ได้เวลาล้างบางแล้วหรือยัง
22 December 2007 - 15:11
เวลางวดเข้ามาทุกขณะตัดสินใจกันหรือยังครับวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคมนี้ว่าจะเอาอย่างไรกับบ้านเมือง ผมทราบดีว่าความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้าไม่ว่าเราจะตัดสินใจในทางใด จะเลือกให้วุ่นน้อยเปิดช่องหายใจให้บ้านเมืองได้ก้าวเดินต่อ จะก้าวช้า จะวุ่นวาย จะถูกฉุดแข้งฉุดขาแต่ก็ยังก้าวย่างไปได้ หรือถูกลากกลับไปจมกับวังวนแห่งปัญหาที่สร้างขึ้นมาจากคนเพียงคนเดียว ได้เวลาตัดหางปล่อยวัดหรือยัง
จนถึงวันนี้ คนที่ยังลุ่มหลงเชื่อในภาพสร้างจอมปลอมของปีศาจหน้าเหลี่ยมมีอยู่ไม่น้อย คนที่ได้เศษประโยชน์จากการกัดกินประเทศด้วยทัศนคติว่าถึงมันโกงแต่เราก็ได้บ้างก็ยังสนับสนุนอย่างหนาแน่น ขณะที่คนไม่เอาเหลี่ยมแยกกันไปหลากหลายทิศหลายทาง คนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่คงเบื่อการเมืองไม่น้อยไปกว่าผม นิ่งเงียบไม่สนใจ ถึงเรือใกล้จะจมก็คิดอยู่ว่าเดี๋ยวก็มีคนเป็นเดือดเป็นร้อนหาทางอุดหาทางวักน้ำออก แล้วก็จะรอดไปได้ด้วยกันเหมือนคนอื่น

ในทางสองแพร่งหัวเลี้ยวหัวต่อเราจะตัดสินใจอย่างไร? ช่วยกันคนละแรงดีไหม? แค่สองขีดเป็นกากบาทเพื่อบอกว่า "พอได้แล้ว" เลิกวุ่นวายได้แล้ว เลิกดึงขาประเทศได้แล้ว บอกว่าเราจะไม่ยอมหยุดนิ่งจมปลักอยู่กับเรื่องของคนเพียงคนเดียว คนเพียงคนเดียวที่ถูกขับออกไปบอกเป็นห่วงประเทศอย่างโน้นอย่างงี้พร้อมๆ กับชี้หน้าด่าประเทศปาวๆ กระบวนการยุติธรรมไม่ดีบ้างล่ะ ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยรับรอง คมช. บ้างล่ะ ไม่ปลอดภัยบ้างล่ะ คนนอกเขามองอย่างไร เมื่อคนในบ้านออกไปยืนนอกรั้วแล้วชี้หน้าด่าคนในบ้าน? ยุแยงให้คนในบ้านต่อยตี ภาพแบบนี้คุณก็เคยเห็น แต่เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร ใช่วิธีการแสดงออกว่ารักและเป็นห่วงประเทศ? หรือแค่คำพูดของเด็กเลี้ยงแกะ
เราอาจไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรมากกับประชานิยมจอมปลอม ที่ตัวเลขจาก คตส. เพิ่งชี้ออกมาล่าสุดว่าปีศาจหน้าเหลี่ยมปล้นประเทศไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๑ แสน ๘ หมื่นล้านบาท คนหน้าเหลี่ยมลูกหลานชาวเหนือฆ่าเกษตรกรชาวเหนืออย่างเลือดเย็นโดยเอาหอมกระเทียมจากจีนแลกกับวงโคจรดาวเทียมตัวเอง (ที่ท้ายสุดก็ขายสมบัติชาติไป) ฆ่าเกษตรกรโคนมเพื่อบริษัทมอเตอร์ไซต์ สั่งสลายม็อบตากใบจนตาย ๘๐ กว่าศพขณะนั่งจิบไวน์ จุดไฟเผาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็อยู่กันได้ดี ประกาศสงครามยาเสพติดฆ่าคนไป ๒ พันว่าศพ แต่ไม่มีรายใหญ่สักราย ยายังหาซื้อได้อยู่แต่โฉ่งฉ่างน้อยลงและราคาแพง ปราบมาเฟียให้ยอมก้มหัวเป็นสมุนไม่ได้ปราบให้หมด โกงสนามบินสุวรรณภูมิจนไม่เหลือความภาคภูมิใจ ตรงนั้นปริ ตรงนี้ร้าว ตรงนั้นเสีย ตรงโน้นพัง ใช้ไปซ่อมไปตั้งแต่วันแรก ประกาศสร้างรถไฟฟ้าแต่ยังไม่เคยเห็นที่มันสร้างเองสักสาย โกหกว่าทำราคายางพาราขึ้นทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร แทรกแซง กกต. จนสามหนาต้องเข้าไปนอนคุก แทรกแซงรัฐสภาจนชาวบ้านเรียกสภารุ่นสุชิน แทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญจนตัดสินความอะไรแต่ละทีชาวบ้านถ่มน้ำลายรด บิดเบือนรัฐธรรมนูญ ๔๐ จนต้องถูกฉีกทิ้ง ศาลตัดสินว่าออกฎหมายผิดไม่รับผิดชอบปัดผิดพลาดทางเทคนิค ท้าให้เขาอภิปรายในสภาแต่สุดท้ายยุบสภาหนี ยึดการเลือกตั้งเป็นการซักฟอกพ่วงกำหนดวันเอาเปรียบพรรคอื่น จ้างพรรคเล็กพรรคน้อยลงเลือกตั้ง ทำบ้านเมืองปั่นป่วน เดือดร้อนถึงเบื้องพระยุคลบาทกระทั่งต้องรับสั่งให้ศาลลงมาแก้ปัญหา ฯลฯ ตัวอะไรครับที่บรรลุความชั่วถึงระดับชั้นที่เรียกได้ว่า "ชั่วช้าขั้นยิ่งยวด" ชั่วถึงระดับ "absolute" คือ ชั่วบริสุทธิ์
มีสาวๆ ผ่านมาอ่านที่นี่อยู่หลายคน ผมอยากจะถามเล่นๆ ว่า ถ้าจะเลือกผู้ชายสักคนมานำชีวิต คุณจะเลือกแบบไหน แบบที่แอบหลังเมียตอนซุกหุ้น ๑ แอบหลังลูกซุกหุ้น ๒ เลือกตั้ง ๕๐ เอาลูกออกหน้า หรือแบบที่โกหกคำโตจนเขาเรียก "เด็กเลี้ยงแกะ" ตอบใจตัวเองนะครับ
กระทั่งถึงที่สุดแล้วตุลาการรัฐธรรมนูญที่มาจากผู้พิพากษาจากศาลฏีกา ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาชี้ชัดว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นภัยต่อความมั่นของรัฐ และขัดกับศีลธรรมอันดีงามของประชาชน.. หะแรกก็ประกาศว่าจะน้อมรับ แต่พลันหลังคำพิพากษาก็ออกมาพาโลตีโพยตีพายงัดวิชาหัวหมอมางัดง้าง รวมหัวกับสมาชิกกลุ่มนึงที่เรียกตัวเองว่านรกป่วนกรุง (นปก.) ก่อชนวนป่วนบ้านป่วนเมือง พังข้าวของบ้านช่องชาวบ้านรอบบ้านประธานองคมนตรี เรื่อยมาจนตั้งกลุ่มและเปิดเว็บ "บ้านเลขที่ ๑๑๑ พลเมืองชั้นต่ำ"
เมื่อครั้งที่คุณสนั่น ขจรประศาสน์ถูกตัดสินให้ต้องเว้นวรรคทางการเมือง คุณสนั่นลาออกจากทุกตำแหน่งในทันที ไปเงียบเลี้ยงนกกระจอกเทศอยู่ร่วม ๕ ปี แต่คนที่ลมปากรักประชาธิปไตยจ๋ากลับโวยวายตีโพยตีพายในทำนองขี้แพ้ชวนตี ไม่เคารพคำสั่งศาล จากนั้นเข้าซื้อกิจการพรรคเล็ก ส่งญาติ พี่น้อง ลูกหลาน พ่อแม่มาเป็น "ตัวแทนเชิด" ในพรรคใหม่พลังนอมินี คือ เป็นนอมินีทั้งพรรค หัวหน้าพรรคก็เป็นนอมินี ผู้สมัคร สส. ก็เป็นนอมินี ทั้งที่สถานะภาพตอนนี้ของปีศาจหน้าเหลี่ยมนอกจากเป็นผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้วยังเป็นผู้ร้ายหนีคดี
ถ้าท่านจะถามผมว่าทำไมหมัก ป.ม. ถึงได้จงเกลียดจงชังประชาธิปัตย์นัก มันเป็นเวรกรรมแต่ปางอดีตที่ทำกิริยาอาการปากหมาใส่ มรว.เสนีย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จนถูกล่ารายชื่อขับไล่ออกจากพรรค หมัก ป.ม. เคยจัดรายการวิทยุยุยงให้เข่นฆ่านักศึกษา กรณี ตุลา ๑๙ กระโดดไปเลียขาเผด็จการจนได้ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ว่าแล้วก็ไล่ปิดหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ จนแทบเกลี้ยง (เว้นแต่ไทยรัฐ) ออกหนังสือด่าคนที่เคยมีพระคุณควักเงินตัวเองเป็นค่าต้นฉบับให้บทความห่วยๆ ของ นายหมอดี (หมัก ป.ม.) กระทั่งถูกเรียกขานว่า "ไอ้ซ่าส์จอมเนรคุณ"!! เกร็ดกรณีเดือนตุลา คนร่วมสมัยเคยเล่าให้ฟังว่า มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งถูกคนในเครื่องแบบข่มขืนจนตายจนมีการประณามกันทั่ว แต่หมัก ป.ม. กลับป่าวประกาศผ่านรายการวิทยุของตัวเองว่า "นักศึกษาผู้หญิงคนนั้นประกาศให้คนที่มาร่วมชุมนุมเอาฟรี" (หมัก เมถุน ๒๕๑๙?)
ถ้าท่านจะถามว่าแล้วเหตุใดหมัก ป.ม. ถึงได้จงเกลียดจงชังพล.อ. เปรม นักหนา? เรื่องไม่ซับซ้อนครับ แค่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองนายกฯ จนต้องไปเป็นฝ่ายค้าน (เรื่องก็ไม่ซับซ้อนอีกครับ ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเพราะหมัก ป.ม. เอา statment ปลอมมาอภิปรายท่านจิรายุ ว่ารับสินบน จนเขาจับได้ต้องออกมาขอโทษขอโพย) บวกกับความเป็นคน "ขี้อิจฉา" ที่ไม่ได้ดีเท่า พล.อ. เปรม ทั้งที่สร้างภาพเป็นคนขวาจัดมาตลอด (จำไว้ที่บรรทัดนี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่หมัก ป.ม. เอ่ยว่าคนยึดอำนาจจากเหลี่ยมเพราะความอิจฉา ขอให้รู้ว่านั่นคือความรู้สึกของหมักที่ "อิจฉา" พล.อ. เปรม) ..ท้ายสุดก็หอบเอาเศษเงินที่ได้จากเผด็จการทหารมาตั้งพรรคของตัวเอง พรรคประชากรไทยที่ใช้สัญลักษณ์คล้ายโครงการวางแผนครอบครัวในอดีต
อยากรู้อะไรอีกไหม? ภาพหนึ่งซึ่งผมจะติดตาที่สุด วันนึงมีการอภิปรายซักฟอกเรื่องการทุจริตสร้างถนนอะไรซักอย่าง สมัครนั่งไม่สนใจพับกระดาษเล่นแล้วลุกขึ้นมาอภิปรายสาธยายว่า "อะไรคือยางมะตอย"???? อธิบายเป็นวรรคเป็นเวรว่าขั้นตอนผลิตยางมะตอยเป็นอย่างไร ไม่มีใครถาม เขาถามเรื่องกินยางมะตอย ..ก็ไม่ผิดครับที่วันนี้หมัก ป.ม. จะป่าวประกาศว่าเชี่ยวชาญเรื่องคมนาคม เพราะเคยเป็น รมว. ทั้งเชี่ยวชาญช้ำชองเรื่องการผลิตและกินยางมะตอย …เวลาจะพูดจาอะไรเป็นตัวเลข หมัก ป.ม. จะแจงยิบๆ ตั้งแต่หลักร้อยล้านจนมาถึงเศษสตังค์ ตัวเลขเป๊ะๆ จนคนชมเปาะ หมักเจ๋ง หมักแม่น ความมาแตกเอาตอนหลังว่าไอ้ตัวเลขที่ยกมาไม่เคยตรงกันสักครั้ง ตัวเลขที่ยกมาเป๊ะๆ ทั้งหมดนั้น คือ ยกเมฆ!! ยกเมฆเหมือนอดีตที่เคยยกตัวว่าเป็นผู้มี "บุญญาธิการ" เพราะเกิดมาเอา "ขาหลัง" ออกมาก่อน
แทรกนิดนึง บรรดาเกรียนทั้งหลายทั้งเกรียนสามัญจนถึงเกรียนเทพโปรดทราบไว้ด้วยว่า นี่แหละคือ เทพแห่งเกรียนในตำนาน เกรียนมาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. ๒๕๒๐ เอาให้เว่อร์หน่อยต้องว่า "Samak Por.Mor. Krean since 1977"
เมื่อถึงคราวตกอับสุดๆ พรรคที่สร้างมาเหลือแต่ซาก จำต้องหาที่ลงมากินตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ชาวกรุงบ่นเรื่องน้ำท่วม เจ้านายประจำกรุงเทพท่านใหม่นี้ก็ซัดใส่ทันทีว่า "ไม่ใช่เทวดา ที่จะทำให้น้ำไม่ท่วมได้" ดีครับเขาถามการแก้ปัญหาถามการป้องกัน ท่านก็ว่า "ไม่ใช่เทวดา" ปีนั้นผมยังจำภาพ "คลองแฮปปี้แลนด์" ได้ เป็นผู้ว่าฯ ๔ ปี เป็นคนสุจริตถึงที่สุดกระทั่งว่าหาของกินไม่ได้จนต้อง "กินขยะ" ก็ที่เขาว่าโกงเรื่องที่ทิ้งขยะนั่นแหละครับ อยู่ กทม. หางานหาการทำไมได้ก็นั่งเขียนกลอนเล่นอยู่ห้องประชุม (หาบทสัมภาษณ์ช่องเนชั่นตอนปลายสมัยดูนะครับ) มีงานอดิเรก คือ ทำกับข้าวเอง ชิมเอง บ่นเองทุกวันเสาร์ หรือไม่ก็ไปเที่ยวตำหนิร้านโน้นร้านนี้ ก่อนลุกจากตำแหน่งทิ้งท้ายด่านักข่าวว่า "ไม่ได้เซ็นทิ้งทวน" ที่ไม่เซ็นทิ้งทวนคือเรื่องรถและเรือดับเพลิงที่ต้องนอนฝันร้ายอยู่ขณะนี้ ยังไม่รวมเรื่องข้าวโพดสองแท่ง หรือเรื่องรื้อมอบชาวอีสานหน้าทำเนียบ ขนาดลงกราบตีนยังไม่ยอม
ว่ากันถึงเรื่อง กทม. ทำให้ผมนึกเรื่องไอ้ซ่าส์จอมเนรคุณขึ้นมาได้ จำได้ไหมครับว่ามีถนนสายนึงชื่อ ปรีดี พนมยงค์ ที่หมัก ป.ม. พยายามลบชื่อแล้วตั้งชื่อให้ใหม่ คุณอาจจะสงสัยว่าทำไม ให้นึกถึงความเกี่ยวโยงระหว่างธรรมศาสตร์กับท่านปรีดี สถานที่สมัครเคยเรียน เคยวิ่งขายชีต เคยกินเปอร์เซ็นต์ตั๋วชมโต้วาที
ส่วนหนึ่งเข้าใจกันทั่วไปว่า หมัก ป.ม. มีภาพการเป็น "ขวาตกขอบ" เหลี่ยมจึงเอามาเป็นตราสัญลักษณ์ว่ามีความจงรักภักดี กระทั่งใช้คำขวัญพรรคใหม่ว่า "เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" ทำให้ผมอดสงสัยและตั้งคำถามไม่ได้ว่าจงรักภักดีจริงหรือเปล่า เพราะไม่เคยเห็นประวัติอันใดที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอันว่ามีความจงรัก ที่เห็นมีแต่ลมปาก เมื่อเปรียบเทียบกับพล.อ.เปรม ซึ่งหมักอิจฉานักหนานั้นกลับเป็นคนละเรื่อง สมัย พล.อ. เปรม เป็นนายกฯ เคยพูดไว้ว่าเราปล่อยให้พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดาร จากนั้น พล.อ.เปรม ตั้งหน่วยงานและจัดงบประมาณสนับสนุนพระราชภารกิจ โครงการในพระราชดำริและอื่นๆ ส่วนหมัก ป.ม. ที่รู้มามีแต่ทางที่ตรงกันข้าม อย่างสมัยที่เป็น รมว.มหาดไทย ปี ๒๐ (เผด็จการทหาร) เคยแพล่มกลางสภาฯ ว่า "ถ้าอยากให้รัฐมนตรีมหาดไทยลาออกก็ให้เอาระเบิดไปโยนใส่ขบวนเสด็จ" หรือสดๆ ร้อนจากเวทีปราศรัยใหญ่ท้องสนามหลวง ๒๑ ธันวาคม บิดเบือนพระราชดำรัส
สถานะภาพของพรรคพลังนอมินีนอกจากทั้งพรรคเต็มไปด้วยนอมินีของคนถูกตัดสิทธิ์ ยังเต็มไปด้วย "คนมีคดีติดตัว" แทบจะร้อยทั้งร้อยเป็นคดี "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" หรือคอรัปชั่น หัวหน้านอมินีมีคดีรออยู่อย่างน้อยสองดคี คือ รถดับเพลิงกับขยะ แกนนำด้านเศรษฐกิจอย่างเจ๊มิ่งก็มีข้อครหาเรื่องปล่อยให้ บ.ไร่ส้ม โกงเงิน อสมท. ปลอดประสพที่ว่าจะมาเร่งเรื่องการท่องเที่ยวก็มีชะนักทั้งเรื่องเสือ ทั้งไนท์ซาฟารี และอีกสารพัดโครงการในช่วงรัฐบาลเหลี่ยม ถ้าเผื่อใครยังจะจำได้ยังมีเรื่องโกงชุดพรางตอนเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ และเคยยกเกาะพีพีเล ให้ Twenty Century Fox สร้างหนัง The Beach แลกเศษเงิน ๔ ล้านบาท หาดและอ่าวมาหยาถูกเขาปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งรื้อทั้งขุดฝังต้นมะพร้าว ไถหน้าหาดจนเสียความชันและการยึดเกาะ ทรายไหลไปถมปะการังหน้าอ่าวตายระนาว (ไว้วันหลังจะสแกนภาพถ่ายสภาพอ่าวมาหยาขณะนั้นมาให้ดูชม) อย่างที่โบราณเขาว่า ธรรมดาคนเช่นไรย่อมจะคบหาสมาคมกับคนประเภทเดียวกับตน พรรคพลังนอมินีก่อตั้งเมื่อหน้าฝน ฝนตกชะขี้หมูไหล ชะคนจัญไรมาไว้ด้วยกัน
สภาพการณ์ตอนนี้เราแทบไม่มีทางเลือกมากมาย จะยอมให้พรรคพลังนอมินีที่เต็มไปด้วยคนมีคดีติดตัว โดยเฉพาะเรื่องโกงกินเข้ามาหบริหารประเทศ หรือจะยอมเลือกทางเลือกอื่น สำหรับพรรคพลังนอมินีนั้นชัดเจนประการหนึ่งว่า ไม่มีนโยบายอะไรใหม่หรือเป็นรูปธรรมจับต้องได้ นอกจากบอกว่าเอาของเดิมทั้งกะบิ หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าเป็นนักหารายได้ เลือกแล้วจะได้เงินเต็มกระเป๋า ทั้งที่หลักฐานประจักษ์ชัดว่าหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งหนี้บัตรเครดิตและอื่นๆ ที่เจ๊มิ่งออกมากลบเนียนๆ ว่าเพราะเอานอกระบบมาเข้าระบบ ทั้งที่ไม่มีข้อเท็จจริงใดยืนยันเลย หนี้นอกระบบยังคงสูงเหมือนเดิม ความจริงส่วนเดียวของการเป็นนักสร้างรายได้ เก่งหาเงิน คือ การฉ้อราษฎร์บังหลวงที่เป็นคดีความให้ต้องโฉบไปโฉบมาไม่กล้ากลับเข้าประเทศ พูดให้ง่ายตามประสาชาวบ้าน คือ เก่งหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง นโยบายอื่นทีเพิ่งประกาศว่าจะพาเหลี่ยมกลับบ้านวันที่ ๑๔ นั้น เป็นเพียงการโกหกคำโตเหมือนทุกครั้ง เพราะไม่ว่าอย่างไรถ้ากลับมาต้องเข้ากระบวนการยุติธรรมเนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีคดี กลับมาแล้วออกยาก นอกเหนือเสียจากพลังนอมินีเข้าไปบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม เช่น แทรกแซงอัยการ (อย่างที่เคยทำกับคดีธรรมกาย) หรือปิดกันการทำงานของ คตส. แม้ระยะหลังบอกจะไม่ยุบ แต่ยุบไม่ยุบให้ผลไม่ต่างกันหากกระบวนการทำงานถูกขัดขวาง
โดยนิสัยที่เรียกกว่าเป็นสันดานที่ฝังในเนื้อแท้ของคนชื่อสมัคร สุนทรเวช คือการปฏิเสธการตรวจสอบทุกรูปแบบ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อนปี ๒๐ ถึงได้ปิดหนังสือพิมพ์ระนาวในตอนนั้น หรือแม้ปัจจุบันเวลาโดนนักข่าวถามก็ด่าใส่จนล่าสุดได้วาทะเด็ด "เมถุน" ยุคที่พินอบพิเทา รสช. สมัครเคยตอบโต้นักข่าวว่า "ถามทำหอกอะไร" จนถูกสวนกลับว่า "แล้วมึงมาเป็นรองนายกส้นตีนทำไม" บุคลิกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแบบนี้ เราไม่สามารถจะคาดหวังได้เลยว่าจะมานำพาระบอบประชาธิปไตย หนำซ้ำถ้าถูกถามถูกตรวจสอบมากเข้าอาจโดนด่ากลับ ถ้าปีหน้าเศรษฐกิจไม่ดี เงินบาทแข็งมาก น้ำมันแพงคงได้ยินคำในทำนองที่ว่า "ไม่ใช่เทวดา ถึงจะทำให้น้ำมันราคาถูกได้" บุคลิกของการยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ ไม่รับฟังอะไรจากใครนอกจากคำหวานคำชม กิริยาอาการที่แสดงออกต่อที่สาธารณะไม่มีครั้งใดเลยที่แสดงออกอย่างสมกับวุฒิภาวะของคนวัยเจ็ดสิบ ไม่ได้แก่แบบ "บ่มมาดี" แต่"แก่แดดแก่ลม" ขาดวุฒิภาวะอย่างร้ายกาจ พอๆ กับเด็กมัธยมที่ถูกเรียกว่า "เกรียน" นิสัยการพูดการจาก้าวร้าย หยาบคาย ขี้โมโห ประวัติทั้งชีวิตคลุกอยู่กับการรับใช้เผด็จการทหารอย่างใกล้ชิด โกหกใส่ร้ายคนอื่นมาตลอดชีวิตจนครั้งหนึ่งใส่ร้ายสตรีนางหนึ่งจนเฉียดถูกรองเท้าตบปาก (ก็คนที่หมักเนรคุณนั่นแหละสะกิดเรียกตำรวจให้ไปขวางเสียก่อน) ชั่วชีวิตนอกจากจะหาความดีงามให้จับต้องไม่ได้แล้วยังถูกขนานนามว่าเป็นคนเนรคุณ หักหลังทำร้ายคนที่ส่งเสริมให้ได้ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลยามตกยาก ถ้าใครเกิดจะนึกสงสารเขาก็เลือกให้เขากลับไปอยู่บ้าน ทำกับข้าวแล้วบ่นกับแมวเถอะครับ หรือคุณจะเลือกคนพรรค์นี้มาเป็น "หน้าตาของประเทศ" เลือกนาฬิกาไขลานที่ต้องรอคำสั่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางเลือกเพื่อเห็นแก่ประเทศนั้นอาจจะมีเพียงสองทาง คือ เลือกในทางที่ตรงข้ามกับพรรคพลังนอมินี หรือโหวตไม่เลือกใคร ผมอยากแนะนำเพียงสั้นๆ ว่าอย่าเอาหนึ่งเสียงของท่านไปละลายทิ้งเสียเลยครับ เพราะมันไม่มีผลจะหยุดยั้งพลังมอมินีได้ และอย่าไปหลงเชื่อตามนักวิชาการโมฆะบุรุษเที่ยงคงเที่ยงคืน อึ๊บ อึ๊บ อะไรนั่นเลย ลองยอมทิ้งทิฐิความไม่ชอบ ไม่ถูกอกถูกใจ เทคะแนนไปทางเดียว ทางที่ชัดว่าจะเข้ามาหยุดยั้งพลังนอมินี เข้ามาประสานความขัดแย้งในบ้านเมือง ที่อย่างน้อยหัวหน้าพรรคมีความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยมากกว่า รับฟังชาวบ้าน ยอมให้ตำหนิติติง ซักถามไม่มีวาจาก้าวร้าวและมีวุฒิภาวะมากพอ และมากกว่าเมื่อเทียบกับคนวัย ๗๐ มีนโยบายและแผนงานชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไร กำหนดเวลาแค่ไหนซึ่งเราสามารถตามบี้ได้ภายหลัง
จึงอยากเรียนถามท่านว่า..ได้เวลาล้างบางหรือยัง?
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- เลือกตั้ง..เลือกอะไร (0.755)
- จตุคามไม่เคยทำให้ใครฉิบหาย (0.728)
- ข้อเสียของประชาธิปัตย์ (0.719)
- ทุจริตกล้ายางคือบรมชั่ว (0.692)
- เสรีภาพของคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา (0.672)
- คาถาใช้เงิน (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















22 December 2007 เมื่อ 17:05
จนกว่าประชาชนจะรู้จักพึ่งตนเองอย่างแท้จริง
และเลิกทำตัวเป็นเครื่องมือของพวกมันนั่นแหละครับ
นักการเมืองชั่วๆถึงจะหมดไปหรืออย่างน้อยๆก็ลดลงไปได้บ้าง
22 December 2007 เมื่อ 17:15
ขอบคุณครับคนดูดส้วม ลองแวะอ่านความเห็นในนี้สิครับ
http://www.boringdays.net/bene...../#comments
22 December 2007 เมื่อ 17:43
ผมไม่เคยชอบหมัก ถึงผมจะอายุรุ่นหลานของหมัก แต่ผมก็ไม่เคารพที่จะเปลี่ยนสรรพนามเรียกมันว่าคุณหมักหรือลุงหมักน้าหมัก ถ้าผมไม่เกรงว่าจะเป็นการหยาบคายเกินไปผมจะเรียกว่าไอ้หมักด้วยซ้ำ ตอนยุคตุลา ผมไม่ยังเด็กไม่ได้รับรู้เหตุการณ์จริงมาก แต่ผมก็อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ตุลานะครับ แค่ถามคุณพ่อผมเขาก็ทราบครับว่าหมักมันรับใช้เผด็จการตุลาจนได้ดี ต่อมาพฤษภา35 หมักก็มีเอี่ยวรับใช้เผด็จการ รสช. และเป็นคนที่พูดใส่นักข่าวว่า “นายกไม่จำเป็นต้องมาจากเลือกตั้ง” เพราะตอนนั้นหมักมันสนับสนุนให้สุจินดาเป็นนายก ในขณะที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนประท้วงสุจินดา มาสมัยนี้หมักก็รับใช้เผด็จการรัฐสภาทักษิณ หมัก..สำหรับผมแล้วไม่อยู่ในสายตาเลย ผมไม่มีวันเลือกคนอย่างหมัก ถ้าหมักไปอยุ่พรรคไหนผมก็จะเลือกฝ่ายตรงข้าม
:กล้วย: หมัก
22 December 2007 เมื่อ 17:56
เขต ๗ บางกะปิ สะพานสูง มีน ลาดกระบัง — แถวบ้านผมเลย
หวังว่าใครคงไม่หลงโหวตให้ดาราหน้าขี้โกง
ยกเรื่องพฤษภาทมิฬขึ้นมา งั้นมีแถมหน่อยนึง “ถ้านอนอยู่บ้านมันจะตายมั๊ย!?” คำพูด หมัก ป.ม.
ตอนนั้นเหลี่ยมยังยืนมือกุมไข่ในอ้อมแขนบิ๊กจ๊อด ไปขอสัมปทาน
http://www.boringdays.net/sweety-yesterday/
22 December 2007 เมื่อ 18:51
เอ แล้ว พรรคที่เคยกล่าวหาว่า “ปรีดีฆ่าในหลวง”
แบบนี้น่าเลือกไหมครับ ?
22 December 2007 เมื่อ 18:53
เห็นด้วย 100% ว่า ควรล้างบางครับ
พวกทหาร พวกขุนนาง พวกผู้ดีเก่า เจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย ที่เป็นตัวฉุดรั้งประเทศครับ
22 December 2007 เมื่อ 19:17
ประเด็นเรื่องนั้นที่ว่าร้ายให้ท่านปรีดี ผมไม่เถียง และรู้ว่าที่มาของประชาธิปัตย์เกิดจากการเข่นกันของนายควง อภัยวงศ์กับท่านปรีดี และพยายามทำร้ายท่านปรีดีในทุกทาง จะให้ผมเพิ่มเติมให้อีกมั๊ยครับว่านายควง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธเถื่อนให้เวียดนาม?
//ขอโทษด้วนะครับ อย่ากวนเบื้องล่างด้วยการใช้ชื่อเลียนแบบผม อย่าเอานิสัยเกรียนๆ มาใช้แถวนี้ ผมไม่รู้จะเปลี่ยนเป็นอะไร ก็เอา ip มาแทนเพื่อระบุตัวตนแล้วกันครับ
22 December 2007 เมื่อ 20:44
:ยิ่มแฉ่งขอบคุณที่เขียนได้บิดเบือนดีจัง
22 December 2007 เมื่อ 20:51
งั้นก็หามาแย้งว่าเรื่องไหนที่ไม่จริง ว่ามาเป็นเรื่องๆ ได้เลย
22 December 2007 เมื่อ 22:39
กินฟางก็น่าจะดีกว่ากินขี้ :กล้วย:
22 December 2007 เมื่อ 22:46
พี่ชายของขึ้นแล้ว มองเขาด้วยความเมตตาเถอะครับ
23 December 2007 เมื่อ 01:33
แหม กะแล้ว
พอเขียนจังๆ แบบนี้ก็มีดิ้นกันพราดๆ เต็มไปหมด
23 December 2007 เมื่อ 09:17
สติปัญญาเท่าหางอึ่ง ภูมิรู้ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ทำอวดฉลาด
ไม่รู้เหรอว่า มันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ เขาเล่นเกมส์อะไรกันอยู่
มันอายเค้าน่ะนะ
เรื่องมันบานปลายมาถึงป่านนี้แล้ว ถ้ายังมองเกมส์ไม่ออก
รบกวนเลิกติดตามข่าวสารการเมืองเถอะครับ “พระเอก”
:555+:
23 December 2007 เมื่อ 09:18
อ้อออ ขอยืมบทความสรุปเรื่อง คุณกำธน ลาออกจาก มูลนิธิดาวเทียม กับ ไอทีวี
อะไรนั่นหน่อยนะครับ ขี้เกียจไปค้น ไปสรุป
แต่มุมมองเราต่างกัน คนละโลกเลยในเรื่องนี้
ตามไปอ่านด้วยล่ะ เผื่อจะเปิดกระโหลกได้บ้างครับ
23 December 2007 เมื่อ 09:45
@Killer
มาพระเอกจะขี่หลัง
23 December 2007 เมื่อ 10:30
ใครที่ว่าเขียนบิดเบือนนน่ะ ช่วยชี้แจงหน่อยบิดเบือนตรงไหน ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าบิดเบือนแต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่าทำตัวเหมือนเจ้านายหน้าเหลี่ยมครับที่ปากก็บอกปาวๆ ว่าศาลไม่ยุติธรรมแต่ตัวเองไม่ยอมมาให้ปากคำศาลไม่มาชี้แจงอะไร พฤติกรรมน่าเกลียดอย่างนี้คนที่ลอกเลียนแบบได้มีแต่พวกกลัวศาลกลัวความผิดเท่านั้น
ดังนั้นคนที่ใช้ชื่อว่า แวะมาดูคนกินฟาง น่ะ ถ้าแน่จริงก็บอกมาด้วยว่าบิดเบือนตรงไหน ถ้าไม่แน่ใจก็อย่ามาอวดโง่เลยครับ กลับไปกินหญ้าเป็นฟายของหน้าเหลี่ยมเหมือนเดินเหอะ ผมมองแล้วสมเพช
23 December 2007 เมื่อ 16:07
กลับบ้านมาเลือกตั้งค่ะ
(ไม่เลือกตั้งก็ไม่กลับเลยนะเนี่ย ขนาดอยู่ในกทม.เหมือนกัน
)
เพิ่งรู้ว่าบ้านก็อยู่แถวๆเขต 7 แต่เลือกจริงๆอยู่เขต 3 เพราะตัดตรงคลองพอดี
เห็นป้ายดาราแฟนเคโระแล้ว เห็นป้าย นตภ. นวร. ด้วย (ไม่ได้อยู่พรรคเหลี่ยมหรอกเหรอ)
ผลงาม(หน้า)เหลี่ยมที่ใกล้ตัวสุดคือเรื่องข้อสอบเอนท์(ครั้งที่2 มีนา)ค่ะ ขนาดการสอบที่ว่าบริสุทธิ์สุดๆ ยังมาจบสิ้นเมื่อลูก
มันจะเอนท์ เพราะ”คุณแม่ขอร้อง” ขนาดคะแนนมันยังรู้ก่อนเลยอยากเขียนประเด็นนี้ลึกกว่านี้แต่ไม่อยากให้สาวกเหลี่ยมมาอ่าน ขี้เกียจเถียง
อีกเรื่องคือ เลือกตั้งบ้าอะไร ที่หัน
ตูดหลังให้กก.คุมสอบตรูหนูล่ะงง แล้วจะมีคูหาทำไม เห็นหมดเลยว่ากา “ไม่เลือกใคร” เพราะต้องเลื่อนกระดาษมาปลายๆเหลี่ยมชอบพูดกลับไปกลับมา ชัดๆหน้าจอทีวีแบบไม่ต้องหาข้อมูลอะไรให้วุ่นวายก็เห็น
สันดานนิสัยแล้วค่ะเขียนประเด็นนี้แล้วอารมณ์ขึ้น ต้องเซนเซอร์ตัวเอง
23 December 2007 เมื่อ 16:21
555+ คราวหลังต้องหาที่นั่งสนทนากันมั่งแล้ว ถ้าอยู่ไม่ไกลกัน ห้างสีส้มอิฐดีมะ
23 December 2007 เมื่อ 16:40
สาวกเหลี่ยมเข้ามา คงไม่ใส่ปากด้วยดีกว่า ให้น้องๆเขามีเงินใช้บ้าง ขนาดลูกพี่ยังต้องเห่าหอนอยู่นอกรั้วเลย เขาเข้ามาจอยก็แสดงว่ากระโหลกเขาไม่กลวง อย่างน้อยก็มีเศษตังค์และขี้เลื่อยปนอยู่บ้าง
23 December 2007 เมื่อ 16:46
คราวนี้อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ..ปล่อยไป