จิ๋มของหนูครูไม่เกี่ยว
26 September 2007 - 08:01
สองสามมาวันนี้กรณีไม่ใส่ กกน. และทำไฮไลท์ตรงนั้นของสาวๆ ไม่กี่คนในเมืองนครกลายเป็นประเด็นคุยกันสนั่นเมืองไปแล้วหกลายๆ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ เจ้ากระทรวงวัฒนาธรมมสะบัดหัวบอกไม่มีกฏหมายจัดการ กระทรวงไม่มีมาตรการอะไร มีใครซักคนผมจำชื่อไม่ได้ออกมาระบุระวังฝุ่นเข้าจิ๋ม จากนั้นมีหมอสูติออกมาบอกว่าไม่อันตรายอะไร ดีเสียอีกไม่อับชื้น
วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ครับ บ้างก็ว่าเลียนแบบนักร้องดังที่แสนจะเหลวแหลกจากอเมริกา อย่าง บริดนี่ย์ สเปียร์ (จิ๋มเธออุบาทว์ลูกตามาก อย่าดูเลย) บ้างก็ว่าเด็กแค่อยากเด่นไปตามวัย ฯลฯ
ผมก็คนนึงแหละครับเป็นพวกไม่นิยมใส่ลิง ออกไปข้างนอกก็บ่อยที่ไม่ใส่ อันนี้ไม่เกี่ยวกับค่านิยมอะไรทั้งนั้น เป็นเพียงความสบายส่วนตัว ประมาณเหงื่อไม่ไหล-ไข่ไม่ย้อย แต่วันนึงก็เกิดเรื่อง เช้านั้นผมเข้าไป ม.เกษตรฯ บางเขน นั่ง ปอ. ไปหลับสบายตลอดทาง พอจะถึงที่ผมก็ตื่นไอ้หนูมันก็ตื่น (ตามประสาผู้ชายยังใช้การได้) ที่นี้ก็คราวซวยสิครับ แหล่มมาเชียว ก็ กกน. ไม่ใส่ โชคดีที่สะพายเป้ไปด้วย ไม่งั้นน้อง ป. ตรี สาวๆ เสื้อรัดๆ จะว่าให้ พี่ ป. โท “….” หื่น!!
ผมไม่มีความเห็นเรื่องนักเรียนหญิงไม่ใส่กกน.และไฮไลท์ตรงนั้นครับ ไม่วิจารณ์ เรื่องแบบนี้แล้วแต่แต่ละคนแล้วกันครับ อย่าง อ. เจิมศักดิ์ (ปิ่นทอง) ว่าไว้แหละครับว่าพ้นวัยเขาคงไม่ทำแบบนั้นต่อหรอก แต่อยากแนะนำว่าถ้าไหนๆ จะไฮไลท์แล้วก็เอาหลายๆ สี เปลี่ยนตามช่วงฤดูกาล ช่วง ๗ วันก่อนหลังวันนั้นของผู้หญิงก็ทำสีเขียว เป็นสัญลักษณ์ว่าช่วงนี้ขับขี่ปลอดภัย ช่วงยาวๆ หลัง ๗ วันที่หมดประจำเดือนก็ไฮไลท์สีเหลือง ช่วงนี้โปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ส่วนวันนั้นของเดือนก็ทำสีแดงไปซะ ..เท่านั้นเอง
พูดถึงเรื่องเด็กๆ ไม่ใส่ลิง ทำให้ผมนึกถึงชีวิตสมัยมัธยม ออกตัวไว้บรรทัดนี้ว่าผมไม่ประสาเรื่องพวกนี้เลย แต่มีเสียงล่ำลือกันบ่อยๆ อย่างสมัย ม. ปลาย เรื่องน้องผู้ชาย ม.๓ ฟันรุ่นพี่ ม.๖ ดังสนั่นไปทั้งโรงเรียน ตอนอยู่ ม. ต้นก็มีเรื่องฉาวๆ ที่ลือกันไปทั่วโรงเรียนเหมือนกันอย่าง น้องผู้หญิง ม. ๓ ลุยกับรุ่นพี่ ม. ๖ ทีเดียวสี่คนในทุ่งนาหลังหอประชุม จนเป็นตำนานวิ่งผลัด “สี่คูณร้อย” ที่ใครๆ ก็พูดถึง เรื่องพวกนี้มีเยอะครับ ปิดกันไม่มิด
ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นตอนผมอยู่ ม. ๒ มังครับ ช่วงเข้าค่ายลูกเสือ เต้นท์ของเนตรนารีแยกจากลูกเสือเพื่อไม่ให้หญิงชายปนกัน เต้นท์เนตรนารีจะอยู่ในสนามบอลด้านชิดกับถนนใหญ่ แล้วคืนนึงก็เกิดเรื่อง เนตรนารีสาวสวยคนนึงพาแฟนมา “ฟัด” กันในเต้นท์ ให้เพื่อนออกไปอยู่เต้นท์อื่น ความทราบไปถึงอาจารย์ที่คุมค่าย เรียกเนตรนารีคนนั้นมาสอบ อบรม(ด่า) เนตรนารีคนสวยสวนกลับจนเป็นวาทะเด็ดดังสนั่นไปทั้งโรงเรียน..
“จิ๋มของหนู ครูไม่เกี่ยว”
ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน
(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)- ขอเป็นกระจกสักหนึ่งครั้ง (1.000)
- เศรษฐศาสตร์ตลาดนัด ๒: หาตังค์มาซื้อกิน (1.000)
- ทิ้งขยะในนี้ท่านจะมีโชค (1.000)
- ช็อตแล้วหลาว (1.000)
- งานแต่ง ๑ (1.000)
- แมว (RANDOM - 0.500)
n/e
ป้าย:
หมวด: 
















26 September 2007 เมื่อ 11:36
ตอนนั้นเอดส์เริ่มระบาดรึยัง
อยากจะบอกว่า จิ๋มของหนู ครูไม่เกี่ยวก็จริง
แต่อย่าลืมบอกให้ผู้ชายของหนูเค้าใส่ถุงยางด้วย เดี๋ยวจะตายก่อนเป็นนางสาว
อัตราการติดเชื้อเอดส์ในวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้นทุกที น่าเป็นห่วงวัยรุ่นไทย
26 September 2007 เมื่อ 11:44
ผมก็ไม่ชอบใส่ตอนนอนครับ
มันสบายดี
แต่ถ้าออกไปข้างนอกต้องใส่ไม่งั้น มันจะตั้งเอา เดินไม่สะดวก
^^
26 September 2007 เมื่อ 12:09
ไม่ใส่ตอนนอนเหมือนกัน สบายดี
26 September 2007 เมื่อ 16:52
-*- ไม่ใส่อะไรเลย มันเย็นไปอ่ะ
26 September 2007 เมื่อ 17:28
ไม่ใส่ก็ดีนะ เย็นจิ๋มดี~
26 September 2007 เมื่อ 18:59
หื่ม,,อ่านไปหื่นไปม้ะ
?*
5 555
ไม่ใส่หรอ หึ๋ยย~
กลิ่นออกล่ะแย่-*-
เอาเปนว่าพ้มใส่ตัลหลอดน้ะ
เห้อะ.
26 September 2007 เมื่อ 19:26
เชื่อหรีอไม่
การไม่ใส่กางเกงในเป็นเรี่องเกี่ยวกับกรรมพันธุ์
การไม่ใส่กางเกงในทำให้หน้าหนาขึ้น
การไม่ใส่กางเกงในทำให้มีผลต่อระบบใหลเวียนของโลหิต
กางเกงในใช้สำหรับผู้หญิง
ผู้ชายใช้กางเกงลิง มาจากรากศัพท์ กางเกงลึงค์ เมี่อเข้ามาสู่สุวรรณภูมิเลยเพี้ยนเป็นกางเกงลิง
26 September 2007 เมื่อ 20:08
ดุเดือดมากประเด็นนี้
26 September 2007 เมื่อ 20:16
อ่านไปอ่านมา เหมือนจะลงความเห็นว่าไม่ใส่สบายกว่า
พอผมบอกใครว่าไม่ค่อยใส่ ก็โดนต่อว่า “น่าเกลียด” (ตรงไหน?) ไปเดินห้างก็ไม่เคยมียามมาตรวจว่าใส่หรือเปล่า ขึ้นเครื่องบินเขาก็แค่มาเช็คว่ารัดเข็มขัดหรือยัง
เรื่องไส้เลื่อนนั่นก็ไม่เกี่ยวเลยกับใส่หรือไม่ใส่
@Sittingbull
ความรู้ใหม่นะเนี่ย
26 September 2007 เมื่อ 20:48
เรื่องนี้พวกกลุ่มผมลงความเห็นที่จะเรียก she ว่า “สก๊อยหมอยสี” ฮะ ไม่รู้เพื่อนๆจะคิดกันอย่างไร
แล้วเรื่องการทำไฮไลท์นี้ ถ้ายังคงเป็นประเด็นร้อนไปจนถึงช่วงฤดูกาลบอลโลก ผมว่าคงได้เห็น “หมอย” ของสาวๆหลายคนเป็นลายธงชาติของประเทศที่เชียร์บอลกันอย่างแน่นอน -..-
จัดว่าเป็น trend ใหม่ที่น่าจับตามองมากเลยทีเดียว -..-
26 September 2007 เมื่อ 20:52
@lunakizz
แสดงว่าจะมีประชัน? :lol:
27 September 2007 เมื่อ 00:08
โอววววว คุยอะไรกัน
27 September 2007 เมื่อ 05:12
เอ้อ.. ผมก็ไม่ใส่เหมือนกันครับ
ยกเว้นวันไหนใส่กางเกงยีนส์ (นานๆ ใส่ที)
อันนี้ต้องใส่เพราะถ้าไม่ใส่ ไข่จะสียีนส์
แต่ถ้าอยู่บ้านหรือออกนอกบ้านที่ไม่ได้เป็นการเป็นงานมาก
ก็กางเกงขาสามส่วนตัวเดียวอยู่ตลอดงานครับ
ล่าสุดไปถ่ายรูปรับปริญญาที่ท่าพระจันทร์ก็นั่นแหละ
ขาสามส่วนเหมือนกัน แม่เจ้าประคุณเอ๊ย…
…. เอ๊ย … เอ๊ยยยยยยย…
ป.ล.บ้านผมอยู่ห่างจากเกษตรบางเขนแค่ 5 นาทีครับ
27 September 2007 เมื่อ 08:51
อ่านะ ถ้าไฮไลท์ฮิตไปถึงช่วงบอลโลก
เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
27 September 2007 เมื่อ 09:52
@iannnnn
ป.ล. (ด้วย) ของผม ๓๐-๔๕ นาทีถ้ารถไม่ติด :D
27 September 2007 เมื่อ 21:49
นี่ผมไปอยู่ไหนมา เพิ่งได้ยินข่าวแบบนี้
มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ใช่อยู่
แต่ว่า ถ้าโดน… หรือเป็นเอดส์ไปละก็ อย่าให้คนอื่น หรือคนในครอบครัวเดือดร้อนละกัน
ปล. ส่วนตัวผม ก็ชอบไม่ใส่ กกน. ตอนนอนเหมือนกัน แต่ถ้าไปไหนมาไหน ก็ใส่แน่ๆ ครับ ไม่ไหว เกิดมัน “แข็ง” ขึ้นมา ไม่สวยแน่ (หล่อเลยอะ)
9 October 2007 เมื่อ 11:48
ไม่กลัวเวลายิ้วเสดจะเอาซิบขึ้นแล้วมันจะไปติดไอ่น้องชายเหรอครับ
ประสบการเคยมีครับเจ็บอย่าบอกใครเชียวอิอิ
21 October 2007 เมื่อ 18:08
ก่อนนอนก็ใส่ครบหมดทุกชิ้นแล้วนะ แต่พอตื่นมันหายไปไหนหมด
21 October 2007 เมื่อ 19:08
30 March 2008 เมื่อ 10:55
เวลาหนูนอนหนูไม่ค่อยใส่หมดนั่นแหละคะ และก็เอาอะไรแข็งยัดตรงรู นั่นแหละ
เวลา ทำรัยกันจะได้หลวมๆ
27 September 2008 เมื่อ 17:03
เด็กคนนี้ชื่อ เอ เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม
วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม
เอได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม
ระหว่างที่รอเพื่อนๆอยู่นั้น
เอ ก้อเหลือบไปเห็นสิ่งๆหนี่ง
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกับสิ่งๆนั้น
มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง
เอนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร
แต่เขากอ้ได้เก็บกล่องนั้นไป
หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว
เอและเพื่อนๆก้อกลับบ้านทันที
พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่
ตกกลางคืน เอและเพื่อนๆก้อไปที่สนามเดะเล่น และเปิดกล่องๆนั้น
ข้างในกล่อง มีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น
ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า
*
สวัสดี เราชือเปลว เป็นเด็กนร คนนึง
เราถูกฆาตกรโรคจิต ข่มขืนและฆ่า หมกอยู่ในป่าแห่งหนึง
ที่นั่นหนาวเน็บ ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์
เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา
ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน
ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
จะมีครายมาอยู่เป็นเพือนเราบ้างไหม
ถึงผู้ที่ได้อ่านข้อความของเรา
ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา
จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง
ขอให้เทอก๊อปข้อความข้างบนนี้
ส่งต่อให้สืออะไรก้อได้
เป็นจำนวน 2 coppy
แต่ถ้าเทอไม่ทำตาม
อีก 7 ชั่วโมง จากนี้ ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน
*
หลังจากที่เอได้อ่านนั้น
เอก้อไม่เชือและไม่ยอมทำตาม
7 ชั่วโมงให้หลัง
เอ และเพื่อนๆก้อได้ตาย
โดยที่ไม่มีสาเหตุ
*********************************
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
จนถึงขณะนี้
หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า
คายที่เป็นคนฆ่าเด็กเหล่านั้น
—————
ตอนนี้พวกเทอที่ได้อ่านกระทู้นี่
ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด
นั่นคือ
เทอจะต้อง copy ข้อความนี้ เป็นจำนวน 2 copy
แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ
เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้น
อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง
ขอให้พวกเทอทุกคนโชค
27 September 2008 เมื่อ 17:24
@อ่าๆๆ
ก่อนเริ่มเผยแพร่ เรื่องปัญญาอ่อนเหล่านี้ ลองเริ่มที่สะกดและใช้ภาษาไทยให้ถูกก่อนนะครับ