เพิ่งได้อ่านข่าวเช้านี้จากผู้จัดการออนไลน์คนแห่มาขอรับใบจองจาตุคามรามเทพกันตั้งแต่เที่ยงคืน แล้วตอนเช้าก็มีคนเป็นลม เบียดและเหยียบกันตาย
วิทยาลัยเทคนิคมีปัญหามากที่สุด ประชาชนเรือนหมื่นเบียดเสียดเยียดยัดเข้าไปที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดรับคูปอง เจ้าหน้าที่ร่วม 1 พันนายไม่สามารถควบคุมฝูงชนได้จนทำให้มีคนเป็นลมเสียชีวิต 1 คน .. โดยนางเผื่อนเกิดหน้ามืดเป็นลมแล้วล้มลงกับพื้นจนถูกฝูงชนเหยียบเสียชีวิตและยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน ล่าสุดขณะนี้การแจกจ่ายคูปองรับจตุคามรามเทพ รุ่นเงินไหลมาเทมา 2 ได้ยุติแล้วทั้งหมด .. โดยประชาชนต่างส่งเสียงโห่ร้องไม่พอใจและยังคงปักหลักเฝ้าเพราะเชื่อว่าจะมีการเปิดให้จองอีก และหลังจากเหตุการณ์สงบพบว่าทรัพย์สินของวิทยาลัยเทคนิคเสียหายจำนวนมากประตูรั้วและพังกำแพงพังเสียหาย ก่อนชาวบ้านที่เดินทางมาจองวัตถุมงคลดังกล่าวต่างพากันกลับซึ่งบางคนถึงกับร้องให้เพราะไม่ได้วัตถุมงคลเลย ..
หรือข่าวเณรวัดสุโขทัยเอาจตุคามฯ มาเลี่ยม ระหว่างทางรถชนต้นไม้ข้างทาง คนขับตายเณรบาดเจ็บ
ว่าก็ว่าเถอะครับ ผมกลับไปบ้านเมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน มีโอกาสได้เข้าไปตัวเมืองนครสองครั้ง ทั้งสองครั้งผมแวะไปที่วัดพระธาตุ สองข้างทางบนถนนราชดำเนินที่เป็นสายหลักของเมืองนครเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาใหญ่ยักษ์ของจตุคามฯ รุ่นต่างๆ วัดพระธาตุซีกที่เป็นวิหารหลวงก็กลายเป็นรังจตุคามฯ ไปเรียบร้อย แต่ละวันก็จะมีคณะโน้นคณะนี้เข้ามาผลัดเปลี่ยนกันปลุกเสก แล้วก็ยึดเอาโบสถ์วัดพระธาตุนั่นแหละครับ เป็นที่ “(อ)พุทธาภิเษก” ในโบถส์ก็มีไอ้เหลืองที่เป็นเกจิอาจารย์มาจากไหนผมก็ไม่ทราบ พระทางใต้มีเกจิอยู่น้อย หน้าพระประทานองค์ใหญ่ก็มีองค์จตุคามฯ ตั้งดำอยู่ คนข้างในนุ่งขาวห่มขาว มีการเผาการหล่อหน้าโบสถ์ ปรัมพิธีและเต้นจอง ดีหน่อยที่เขากันให้เป็นรกเป็นรังอยู่ซีกเดียว ฝากที่เป็นพระบรมธาตุนั้นว่างและโล่งเหมือนที่เคยเป็น
ส่วนบท ”(อ)พุทธาภิเษก” นี่ว่าก็ว่านะครับ ผมบวชมาก็ไม่เคยพบเคยเจอในบทสวดบทไหน ศึกษามาก็พอควร ท่วงทำนองก็แปลกแปล่ง ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าของที่ทำเกินที่พระพุทธเจ้าสอนพวกนี้มาจากไอ้เหลืองตัวไหน ..จะว่าผมไม่ศรัทธาก็ได้นะครับ แต่ของพวกนี้ไม่ใช่พระพุทธศาสนาและเกจิพวกนี้ผมไม่นับเป็นพระ เป็นได้แค่ “ไอ้เหลือง”
![]()
ผมไม่ได้ศึกษาประวัติของจตุคามฯ ครับ เพราะไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความสนใจ เท่าที่พอจะทราบว่ากันว่า หมายถึง พระเจ้าจันทรภาณุ กษัตริย์พระองค์ที่ 2 ของราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช อาณาจักรนครศรีธรรมราช ว่ากันว่าเป็นนักรบที่เก่งที่สามารถรวบรวมอาณาจักรทางคาบสมุทรตอนใต้เป็นปึกแผ่นในช่วงปลายยุคที่อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมลง จนได้ชื่อว่าเป็น ” ราชันดำแห่งทะเลใต้ ” ความเก่งกาจที่บันทึกประวัติศาสตร์มีหลักฐานที่ชี้ว่าเคยยกทัพเรือสองครั้งไปตีเอาลังกามาเป็นของนครได้
แต่หลักเหตุผลสองสามอย่างที่ผมมีคำถามคือ อย่างแรกท้าวจตุคามและท้าวรามเทพเป็นเทพเจ้าสององค์ที่ภายหลังการบูรณะพระบรมธาตุถูกเชิญมาสถิตที่บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุ (ภาพที่ ๔) เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รักษาพระบรมธาตุ แล้วเทพสององค์ยุบรวมกลายเป็นคนหนึ่งคนในประวัติศาสตร์ได้อย่างไร?
สอง ในยุคตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักรนครฯ โดย พระเจ้าศรีธรรมโศกราช (องค์แรก) นั้น เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาสายลังกา มีการสร้างพระธาตุองค์ใหม่คล่อมพระธาตุองค์เดิมที่เป็นศิลปะแบบศรีวิชัย การตั้งชื่ออาณาจักรมาจากชื่อกษัตริย์และชื่อกษัตรย์มีความหมายว่า “นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม” หรือ “เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งบ่งชี้ถึงการทำนุบำรุงและเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในคาบสมุทร ภายหลังที่สุโขทัยตั้งบ้านตั้งเมืองได้เป็นปึกแผ่นก็เป็นไมตรีกับเมืองนครและได้อัญเชิญคณะสงฆ์จากนครฯ ไป นอกจากนี้วัดกว่ายี่สิบวัดรายรอบพระธาตุนั้นก็เป็นเครื่องบ่งชี้อย่างดี ถึงความเป็นปึกแผ่นและการตั้งมั่นของพระพุทธศานา –แม้ว่านครมีการสั่งสมความเชื่อและวัฒนธรรมแบบพราห์มอยู่มากที่สืบต่อมาแต่ยุคศรีวิชัย (ยุคที่มีพุทธและพราห์มปนกันอยู่) — พุทธของเมืองนครเป็นแบบลังกาไม่ใช่แบบมหายาน
ทีนี้ว่ากันว่า พระเจ้าจันทรภาณุทรงบำเพ็ญบุญเพื่อสร้างบารมีอธิษฐานจิตเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มนุษย์ทั้งปวง? –หลักความคิดเรื่องการบำเพิญจนเป็นพระโพธิสัตว์นั้นเป็นความคิดในสายของมหายาน ไม่ใช่สายลังกา …เราเห็นอะไรที่เป็นข้อขัดแย้งอยู่ไหม?
เมืองนครและรวมถึงไทยทั้งประเทศที่ได้รับอิทธิพลของจตุคามฯ จนอาการใกล้บ้า เหยียบกันตายก็เอา พระเณรก็มาแขวนจตุคามกันแล้ว ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ขายจตุคามกันแล้วนี่ ผมว่าพุทธศาสนาในเมืองไทยใกล้ล่มสลายเต็มทีแล้วล่ะครับ ไม่รวมเรื่องบ้าๆ ในวัดอย่างกระจิบๆ เช่น ไอ้เหลืองอึ๊บหมา หรือใหญ่ๆ อย่างบุญสุดคุ้มแบบของธรรมกาย
จุ๊ๆ .. อย่าเอ็ดไป อย่าเผลอไปเขียนในรัฐธรรมนูญเข้าละว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ อายเค้า!
จะว่าไม่เชื่อแล้วลบหลู่ก็ตามเถอะครับ ผมไม่เคารพ นับถือ บูชา กราบไว้เศษดิน รากไม้ ใบไม้ที่เรียกกันเท่ๆ ว่า “มวลสาร” หรอกครับ ดินก็คือดิน มันจะวิเศษตรงไหน มาบวกกับเสียงงึมงัมและนำลายไอ้เหลืองมันศักดิ์สิทธ์ตรงไหนไม่ทราบครับ พกจตุคามมาก็ยังชนต้นไม้ตาย ไปรับจตุตามก็ยังเหยียบกันตาย “ธรรม” มันอยู่ตรงไหนครับ
ไว้รอบหน้าอารมณ์ถึงพร้อม ผมจะเอาเรื่องรวยด้วยจตุคามมาเล่าสู่กันฟังครับ


เจอซะทีคนที่กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าไม่ถูกชะตากับจตุคาม!
ผมหาพวกมานานแล้วครับ แต่หันไปคุยกับใครก็นับถือก้อนดินที่ขึ้นรูปเป็นโอริโอ้กันทั้งนั้น
ประเด็นศรัทธา (=งมงาย) อะไรนั่นผมไม่ขัดครับ
อยากไหว้ปลวกไหว้ผึ้งก็เชิญเถอะถ้าไม่เดือดร้อนชาวบ้าน
แต่ประเด็นที่ดันมาเหมาว่าเหล่านี้เป็น “พุทธ” นี่ผมรับไม่ได้จริงๆ เลยว่ะ
ป.ล.อยากอ่านเรื่องรวยด้วยจตุคามครับ
เอาเป็นว่าผมขอนั่งตั้งหน้าตั้งตารอบทความนี้อยู่แถวหน้าสุดละกัน
555
โอริโอ้เกลื่อนเมืองเลยง่ะ
หรือเราลืมกันไปหมดแล้วว่า “ธรรม” คือ “ธรรมชาติ”
พุทธรรม ของ พระพุทธเจ้า ก็คือสัจจะที่เข้าถึงความจริงของโลก
ไม่ใช่เรื่องวัตถุมงคลอื่นใดเลย…
โต้คลื่นลมแรงบนเน็ต มาเจอ blog นี้จนได้… อ่านสนุกดีค่ะ :)
ขอบคุณครับแอน ผมก็นึกๆ อยู่ว่ามันเหมือนโอริโอ้ แต่นึกคำนี้ไม่ออก ขออนุญาตหยิบยืมไปใช้นะครับ เรื่องรวยด้วยจตุคามผมจะขอเวลาหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
ขอบคุณที่ล่องท่องมาถึงนะครับคุณ catching tale
ถ้าเรามีคนเข้าถึงความเป็น “พุทธ” อยู่เยอะๆ ก็ดีนะครับ
ผมเพิ่งโทรกลับไปที่บ้านมา ได้คุยกับแม่ แม่เข้าตัวเมืองนครพอดีวันที่เขาจองจตุคามกัน ทราบข้อมูลใหม่มาครับ ว่าที่เราทราบว่าตายหนึ่งคนนั้นเป็นข่าวปิดครับ จริงๆ แล้วคนแก่โดนเหยียบตายสองคน ทีเหลือตายเพราะแทงกัน รวมแล้วตาย 7 ครับ ไม่ใช่แค่ 1 ศพตามที่เป็นข่าว
เฮ้อ … เสียดาย คนตายไม่ได้บุญ
ปลงกับความเชื่อที่งมงายจนเอาชีวิตที่มีค่ามาทิ้งจริงๆ
ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับการโฆษณาสินค้าทั่วไปเลย
แต่กรณีนี้ ใช้ความเชื่อเป็นจุดขายเท่านั้นเอง
สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร บูชาไปก็ไม่ได้บุญอะไรเพราะจตุคามไม่มีตัวตน เสียเวลาเปล่า ใครอยากเสียเวลาก้อเชิญ หากคนเราจะทำมาค้าขึ้น มีโชคลาภนั่นก็มาจากเหตุที่เขาเคยทำไว้ “ผลทั้งหลายย่อมไหลมาจากเหตุ” หากคนไม่เคยทำบุญทำทานไว้ บูชาให้ตาย ก็ไม่เป็นผล จะว่าไปกษัตริย์เองก็เวียนเกิดเวียนตาย ใน 31 ภพภูมิ เกิดมาแต่ละชาติก็ทำไว้ทั้งบุญทั้งบาป เวียนวิบากคือผลของกรรมดี และกรรมชั่ว ถ้าจะนับถือกษัตริย์ก้อน่าจะนับถือคุณธรรมของท่าน ก้อนดิน ก้อนหินนี่ไม่สำคัญเลย จะสีอะไร จะทำจากอะไร รุ่นไหนนี่ปรุงแต่งกันไปตามกิเลส ถ้าบูชาวัตถุ แล้วมันจะต่างอะไรจากไหว้ต้นไม้ ใบตอง คนเรามีศาสนามีพระรัตนตรัย สิ่งเคารพบูชาอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาจากแผงพระเครื่องที่ไหน ประนมมือไหว้นึกถึงองค์พระพุทธเจ้า นี่บุญกุศลมากมายค่ะ จิตใจผ่องใส ไม่ต้องร้องขออะไรสักอย่าง
ครับ คุณพลอย
ทั้งหมดอยู่ที่ใจ และอยู่ที่ปัญญา
ส่วนผมนั้นไม่เคยคิดใส่ ไม่เคยคิดซื้อ ให้มาฟรีก็ไม่เอา ตอนแรกผมลองถามเพื่อนที่มันคลั่งจตุคามฯดูว่า ทำไมจตุคามฯเพิ่งมาดัง ทำไมสมัยก่อนไม่ดังล่ะ หลายคนมากที่ตอบว่า ไม่รู้!!!!
ใคร่ขอทำความเข้าใจกับท่านที่ไม่รู้หรือผู้ที่ยังหลงผิดอยู่ คำว่า จตุคามรามเทพ เป็นชื่อของตำแหน่งเช่น ท้าวจตุโลกบาล เทพผู้ปกปักรักษาโลกทั้งสี่ทิศ จตุคามรามเทพก็คือผู้ปกปักรักษาวิสุงคามสีมาอาราม ซึ่งมาจากคำว่า จตุ+วิสุงคาม+อาราม+เทพ มีหน้าที่ดูแลปกปักรักษาวัดวาอารามเท่านั้น ไม่มีอำนาจนอกเหนือจากนี้ ไม่ใช้พระโพธิสัตว์ตามที่ผู้หากินกับจตุคามอ้างเอ่ย เป็นเพียงเทพ จะเห็นว่ามีจตุคามรามเทพเช่นเดียวกับวัดพระบรมธาตุอีกมากมายหลายแห่ง เช่นบันไดขึ้นพระธาตุดอยสุเทพเป็นต้น การที่องค์จตุคามรามเทพมาเข้าทรงให้สร้างหลักเมืองนครศรีฯนั้นก็เพื่อจะให้เทพหลักเมืองซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการปกปักรักษาเมืองนครศรีฯเป็นผู้ล้างอาถรรพ์เมืองนครศรีฯ จึงขอทำความเข้าใจแด่ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้ทราบและเข้าใจในอำนาจหน้าที่ขององค์จตุคามรามเทพ เหตุที่ขอได้ไหว้รับ ก็เนื่องจากเป็นช่วงประจวบเหมาะกับกรรมดีกรรมชั่วของแต่ละคนมาถึง จึงได้รับผลนั้น หาใช่เกิดจากการดลบรรดา อย่ลขององค์จตุคามรามเทพไม่ เพราะพระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกรรมได้ อย่าได้หลงงมงายไปกับพวกพุทธพาณิชย์เลย
ขอบคุณคุณผู้นับถือศานาพุทธมากนะครับ
ผมคุ้นเคยกับหมอดูรุ่นเก่าทวดของผม ได้ยินได้ฟังเรื่องทำนองเทพ คำใต้จะใช้คำว่า เทดา (ออกเสียง เท-ดา ซึ่งหมายถึง เทวดา) ที่มีหน้าที่ปกปักรักษาสิ่งของต่างๆ จตุคาม รามเทพ หรือ ขัตตุคาม รามเทพ น่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อในแบบเดียวกัน ถ้าเทียบเคียง เทดา ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาสถานที่เป็นเทวดาระดับล่าง ซีหรือขั้นน้อยๆ ไม่มีอะไร
รูปปั้นขัตตุคาม รามเทพ ที่พระธาตุ ผมสัณนิษฐานว่าไม่ใช่ของมีมาแต่เดิมตั้งแต่ครั้งที่สร้างองค์พระธาตุองค์ใหญ่ครอบพระธาตุจริงข้างในที่เป็นแบบศรีวิชัย และซุ้มหลังคารอบพระธาตุกับทางขั้นวิหารม้าซึ่งบันไดที่มีขัตตุคามฯ เฝ้าอยู่น่าจะถูกสร้างขึ้นภายหลัง เข้าใจว่าเป็นช่วงใดช่วงหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมว่าที่พระธาตุดอยสุเทพก็มี