ผมทักทักเอาเองว่าผู้อ่านและมิตรรักที่แวะเวียนสม่ำเสมอถึงไม่เคยได้ดูคงพอจะรู้จักหนังตะลุงอยู่บ้าง คงไม่มีใครถึง “ปัญญาอับ” แบบ “มหากุเทพ ใสกระจ่าง” ที่เคย “โชว์โง่” มาครั้งหนึ่ง ส่วนท่านที่ลึกซึ้งกับ “หนังลุง” ผ่านมาโปรดชี้แนะ-เติมเต็ม
“หนังลุง” เป็นปัญญาและสมบัติที่มีมาแต่โบร่ำโบราณของคนใต้ ถือเป็นของดี เป็นศาสตร์ชั้นสูง และแตกต่างไปจากศิลปะพื้นบ้านทุกแขนงในประเทศนี้ตรงที่ “วิพากษ์สังคม” หยิบหลากแง่มุม ความเคลื่อนไหวของสังคมมาพูดถึงสม่ำเสมอ แทรกวิธีคิด หลักการและศิลธรรม ไม่แปลกครับถ้าใครจะบอกว่าหนังตะลุงคือสิ่งสะท้อน “อัตลักษณ์” ของคนใต้ แสดงความเป็นคนใต้ได้อย่างแจ่มชัด
คนใต้ยุคเก่าก่อนนั่งดูหนังลุงตั้งแต่หัวค่ำจนฟ้าสาง โรงเลิก เด็กใต้สมัยใหม่เฝ้า AF ๒๔ ชั่วโมง
หนังตะลุงมีตัวหนังแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ ฤาษี ตัวพระ-นาง เจ้าเมือง ตัวพวกนี้มีเส้นและสีสันสวยงาม ตัวหนังทำอย่างปราณีต ส่วนตัวชูโรงเป็นตัวตลกหรือ “รูปกาก” พวกนี้ดำสนิท เส้นสายดูตลกขบขัน แต่ละตัวจะมีบุคลิกลักษณนิสัยเฉพาะตัว ที่เด่นๆ รู้จักทั่วไป ได้แก่ ไอ้เท่ง หนูนุ้ย ยอดทอง สีแก้ว เปี๊ยก โถ
รูปกากแต่ละตัวจะถูกจับเป็นคู่ๆ ที่เด่นสุด คือ เท่ง-นุ้ย เท่งมีลักษณะที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ มีหลักการ คำพูดคำจาน่าเชื่อถือ ส่วนหนูนุ้ยเป็นตัวโปกฮา เก่งและถนัดเล่าเรื่องโกหก กลับไปกลับมา พูดไปเรื่อยหาสาระหาความอะไรไม่ได้ แต่หนูนุ้ยถือเป็นขวัญใจคนดู เพราะปล่อยมุกทีไรฮาสนั่นโรง
แวดวงการเมืองไทยหมู่นี้เป็นอย่างไรไม่รู้ มีแต่ “รูปกาก” โดยเฉพาะบุคลิกอย่างหนูนุ้ยเต็มไปหมด ไล่มาตั้งแต่นักโต้วาทีมหาอมตะนิรันดร์กาล “หมัก สารพัดฉายา” ฟังพูดด้วยสำนวนตวัดปลายลิ้นดุจสะบัดตะหลิว ฟังแล้วเคลิ้ม มัน ฮา แต่จับสาระเอาเนื้อความอะไรไม่ได้ พูดไปเรื่อย เข้าทำนองถามไปไหนมาสามวาหนึ่งศพ!
“เหลิม ลูกอีช่างพูด” บิดาลูกวันคนรู้จักไอ้ปึ้ดรายนี้นี้เหมือนผีเจาะปาก พร่ำไปเรื่องคนจับได้ว่าเท็จอย่างไรไม่เกี่ยว “อาเหลิม” จ้ออย่างเดียว พูดจาเพื้อเจ้อรายวัน จนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจนคร้านจะเจียรไนเป็นข้อๆ ถ้าอยากพูดอะไรใช้คนในสังคมพอเชื่อถือได้บ้าง วานกลับไปหาตัวไอ้ปื้ดมาให้ได้ก่อนเถอะ คนยังจดจำได้อยู่ ไม่พักต้องไปรื้อเรื่องดาวเทียม
พูดถึงนักโต้วาทีแล้วขาดอดีตแชมป์โต้คารมมัธยมศึกษา อย่าง ท่าน “ไอ้เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เด็กหัวหมอ-ทำพี่พอได้ศิษย์เก่ารั้วขาว-แดง เห็นว่าจะขาดตกและทำบกพร่องโดยไม่สุจริต เหตุละเว้นเพราะรู้จัก! เอาเถอะ ผมไม่ยกเรื่องเก่าเมื่อครั้งถูกจับได้ว่าขโมยของในสหกรณ์โรงเรียนจนจวนเจียนจะถูกไล่ออกแต่ยังเบ่งใส่ฝ่ายปกครอง ไอ้เรื่องแอบดูดกรองทิพย์ในห้องน้ำชายข้างอาคาร ๔ อยู่บ่อยๆ นั่นผมถือว่าไม่รู้ไม่เห็น ..หรืออาจจะจริงอย่างที่พี่ Sittingbull ว่าคนมันมี “ปมด้อย” พอได้ซุกหว่างขาเหลี่ยมก็กลับโม้โอ้อวดที่โรงเรียนเสียใหญ่โต
คนเขาอาจจะจดจำได้ในฐานะตัวตลกสภาโจ๊ก ให้ได้พอหัวเราะแต่ลงเลือกตั้งคนนครไม่เอา มาได้ดีเอาก็ตอนยอมกายถวายหัวให้คนหน้าเหลี่ยม รวมหัวจมตูดกับเพ็ญแข จตุพร พรหมพันธุ์ (ที่ทั้งคนสุราษฎร์ก็ไม่อยากได้คนนครก็ไม่เอา) ตั้งแก๊งป่วนเมืองที่คนเรียกขานนรกป่วนกรุง นักประชาธิปไตยรับจ้างแสดงบทถ่อยหน้าบ้านสี่เสา “ดันเข้าไป ดันเข้าไป ..” นี่ก็ได้บำเน็จสมราคาขี้ข้าชั้นปลายแถวให้มานั่งจ้อรองโฆษกฯ ว่าไปก็สมกันดีนักโต้วาทีรุ่นปู่เป็นนายกฯ รุ่นหลานเป็นโฆษก รุ่นปู่ชักจูงลูกเสือชาวบ้านไปตีนักศึกษาจนตายไปตั้งหนึ่งศพที่สนามหลวง ไอ้ตัวรุ่นหลานได้แค่พาชาวบ้านที่รับจ้างมาหัวแตก แถมแตกเพราะก้อนอิฐพวกเดียวอีกนี่สิ ..เวทนา
วันก่อนเห็นขึ้นแท่นแถลงข่าวมีสองสามประกอบข้าง เหมือนดอกไม้ข้างกองขี้วัว ผมฟังก็นึกว่าจะพูดจาอะไรเข้าท่าให้พอสมกับตำแหน่ง กลายกลับเป็นว่าทำตนเป็นตัวตลกให้นักข่าวเขาส่ายหน้า จำไม่ได้ว่าอยู่สภาาโจ้กหรือนรกป่วนกรุง (หรือว่าเลียนแบบสันดานขี้ข้าสลัดไม่ลงของหมาเหล่-นพดล?) วันวานพันธมิตรเขาออกมาบอกแล้วว่าท่านจำลองไปเกาหลีใต้เรื่องอะไร นี่ก็ยังจะมาปล่อยไก่ตัวเท่าควายให้คนเขาหัวเราะเล่นว่าสงสัยเขาแตกคอกัน ศึกษาประวัติท่านจำลองเสียให้รู้จะได้ไม่เสียหมา เล่นเป็นแต่ตัวกากในหนังลุง ..เบื่อจะว่ายาวแล้วล่ะครับ
รูปกากในหนังตะลุงนอกเหนือจากการเป็นตัวสร้างอารมณ์ขันในท้องเรื่อง ยังแสดงบทบาทสำคัญในการวิจารณ์ กระทบกระเทียบสังคมที่คนฟังทั้งหัวเราะทั้งได้คิด แต่รูปกากการเมืองคนฟังได้แต่หัวเราะแล้วส่ายหน้า

ข้างล่างนี่ลอกมา แต่ถ้าแกะรูปหนังใหม่ดัดแปลงจมูกเสียหน่อนก็จะดูคุ้นๆ
ผู้ใหญ่พูน น่าจะเลียนแบบมาจากผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ จมูกยาวคล้ายตะขอเกี่ยวมะพร้าว ศรีษะล้าน มีผมเป็นกระจุกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางกลวงอยู่ กลางพุงโย้ย้อยยาน ตะโพกใหญ่ขวิดขึ้นบน เพื่อนมักจะล้อเลียนว่า บนหัวติดงวงถังตักน้ำ สันหลังเหมือนเขาพักผ้า (อยู่ระหว่างพัทลุง-ตรัง) นุ่งผ้าโจงกระเบน ไม่มีลวดลาย ชอบยุยง โม้โอ้อวด เห่อยศ ขู่ตะคอผู้อื่นให้เกรงกลัว ธาติแท้เป็นคนขี้ขลาดตาขาว ชอบแสแสร้งปั้นเรื่องฟ้องเจ้านาย ส่วนมากเป็นคนรับใช้อยู่เมืองยักษ์หรือกับฝ่ายโกง พูดช้าๆ หนีบจมูก เป็นตัวตลกประกอบ
ตัวเดียวกับ พูนแก้ว?
ลักษณะให้ เข้าท่านะครับเนี่ย
Pingback: หนังสุทิพย์ | Boring Days
จะฮาก็ฮาไม่ออก