? เพราะถ้าฟังจากคำพิพากษาแล้วแทบไม่มีรูไหนให้หมาลอด หลบเลี่ยงได้เลย แต่ประเด็นนี้ผมคงไม่พูดถึง แต่มีคำถามว่า มีใครสงสัยไหมว่าทำไมวันนี้เขายกกันไปทั้งครอบครัว เป็นเรื่องปกติธรรมดาหรือมีนัยยะอะไรบางอย่าง? สอง ทำไม นปก. ถึงไม่คลั่งอย่างทุกคราว เพราะกลัวอำนาจศาลที่ประกาศไว้ก่อนหน้า หรือเพราะสาเหตุอื่น?
เข้าใจว่าหลังจากนี้ไป กระบวนการตะแบงต่างๆ นานาๆ จะทะยอยออกมาเป็นชุดอย่างเช่น เรื่องเกิดตั้งนานแล้วทำไมเพิ่งมาทำตอนนี้ ว่าแล้วก็โยนไปเป็นประเด็นการเมือง และอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมาเพื่อจะอธิบายความให้คน “โกง-เท็จ-ทำอุบาย” มีความชอบธรรม ทั้งที่ “ทำมิชอบ”
ว่ากันโดยตามตรง เรื่องนี้แม้คำพิพากษาจะเป็นความยุติและเที่ยงตรงตามหลักนิติรัฐ แต่ไม่ใคร่จะเป็นธรรม ไม่ใช่เพราะศาลตัดสินไม่เป็นธรรม แต่ไม่เป็นธรรมเพราะเป็นกระบวนการยุติธรรมที่มาช้า ศาลพิจารณาไปตามกรอบเวลาที่อาจจะเหราะสมถี่ถ้วน รอบคอบแล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมส่วนอื่นก่อนหน้านั่นต่างหากที่ล้าช้า คดีนี้เริ่มมาตั้งแต่ครั้งปี ๒๕๔๓ เมื่อแรกที่ทำอุบายขายหุ้นแล้วซ่อนกลว่าให้โดยเสน่หาธรรมจรรยา ครั้งนั้น ปชช. ในยุคคุณโอภาส อรุณินท์ ได้เริ่มจะสอบสวนส่งเรื่องไปสรรพากร สรรพากรก็ทำทีคึกคัก แต่พอเหลี่ยมชนะเลือกตั้งเรื่องก็เงียบกริบ กระทั่ง ปปช. ต้องใช้ พรบ. ข่าวสารก็ได้ข้อมูลมาในปี ๔๕ เมื่อเปลี่ยน ปปช. ทุกอย่างก็หายไปกับสายลม ถามว่า “หมาตัวไหนขัดขวางกระบวนการยุติธรรม”?
ถ้าพ่อพวกมันไม่ขัดขวาง เรื่องนี้จบตั้งแต่ครั้งกระโน้น ดังนั้น อย่าตะแบง
ป.ล. ว่าจะเขียนถึงบทความอุบาทว์ของคนอุบาทว์ “ธงชัย วินิจจะกูล” แต่จนด้วยอาการกระเพาะและปวดหลัง ขอยกยอดไปก่อนฯ
ป.ล. วันนี้มีเฉพาะ ไทยพีบีเอสเท่านั้นที่ถ่ายทอดสดคดีนี้ แปลกไหม?
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓













